บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.41
0.01 (2.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4697 out_tok=2606 at=2026-07-25T18:37:08 -->
# ITD ขาดทุนสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 2.3 พันล้านบาท รับผลขาดทุนร่วมค้า-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้ก่อสร้างโตแต่กำไรขั้นต้นหด 2.2% ฝ่ายจัดการชี้ขาดทุนโครงการใน-นอกประเทศ-ต้นทุนเหมืองแร่
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 3,213 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 2,360 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างจะเติบโต แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากกิจการร่วมค้าเป็นปัจจัยกดดันหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือการขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า รวมถึงการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ ITD ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ขาดทุนเพิ่มขึ้น 2,360 ล้านบาท เป็น 3,213 ล้านบาท) มาจากสองปัจจัยหลัก คือ
* **ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า:** ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1,296 ล้านบาท เป็น 1,170 ล้านบาท โดยระบุว่าเกิดจากการขาดทุนเพิ่มขึ้นของบริษัทที่ควบคุมร่วมกันแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 6.45% ในปีก่อน เหลือ 4.25% ในงวดนี้ คิดเป็นการลดลง 2.20% โดยมีสาเหตุจากการขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการเหมืองแร่ และการขาดทุนของโครงการที่ต้องแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิมเกินคาด
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized loss) จากหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัทที่ควบคุมร่วมกัน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนของค่าเงินที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกิจการร่วมค้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** การขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการโครงการในต่างแดน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการเหมืองแร่สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าแรงที่สูงขึ้น และการขาดทุนจากโครงการที่ต้องแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิมเกินคาด แสดงถึงปัญหาในการบริหารจัดการโครงการหรือการประเมินต้นทุนที่ผิดพลาด
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าส่วนหนึ่งมาจาก "ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง" ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่การขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการเหมืองแร่ และปัญหาการแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิม อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไปได้ จำเป็นต้องติดตามแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและผลการดำเนินงานของโครงการที่ประสบปัญหาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 2,360 ล้านบาท เป็น 3,213 ล้านบาท**
* **รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 7,212 ล้านบาท เป็น 43,158 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลงเหลือ 4.25% จาก 6.45% ในปีก่อน**
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 1,296 ล้านบาท เป็น 1,170 ล้านบาท**
* **ต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 7,045 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น**
* **กำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการก่อสร้างรวม 43,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,212 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าบางแห่ง รวมถึงการได้รับรายได้จากโครงการใหม่ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นตามมา 7,045 ล้านบาท เป็น 41,663 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 6.45% ในปีก่อน เหลือ 4.25% ในงวดนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการเหมืองแร่ และการขาดทุนของโครงการที่ต้องแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิมเกินกว่าที่คาดการณ์
ในส่วนของรายได้จากการขายและให้บริการ มีจำนวน 5,726 ล้านบาท ลดลง 373 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากรายได้จากการให้บริการโครงการเหมืองแร่ลดลง ขณะที่ต้นทุนในการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 430 ล้านบาท
เมื่อพิจารณารายการอื่น ๆ พบว่า มีกำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 184 ล้านบาท แต่มีกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนลดลง 153 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 87 ล้านบาท รวมถึงขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น 137 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการอย่างหนักคือ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม บริษัทที่ควบคุมร่วมกัน และกิจการร่วมค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,296 ล้านบาท เป็น 1,170 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนเพิ่มขึ้นของบริษัทที่ควบคุมร่วมกันแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผลมาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 79 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 24 ล้านบาท ส่งผลให้ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีการแบ่งปันขาดทุนสำหรับงวดส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 3,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนถึง 2,360 ล้านบาท
## โอกาส
* **การได้รับรายได้จากโครงการใหม่ขนาดใหญ่:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการก่อสร้างส่วนหนึ่งมาจากโครงการใหม่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **กำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** การมีกำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทย่อย แสดงถึงมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ:** บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการโครงการนอกประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะยาว
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการเหมืองแร่:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการเหมืองแร่
* **การขาดทุนของโครงการที่ต้องแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิม:** ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการโครงการและการประเมินต้นทุนที่อาจคลาดเคลื่อน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศของกิจการร่วมค้า เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนโครงการก่อสร้างในประเทศและต่างประเทศ
* ผลการดำเนินงานของโครงการเหมืองแร่ และการบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
* การแก้ไขปัญหาโครงการที่ประสบปัญหาการขาดทุนจากการรับเหมาเดิม
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการของกิจการร่วมค้า
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของการดำเนินงานหลักด้านการรับเหมาก่อสร้าง แม้ว่ารายได้จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างน่ากังวล การขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศและการขาดทุนจากโครงการที่ต้องแก้ไขงานของผู้รับเหมาเดิมเกินคาด เป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจัดการต้องเร่งแก้ไขเพื่อฟื้นฟูอัตรากำไร
สำหรับรายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลงในส่วนของโครงการเหมืองแร่นั้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยกดดันเช่นกัน
ในด้านอสังหาริมทรัพย์ มีการกล่าวถึง "กำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน" ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าโอน (transfer value) หรือยอดขายรอโอน (backlog) ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สินรวม (D/E ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง "การกู้ยืมเพิ่มขึ้น" ซึ่งส่งผลให้ "ต้นทุนทางการเงิน" เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน
## สรุปท้าย
ITD ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากกิจการร่วมค้า และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว แม้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างจะเติบโต แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและปัญหาเฉพาะโครงการยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ITD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
10,750.60
ล้านบาท
↓ 41.7% YoY
กำไรขั้นต้น
293.17
ล้านบาท
↓ 56.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.73
%
กำไรสุทธิ
-5,601.77
ล้านบาท
↑ 327.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-52.11
%
D/E Ratio
23.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,751
↓ -41.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
293
↓ -56.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-5,602
↑ + 327.6%
YoY
D/E Ratio
23.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ITD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
23.31
ROE (%)
88.74
ROA (%)
4.53
Book Value/หุ้น
0.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ITD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,694
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11,938
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ITD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,693.68
+1,496,388.89%
|
0.18
|
— |
-8,907.61
+310.12%
|
-2,171.93
-124.70%
|
8,792.96
+3,424.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11,938.28
+196.50%
|
-4,026.34
|
— |
3,674.57
+39.52%
|
2,633.70
-194.42%
|
-2,789.30
-223.69%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,102.25
+78.11%
|
2,864.69
|
— |
3,149.77
+665.81%
|
411.30
-110.41%
|
-3,951.96
+51.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4,877.78
+258.09%
|
-1,362.15
|
— |
-2,275.66
-556.61%
|
498.38
-75.86%
|
2,064.92
-1,371.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,976.45
-13.50%
|
4,596.79
+33.12%
|
— |
3,553.62
-12.38%
|
4,055.62
+103.73%
|
1,990.71
-41.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|