บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
2.18
0.02 (0.91%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7059 out_tok=2791 at=2026-07-25T19:21:40 -->
# JDF กำไรสุทธิวูบ 93% ใน Q1/65 รับผลกระทบส่งออกล่าช้า-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมหดตัว 3.9% ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากโควิด-19 กระทบคำสั่งซื้อ-ขนส่งสินค้า
บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1.02 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 15.01 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 138.78 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อคำสั่งซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำให้การส่งออกล่าช้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ JDF ลดลงอย่างมากในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การหดตัวของรายได้รวม ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** โดยกำไรสุทธิลดลงจาก 15.01 ล้านบาทใน Q1/64 เหลือเพียง 1.02 ล้านบาทใน Q1/65 คิดเป็นการลดลงถึง 93% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 10.35% เหลือเพียง 0.73%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมลดลง 3.9%** เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **การชะลอตัวของยอดคำสั่งซื้อในประเทศ** จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และประการที่สองคือ **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศล่าช้าลง** โดยเฉพาะรายได้จากสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าและสินค้ารับจ้างผลิตลดลง 3.28 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากขนมขบเคี้ยวลดลงจากการเลื่อนการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าในอเมริกาเหนือและยุโรป นอกจากนี้ สินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทก็มียอดขายลดลงเช่นกัน โดยสินค้าตราโอเค (OK) มียอดขายลดลงเนื่องจากตัวแทนจำหน่ายประสบปัญหาการติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
**ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.93%** จาก 97.28 ล้านบาท เป็น 102.07 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อเครื่องจักรใหม่** ซึ่งส่งผลให้มีการรับรู้ต้นทุนกำลังการผลิตที่ว่างเปล่าสูงขึ้น และ **การตัดค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรใหม่** รวมถึง **ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น** จากการปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 61.15% จาก 7.13 ล้านบาท เป็น 11.49 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนใน **การตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านสื่อออนไลน์** และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% จาก 18.52 ล้านบาท เป็น 20.20 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสที่ปัจจัยกดดันบางส่วนจะยังคงอยู่ แต่ก็มีสัญญาณบวกจากแผนการดำเนินงาน** การชะลอตัวของการส่งออกเนื่องจากปัญหาการขนส่งสินค้าและผลกระทบจากโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหากสถานการณ์การขนส่งคลี่คลายและผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รับการตอบรับที่ดี ก็มีโอกาสที่จะพลิกกลับมาสร้างรายได้และกำไรได้ในอนาคต ส่วนค่าใช้จ่ายในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 93% YoY:** จาก 15.01 ล้านบาท ใน Q1/64 เหลือ 1.02 ล้านบาท ใน Q1/65
* **รายได้รวมลดลง 3.9% YoY:** อยู่ที่ 138.78 ล้านบาท จาก 144.01 ล้านบาทใน Q1/64
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.93% YoY:** เป็น 102.07 ล้านบาท จาก 97.28 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 61.15% YoY:** เป็น 11.49 ล้านบาท จาก 7.13 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% YoY:** เป็น 20.20 ล้านบาท จาก 18.52 ล้านบาท
* **สาเหตุหลัก:** การชะลอคำสั่งซื้อในประเทศและต่างประเทศจากการระบาดของโควิด-19 และปัญหาการขนส่งสินค้าล่าช้า รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 138.78 ล้านบาท ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 144.01 ล้านบาท โดยรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าอยู่ที่ 138.52 ล้านบาท ลดลง 5.49% ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 0.72 ล้านบาท ลดลง 74.29% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.93% เป็น 102.07 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.9% มาอยู่ที่ 36.71 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 25.7% เป็น 26.45% (ข้อมูลในตารางหน้า 2 ระบุ GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.7% เป็น 26.45% แต่ในหน้า 3 ระบุว่ากำไรขั้นต้นลดลง 13.9% ซึ่งอาจต้องตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง) ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 61.15% เป็น 11.49 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% เป็น 20.20 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลงอย่างมากจาก 23.03 ล้านบาท เหลือเพียง 4.97 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.02 ล้านบาท ลดลง 93% จาก 15.01 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทมีการลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แป้งสำเร็จรูป โปรตีนอบกรอบ ซึ่งหากได้รับการตอบรับที่ดีจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่
* **การขยายช่องทางขายออนไลน์:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นการปรับตัวเพื่อเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัล
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และปัญหาการขนส่งสินค้าคลี่คลาย จะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อและการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ปัญหาการขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการส่งออกและต้นทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร:** อุตสาหกรรมอาหารมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** ราคาวัตถุดิบบางชนิดอาจมีความผันผวนตามปัจจัยอุปสงค์-อุปทาน และต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักในอเมริกาเหนือและยุโรป
* **ประสิทธิภาพของการลงทุนในเครื่องจักรใหม่:** การรับรู้ต้นทุนกำลังการผลิตที่ว่างเปล่าจะลดลงหรือไม่ เมื่อมีการผลิตเต็มที่
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะแป้งสำเร็จรูปและโปรตีนอบกรอบ
* **สถานการณ์การขนส่งสินค้า:** การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวาง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **โครงสร้างรายได้:** รายได้หลักกว่า 75% มาจากผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหารภายใต้คำสั่งซื้อของลูกค้าและสินค้ารับจ้างผลิต ในขณะที่สินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทมีสัดส่วนประมาณ 7% ของรายได้รวม
* **สินค้าตามคำสั่งซื้อ:** รายได้จากกลุ่มนี้ลดลง 3.28 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายขนมขบเคี้ยวลดลงจากการเลื่อนส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าในอเมริกาเหนือและยุโรปเนื่องจากความล่าช้าของการขนส่ง
* **สินค้าภายใต้ตราสินค้า:** รายได้จากกลุ่มนี้ลดลง 2.22 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าตราโอเค (OK) ที่ยอดขายลดลงเนื่องจากตัวแทนจำหน่ายประสบปัญหาการติดเชื้อโควิด-19
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ต้นทุนกำลังการผลิตที่ว่างเปล่าและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรใหม่ รวมถึงต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางขายผ่านสื่อออนไลน์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 842.24 ล้านบาท โดยรายการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลงจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้น
บริษัทมีหนี้สินรวม 565.78 ล้านบาท โดยหนี้สินหลักคือเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้า สำหรับเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลงจากการจ่ายชำระคืน
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.05 เท่า จากการเบิกใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ไม่เกิน 2.5 เท่า
อัตรากำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.044 บาท เป็น 0.002 บาท
## สรุปท้าย
JDF ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันรอบด้านจากรายได้ที่ลดลง 3.9% และต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิวูบลงถึง 93% ปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของโควิด-19 ต่อคำสั่งซื้อและปัญหาการขนส่งสินค้าที่ล่าช้า รวมถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในอนาคตผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางขายออนไลน์ ซึ่งหากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย JDF ก็มีศักยภาพที่จะพลิกฟื้นผลประกอบการได้ แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JDF ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
203.59
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
กำไรขั้นต้น
70.80
ล้านบาท
↑ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.78
%
กำไรสุทธิ
26.26
ล้านบาท
↓ 15.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.90
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↑ + 13.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
71
↑ + 9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -15.4%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JDF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
11.21
ROA (%)
10.40
Book Value/หุ้น
1.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JDF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-94
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JDF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-94.45
+56.71%
|
-60.27
-1,681.89%
|
3.81
-116.81%
|
-22.67
-120.93%
|
108.31
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-36.10
-16.55%
|
-43.26
-1.93%
|
-44.11
-142.69%
|
103.33
-1,063.00%
|
-10.73
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
48.76
-46.70%
|
91.49
+88.41%
|
48.56
-152.32%
|
-92.82
+21.60%
|
-76.33
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-81.78
+578.67%
|
-12.05
-245.88%
|
8.26
-167.87%
|
-12.17
-157.27%
|
21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|
36.33
-41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
-11.73
-118.33%
|
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|