บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
2.18
0.02 (0.91%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6703 out_tok=2718 at=2026-07-25T17:59:14 -->
# JDF กำไร Q3/66 พุ่ง 564% รับรายได้โต-ต้นทุนคุมได้
## รายได้รวมโต 7.33% หนุนกำไรขั้นต้นเพิ่ม 14.08% ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 12.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 564.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ JDF ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 564.48% จาก 1.83 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 12.16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 158.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.33% จาก 147.28 ล้านบาทในปีก่อน การเติบโตนี้มาจากทั้งตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะสินค้ารับจ้างผลิตที่เติบโตต่อเนื่อง และสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากการออกสินค้าใหม่และขยายช่องทางจำหน่าย รวมถึงการเพิ่มผู้จัดจำหน่าย ในตลาดต่างประเทศ ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวแทนจำหน่ายมะพร้าวอบกรอบในเวียดนาม และการเพิ่มสินค้าใหม่ในเกาหลี
* **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.08% เป็น 43.68 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 1.63% เป็น 27.63% (คำนวณจากเอกสาร: GPM Q3/66 = 43.68/158.07 = 27.63%, GPM Q3/65 = 38.29/147.28 = 25.99%) สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดขายที่มากขึ้น ในขณะที่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การนำเครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิตที่เพิ่มประสิทธิภาพ และราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและสินค้านำเข้าบางรายการที่ต่ำกว่าปีก่อน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.10% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เหลือ 17.61 ล้านบาท จาก 22.04 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับปรุงการด้อยค่าเครื่องจักรเก่าเพื่อมาผลิตสินค้าใหม่ และค่าเสื่อมราคาที่ลดลงจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่หมดอายุ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของรายได้ในประเทศจากสินค้ารับจ้างผลิตยังคงต่อเนื่อง และการขยายตลาดต่างประเทศในเวียดนามและเกาหลี รวมถึงการออกสินค้าใหม่และการเพิ่มผู้จัดจำหน่าย เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนขายที่ยังคงมีประสิทธิภาพจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุดิบนำเข้าและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 564.48% YoY:** จาก 1.83 ล้านบาท เป็น 12.16 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 7.33% YoY:** อยู่ที่ 158.07 ล้านบาท หนุนโดยตลาดในประเทศและต่างประเทศ
* **กำไรขั้นต้น Q3/66 เพิ่ม 14.08% YoY:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 25.99% เป็น 27.63%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/66 ลดลง 20.10% YoY:** จาก 22.04 ล้านบาท เหลือ 17.61 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 โต 116.15% YoY:** อยู่ที่ 20.88 ล้านบาท จาก 9.66 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 JDF มีรายได้รวม 158.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.33% เมื่อเทียบกับ 147.28 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้เติบโตจากตลาดภายในประเทศในส่วนของสินค้ารับจ้างผลิตและสินค้าแบรนด์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากการออกสินค้าใหม่และขยายช่องทางจำหน่าย ขณะที่ตลาดต่างประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามและเพิ่มสินค้าใหม่ในเกาหลี
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.08% เป็น 43.68 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการเติบโตของยอดขายและสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการผลิต และราคาวัตถุดิบบางรายการที่ต่ำลง
ค่าใช้จ่ายในการขายไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 แต่สำหรับงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้น 44.28% เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.10% ในไตรมาส 3 และลดลง 12.48% ในงวด 9 เดือน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงการด้อยค่าเครื่องจักรเก่าและค่าเสื่อมราคาที่ลดลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 12.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 564.48% YoY และสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.15% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** สินค้ารับจ้างผลิตยังคงเติบโตต่อเนื่อง และสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการออกสินค้าใหม่และขยายช่องทางจำหน่าย
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามและการเพิ่มสินค้าใหม่ในเกาหลี เป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** การใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการนำเครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิตช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนต่อหน่วย
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและสินค้านำเข้าบางรายการที่ต่ำกว่าปีก่อนช่วยลดต้นทุนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบบางรายการจะต่ำลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและสินค้านำเข้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขัน:** ตลาดอาหารแปรรูปมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในประเทศและต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการขยายตลาดในเวียดนามและเกาหลี
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด:** โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
* **ความสามารถในการออกสินค้าใหม่:** เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและสร้างการเติบโต
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อรายได้และต้นทุนจากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาสินค้าทางการเกษตรและสินค้านำเข้าบางรายมีราคาต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิต
* **Volume:** ยอดขายในประเทศเติบโตจากการเพิ่มจำนวนสินค้าใหม่ ช่องทางจำหน่าย และผู้จัดจำหน่าย ขณะที่ตลาดต่างประเทศเติบโตจากการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายและสินค้าใหม่
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของยอดขายและสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ที่ลดลง
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มผู้จัดจำหน่าย
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเวียดนามและเกาหลี แต่ยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 862.79 ล้านบาท ลดลง 2.48% จาก 884.75 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยรายการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนนอน (เงินลงทุนระยะสั้น) ที่ลดลงจากการขายหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 185.12 ล้านบาท ลดลงจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืม โดยหนี้สินหลักประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน และเงินทดรองการค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 667.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลกำไรจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.27 เท่า ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
JDF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 564.48% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการแข่งขันในตลาด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JDF ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
203.59
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
กำไรขั้นต้น
70.80
ล้านบาท
↑ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.78
%
กำไรสุทธิ
26.26
ล้านบาท
↓ 15.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.90
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↑ + 13.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
71
↑ + 9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -15.4%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JDF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
11.21
ROA (%)
10.40
Book Value/หุ้น
1.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JDF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-94
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JDF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-94.45
+56.71%
|
-60.27
-1,681.89%
|
3.81
-116.81%
|
-22.67
-120.93%
|
108.31
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-36.10
-16.55%
|
-43.26
-1.93%
|
-44.11
-142.69%
|
103.33
-1,063.00%
|
-10.73
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
48.76
-46.70%
|
91.49
+88.41%
|
48.56
-152.32%
|
-92.82
+21.60%
|
-76.33
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-81.78
+578.67%
|
-12.05
-245.88%
|
8.26
-167.87%
|
-12.17
-157.27%
|
21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|
36.33
-41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
-11.73
-118.33%
|
63.99
-11.62%
|
72.40
+42.80%
|
50.70
-11.95%
|
57.58
+58.49%
|