บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
2.18
0.02 (0.91%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7580 out_tok=2771 at=2026-07-25T18:16:58 -->
# JDF กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 21% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้ชะลอ
## ต้นทุนผลิต-ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม กดดัน GPM ขณะรายได้รวมลดลงเล็กน้อย YoY
บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 45.39 ล้านบาท ลดลง 21.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีรายได้รวม 585.70 ล้านบาท ลดลง 0.91% YoY แม้รายได้ในไตรมาส 4/2564 จะปรับตัวดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ภาพรวมทั้งปีได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขายที่สูงขึ้น และรายได้จากสินค้าบางประเภทที่ชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ JDF ลดลงในปี 2564 คือ **ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 6.07% YoY** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงจาก 16.65% ในปี 2563 เป็น 13.23% ในปี 2564** ประกอบกับ **รายได้รวมที่ลดลง 0.91% YoY** ทำให้กำไรสุทธิรวมทั้งปีลดลง 21.43% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การรับรู้ค่าเสื่อมราคาโรงงานและเครื่องจักรใหม่:** บริษัทมีการลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่แล้วเสร็จ และเริ่มรับรู้ค่าเสื่อมราคา รวมถึงต้นทุน Fixed Capacity ที่เกิดจากการย้ายโรงงานและยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่
* **ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น:** มีการรับพนักงานใหม่เพื่อรองรับการทำงานในโรงงานใหม่ และมีการปรับโครงสร้างตำแหน่งบริหารบางตำแหน่ง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่เป็นองค์ประกอบหลักของต้นทุนขายที่มักจะผันผวนตามราคาตลาด
ส่วนรายได้รวมที่ลดลงเล็กน้อยเกิดจาก:
* **รายได้จากสินค้าตามคำสั่งซื้อและรับจ้างผลิตลดลง:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารและขนมขบเคี้ยว (มะพร้าวอบกรอบ) เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยวได้รับผลกระทบจากมาตรการจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 การปิดห้างสรรพสินค้า และนักท่องเที่ยวลดลง นอกจากนี้ วิกฤตขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ
* **รายได้จากสินค้าภายใต้ตราสินค้าบริษัทลดลง:** โดยเฉพาะผงเขย่าปรุงรสและไส้เบเกอรี่ (ฟิลลิ่ง) ตรา 'โอเค' เนื่องจากมาตรการควบคุมโรคที่กระทบต่อร้านค้าปลีกและตลาดสด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ในไตรมาส 4/2564 ปรับตัวดีขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและการเปิดประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโรงงานใหม่และการรับพนักงานเพิ่มอาจยังคงเป็นภาระในระยะสั้น แต่เมื่อโรงงานใหม่เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตและบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เท่ากับ 45.39 ล้านบาท ลดลง 21.43% YoY**
* **รายได้รวมปี 2564 เท่ากับ 585.70 ล้านบาท ลดลง 0.91% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงจาก 16.65% ในปี 2563 เป็น 13.23% ในปี 2564**
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 6.07% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาโรงงานใหม่ ต้นทุน Fixed Capacity และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากสินค้าตามคำสั่งซื้อและรับจ้างผลิตลดลง** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารและขนมขบเคี้ยว เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **รายได้จากสินค้าภายใต้ตราสินค้าบริษัทลดลง** โดยเฉพาะผงเขย่าปรุงรสและไส้เบเกอรี่ ตรา 'โอเค' จากมาตรการควบคุมโรคที่กระทบร้านค้าปลีก
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 228.94 ล้านบาท** เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องจากการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีรายได้รวม 585.70 ล้านบาท ลดลง 0.91% เมื่อเทียบกับ 592.18 ล้านบาทในปี 2563 โดยรายได้จากการขายของบริษัทในไตรมาส 4 ปี 2564 ปรับตัวดีขึ้นภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สามารถควบคุมได้ทั่วโลกและการเปิดประเทศ
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจาก 383.54 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 406.81 ล้านบาทในปี 2564 สาเหตุหลักจากการตัดค่าเสื่อมราคาโรงงานและเครื่องจักรใหม่ การรับรู้ Fixed Capacity และต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.65% เป็น 13.23%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจาก 26.15 ล้านบาท เป็น 36.51 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจาก 98.62 ล้านบาท เป็น 77.49 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 45.39 ล้านบาท ลดลงจาก 57.20 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.75% ลดลงจาก 9.66%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ:** คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** เมื่อโรงงานใหม่เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการผลิตรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การขยายตลาดสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัท:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบ แต่การปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดอาจช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** การกลับมาระบาดอีกครั้งหรือการประกาศมาตรการที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของลูกค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ปัญหา Supply Chain และการขนส่ง:** วิกฤตขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกและต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบบางชนิด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดสินค้าอาหารมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ:** การบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การฟื้นตัวของยอดขายสินค้าตามคำสั่งซื้อและรับจ้างผลิต:** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารและขนมขบเคี้ยว
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานแห่งใหม่:** การใช้กำลังการผลิตเต็มที่และการควบคุมต้นทุน
* **ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา Supply Chain:** การขนส่งสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
* **กลยุทธ์การตลาดและการขายสำหรับสินค้าภายใต้ตราสินค้าบริษัท:** เพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ GPM แม้เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านนี้
* **Volume:** ยอดขายรวมลดลงเล็กน้อย YoY โดยเฉพาะสินค้าตามคำสั่งซื้อและรับจ้างผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.65% เป็น 13.23% เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโรงงานใหม่และค่าแรง
* **ช่องทางขาย:** ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ส่งผลต่อร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และตลาดสด
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกสินค้าคงค้าง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ได้รับผลกระทบจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้การส่งออกชะลอตัว
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 862.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์, อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และลูกหนี้การค้า
ลูกหนี้การค้าสุทธิลดลงจากการลดลงของลูกหนี้ต่างประเทศ การชำระหนี้ และการตัดหนี้สูญ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 586.69 ล้านบาท โดยหนี้สินหลักคือเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้า
เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 228.94 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องจากการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่ และการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.19 เท่า จาก 0.42 เท่าในปี 2563 ซึ่งยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด (ไม่เกิน 2.5 เท่า)
## สรุปท้าย
JDF เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโรงงานใหม่และค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 ประกอบกับรายได้รวมที่ชะลอตัวเล็กน้อยจากผลกระทบโควิด-19 และปัญหา Supply Chain ทำให้กำไรสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ รวมถึงการเดินเครื่องโรงงานใหม่เต็มกำลังการผลิตในอนาคต คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตและฟื้นฟูอัตรากำไรในระยะต่อไป แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของต้นทุนและสถานการณ์การแข่งขันอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JDF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
203.59
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
กำไรขั้นต้น
70.80
ล้านบาท
↑ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.78
%
กำไรสุทธิ
26.26
ล้านบาท
↓ 15.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.90
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↑ + 13.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
71
↑ + 9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -15.4%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JDF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
11.21
ROA (%)
10.40
Book Value/หุ้น
1.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JDF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-94
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JDF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-94.45
+56.71%
|
-60.27
-1,681.89%
|
3.81
-116.81%
|
-22.67
-120.93%
|
108.31
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-36.10
-16.55%
|
-43.26
-1.93%
|
-44.11
-142.69%
|
103.33
-1,063.00%
|
-10.73
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
48.76
-46.70%
|
91.49
+88.41%
|
48.56
-152.32%
|
-92.82
+21.60%
|
-76.33
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-81.78
+578.67%
|
-12.05
-245.88%
|
8.26
-167.87%
|
-12.17
-157.27%
|
21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|
36.33
-41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
-11.73
-118.33%
|
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|