บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
16.00
0.10 (0.62%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย สาเหตุเกิดจาก ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากต้นทุนค่าขนส่ง การส่งเสริมการขาย
ทั้งนี้ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 มีปริมาณการขายที่ 61.9 ล้านยูนิตเคส เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ดําเนินการเพิ่มยอดขายในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สําหรับการบริโภคในครัวเรือน ตลอดถึงมีรายการส่งเสริมการขายด้านราคาในบางผลิตภัณฑ์และบางช่องทางการจําหน่าย มีการลงพื้นที่อย่างเข้มข้นภายใต้ข้อกําหนดเรื่องความปลอดภัยจาก การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างรัดกุม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5280 out_tok=2770 at=2026-07-25T17:15:11 -->
# HTC กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 5.6% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายโตจำกัด
## รายได้รวมโต 1.4% แต่ GPM ลดลง 1.5% สวนทางต้นทุนพุ่ง-การตลาดดันยอดขาย
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 6,518.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส แม้จะเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตได้จากการเน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับครัวเรือน การส่งเสริมการขาย และการปรับกลยุทธ์การขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท ลดลง 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 4.0% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 1.5%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ HTC ลดลงในปี 2564 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** ประกอบกับ **การมีรายการพิเศษในปี 2563** ที่ช่วยหนุน GPM ในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.5% จาก 41.8% ในปี 2563 เป็น 40.3% ในปี 2564 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต 1.4% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ประการ คือ
1. **รายการครั้งเดียวในปี 2563:** ในปีก่อนมีรายการส่วนลดจากบริษัทคู่ค้าและซัพพลายเออร์เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งรายการนี้ไม่มีในปี 2564 ทำให้ GPM ในปี 2564 เปรียบเทียบกับฐานที่สูงกว่า
2. **ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น:** ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายที่สูงขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนด้วยการดำเนินงานตามแผนบริหารรายได้โดยเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคในครัวเรือน (Family Mix) การปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย (Trade Channel) และการส่งเสริมด้านราคาด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า (Price Mix) แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ:
* **รายการพิเศษปี 2563:** การที่ GPM ปี 2564 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2563 ส่วนหนึ่งมาจากฐาน GPM ปี 2563 ที่สูงกว่าจากการมีรายการส่วนลดพิเศษ ซึ่งรายการนี้เป็นปัจจัยครั้งคราว
* **ราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะระบุว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะเป็นเช่นไรในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ต้นทุนคงที่เพื่อลดผลกระทบ
โดยรวมแล้ว การลดลงของ GPM ในปี 2564 มีปัจจัยจากการมีรายการพิเศษในปี 2563 และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเรื่องรายการพิเศษเป็นครั้งคราว ส่วนต้นทุนวัตถุดิบต้องติดตามแนวโน้มต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 เติบโต 1.4%** แตะ 6,518.0 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 5.6%** อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 1.5%** อยู่ที่ 40.3% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและรายการส่วนลดพิเศษในปี 2563
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.0%** เป็น 3,893.3 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 2.1%** อยู่ที่ 2,009.6 ล้านบาท จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.5%** ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 41.6%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวมในปี 2564 เท่ากับ 6,518.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จาก 6,425.4 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับครัวเรือน การส่งเสริมการขาย และการปรับกลยุทธ์การขายให้มีประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์โควิด-19
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 3,893.3 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.5% มาอยู่ที่ 40.3% จาก 41.8% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และการที่ปีก่อนมีรายการส่วนลดพิเศษจากคู่ค้า
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมลดลง 2.1% เป็น 2,009.6 ล้านบาท โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% จากต้นทุนค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.3% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 41.6% เนื่องจากกำไรก่อนภาษีที่สูงขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมปี 2564 อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท ลดลง 5.6% จาก 564.9 ล้านบาทในปี 2563 และมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.8% เป็น 8.2%
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การขายโดยเน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับบริโภคในครัวเรือน (Family Mix) และการปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย (Trade Channel) รวมถึงการส่งเสริมด้านราคา (Price Mix) เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** มีการเพิ่มปริมาณในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบางชนิดโดยจำหน่ายในราคาเดิม และเสนอผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาลในรสชาติใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
* **การขยายช่องทางการจำหน่าย:** การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายน้ำดื่มน้ำทิพย์ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น บริษัทฯ มีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ต้นทุนคงที่เพื่อลดผลกระทบ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้บริษัทฯ จะรักษา GPM ในภาคใต้ได้ แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มยังคงมีอยู่
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล และบรรจุภัณฑ์
* ผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน
* ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การขายและช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ
* การตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มปริมาณและผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาล
* แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume ขาย:** ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาด แม้จะเผชิญข้อจำกัดจากโควิด-19
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** การที่ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน GPM โดยตรง บริษัทฯ พยายามชดเชยด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น (เพิ่มปริมาณในราคาเดิม) ซึ่งเป็นการบริหาร Price Mix
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.5% เป็น 40.3% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และการเปรียบเทียบกับฐาน GPM ปี 2563 ที่มีรายการพิเศษ
* **ช่องทางขาย:** มีการพัฒนาการตลาดในช่องทางขายแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ส่งผลให้ปริมาณยอดขายเติบโตขึ้น 12.2% และมีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายน้ำดื่มน้ำทิพย์
* **สต็อก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลการส่งออกหรือผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลฤดูกาลผลิตที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 22.5% เป็น 12.9 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินต้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** เพิ่มขึ้น 41.6% เป็น 95.4 ล้านบาท เนื่องจากกำไรก่อนภาษีที่สูงขึ้น
* **อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE):** ลดลงจาก 20.2% เป็น 15.1% เนื่องจากกำไรสุทธิลดลง
* **อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA):** ลดลงจาก 12.7% เป็น 11.9% เนื่องจากกำไรก่อนภาษีลดลง
(หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน D/E และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารที่ให้มา)
## สรุปท้าย
HTC เผชิญความท้าทายในปี 2564 โดยมีรายได้จากการขายเติบโตเล็กน้อย 1.4% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 5.6% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและรายการพิเศษในปี 2563 ที่ช่วยหนุน GPM ในปีก่อน แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์การขายเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ทั้งหมด ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเป็นสัญญาณที่ดีในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,208.02
ล้านบาท
↑ 14% YoY
กำไรขั้นต้น
897.21
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.63
%
กำไรสุทธิ
112.70
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.10
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,208
↑ + 14%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
897
↓ -2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -13.5%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
13.59
ROA (%)
9.80
Book Value/หุ้น
11.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-737
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+862
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-736.90
+62.56%
|
-453.31
-61.37%
|
-1,173.55
+116.14%
|
-542.95
-30.86%
|
-785.34
-176.74%
|
1,023.36
+2,504.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
862.00
+329.71%
|
200.60
-79.25%
|
966.63
+391.72%
|
196.58
-66.05%
|
579.07
-315.24%
|
-269.04
+26.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-168.44
-144.01%
|
382.76
+593.28%
|
55.21
-86.83%
|
419.19
+42.65%
|
293.86
-147.28%
|
-621.50
+27.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
41.62
-10.95%
|
46.74
-130.81%
|
-151.70
-308.32%
|
72.82
-16.87%
|
87.60
-34.04%
|
132.81
-299.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|
128.43
+24.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
232.14
+160.01%
|
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|