บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
16.00
0.10 (0.62%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย สาเหตุเกิดจาก ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากต้นทุนค่าขนส่ง การส่งเสริมการขาย
ทั้งนี้ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 มีปริมาณการขายที่ 61.9 ล้านยูนิตเคส เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ดําเนินการเพิ่มยอดขายในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สําหรับการบริโภคในครัวเรือน ตลอดถึงมีรายการส่งเสริมการขายด้านราคาในบางผลิตภัณฑ์และบางช่องทางการจําหน่าย มีการลงพื้นที่อย่างเข้มข้นภายใต้ข้อกําหนดเรื่องความปลอดภัยจาก การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างรัดกุม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5232 out_tok=2767 at=2026-07-25T16:09:19 -->
# ณุศาศิริ Q4/2565 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 55% รับรายได้การแพทย์-ขายลงทุนหนุน
## รายได้รวมโต 24% แต่ยังขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนการเงิน-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 55% มาอยู่ที่ 398 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 877 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 24% เป็น 2,037 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ธุรกิจทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (แต่เอกสารนี้เน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการทางการแพทย์)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานปี 2565 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การพลิกกลับมามีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด** ประกอบกับ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย** ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติได้มาก แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมี **ผลขาดทุนสุทธิ** อยู่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้นถึง 1,035% หรือ 238 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจทางการแพทย์ที่เริ่มดำเนินการ ทำให้รายได้ส่วนนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด จำนวน 251 ล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษี) ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิโดยรวม
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** เพิ่มขึ้น 47% หรือ 95 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจมากขึ้น
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% หรือ 11 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 20% หรือ 91 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 29%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 8% หรือ 44 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายขายลดลง 53 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทย่อยที่ขาย Antigen Rapid Test Kit และการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยธุรกิจการแพทย์
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 7% หรือ 19 ล้านบาท สอดคล้องกับหนี้สินประเภทเงินกู้ยืมที่ลดลง
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่:** ลดลง 471 ล้านบาท มาอยู่ที่ 417 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นในปี 2565 มาจาก **กำไรจากการขายเงินลงทุน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่การลดลงของรายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางส่วน การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบริหารจากธุรกิจการแพทย์ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 55%:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนขาดทุน 877 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 24%:** อยู่ที่ 2,037 ล้านบาท จากปีก่อน 1,649 ล้านบาท
* **รายได้การแพทย์พุ่ง 1,035%:** จากการรับรู้รายได้ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน 251 ล้านบาท:** ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ
* **GPM อสังหาริมทรัพย์เพิ่ม:** จาก 20% เป็น 29%
* **หนี้สินรวมลดลง 627 ล้านบาท:** อยู่ที่ 6,112 ล้านบาท ส่งผล D/E ลดจาก 1.47 เหลือ 0.65
* **เงินลงทุนใน WEH เพิ่ม 3,373 ล้านบาท:** จากการเข้าซื้อหุ้น 7.1% ผ่าน Share swap
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 388 ล้านบาท หรือ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 238 ล้านบาท (1,035%) จากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ในขณะที่รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ลดลง 299 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศลดลง รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 11 ล้านบาท (2%) และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 95 ล้านบาท (47%) จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 91 ล้านบาท (20%) ทำให้ GPM ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 29% ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท (19%) สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท (8%) โดยค่าใช้จ่ายขายลดลง 53 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท จากธุรกิจการแพทย์ ต้นทุนทางการเงินลดลง 19 ล้านบาท (7%)
บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 251 ล้านบาท และมีกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน (หุ้น WEH) 235 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท (55%) เมื่อเทียบกับปีก่อน ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 471 ล้านบาท มาอยู่ที่ 417 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจทางการแพทย์:** การรับรู้รายได้จากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ของบริษัท
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการให้เช่าและบริการ โดยเฉพาะโครงการมายโอโซน
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงาน:** การเข้าซื้อหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) และบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) อาจเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
* **การเข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนี:** เป็นการขยายธุรกิจด้านสุขภาพในต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงการขาย Antigen Rapid Test Kit
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร โดยเฉพาะจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบริหาร:** จากการขยายธุรกิจการแพทย์ อาจกดดันอัตรากำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** กำไรจากการขายเงินลงทุนเป็นรายการครั้งเดียว ซึ่งไม่สามารถคาดหวังได้ในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้และกำไรของธุรกิจทางการแพทย์ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของการลงทุนใน WEH และ DEMCO รวมถึงผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
* ผลประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโอนโครงการ
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ความคืบหน้าของการเข้าซื้อโรงแรมในประเทศเยอรมนี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
แม้จะอยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แต่ผลประกอบการของ NUSA ในปี 2565 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจไปสู่ **ธุรกิจบริการทางการแพทย์และอสังหาริมทรัพย์** เป็นหลัก
* **ธุรกิจการแพทย์:** มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อย ทำให้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในปีนี้
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการ:** ฟื้นตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ผ่อนคลาย
* **ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,193 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารทุน (WEH) 3,373 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทร่วม (DEMCO) 856 ล้านบาท รวมถึงเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 192 ล้านบาท ในขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลง 2,254 ล้านบาท จากการขายบริษัทย่อย
หนี้สินรวมลดลง 627 ล้านบาท มาอยู่ที่ 6,112 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขายบริษัทย่อย ณุศา เลเจนด์สยาม ทำให้บริษัทสิ้นสุดการควบคุมและเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทร่วมค้า ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงอย่างมากจาก 1.47 ในปีก่อน มาอยู่ที่ 0.65 ในปีนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4,820 ล้านบาท จากการตีราคาใหม่และการเพิ่มทุนแบบ Share swap
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างและพลิกฟื้นของ NUSA โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ธุรกิจการแพทย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการลดลงของหนี้สิน ส่งสัญญาณบวกต่อทิศทางในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจหลัก และความเสี่ยงจากรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,208.02
ล้านบาท
↑ 14% YoY
กำไรขั้นต้น
897.21
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.63
%
กำไรสุทธิ
112.70
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.10
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,208
↑ + 14%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
897
↓ -2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -13.5%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
13.59
ROA (%)
9.80
Book Value/หุ้น
11.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-737
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+862
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-736.90
+62.56%
|
-453.31
-61.37%
|
-1,173.55
+116.14%
|
-542.95
-30.86%
|
-785.34
-176.74%
|
1,023.36
+2,504.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
862.00
+329.71%
|
200.60
-79.25%
|
966.63
+391.72%
|
196.58
-66.05%
|
579.07
-315.24%
|
-269.04
+26.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-168.44
-144.01%
|
382.76
+593.28%
|
55.21
-86.83%
|
419.19
+42.65%
|
293.86
-147.28%
|
-621.50
+27.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
41.62
-10.95%
|
46.74
-130.81%
|
-151.70
-308.32%
|
72.82
-16.87%
|
87.60
-34.04%
|
132.81
-299.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|
128.43
+24.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
232.14
+160.01%
|
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|