บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
16.00
0.10 (0.62%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย สาเหตุเกิดจาก ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากต้นทุนค่าขนส่ง การส่งเสริมการขาย
ทั้งนี้ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 มีปริมาณการขายที่ 61.9 ล้านยูนิตเคส เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ดําเนินการเพิ่มยอดขายในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สําหรับการบริโภคในครัวเรือน ตลอดถึงมีรายการส่งเสริมการขายด้านราคาในบางผลิตภัณฑ์และบางช่องทางการจําหน่าย มีการลงพื้นที่อย่างเข้มข้นภายใต้ข้อกําหนดเรื่องความปลอดภัยจาก การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างรัดกุม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7291 out_tok=2816 at=2026-07-25T06:09:38 -->
# HTC กำไร Q2/2566 พุ่ง 28.9% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้-กำไรโตเด่นจากภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวและกลยุทธ์บริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 150.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ส่งผลให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HTC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบกับ **การบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 6.4 ล้านคน เทียบกับ 1.6 ล้านคนในปีก่อน และอัตราการเข้าพักโรงแรมในภาคใต้สูงถึง 70.0% เทียบกับ 37.0% ในปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายของ HTC ในพื้นที่ภาคใต้เติบโตขึ้น โดยอุตสาหกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในภาคใต้เติบโตถึง 21.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ 14.8% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ใช้กลยุทธ์การบริหารการเติบโตผ่านขนาดและรูปแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม HORECA และร้านสะดวกซื้อ (CVS) รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เช่น กลุ่มไม่มีน้ำตาล (Zero Sugar) และเครื่องดื่มโซดาใหม่ภายใต้แบรนด์ "อู-ฮ่า"
* **การบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้จากการขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้น 2.7 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 42.8% ปัจจัยหลักมาจาก 1) การปรับขึ้นราคาขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อัดลมบางส่วนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 และเมษายน 2566 และ 2) ต้นทุนราคาบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้นยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต (Overhead)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนคือการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงการที่บริษัทฯ มีการปรับราคาขายอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทำได้ดี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับตลาดและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และการปรับค่าตอบแทนพนักงานให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 28.9% YoY:** อยู่ที่ 150.6 ล้านบาท จาก 116.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/2566 เพิ่มขึ้น 12.4% YoY:** อยู่ที่ 1,984.8 ล้านบาท จาก 1,765.3 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 5.8%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/2566 แข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 42.8% เพิ่มขึ้น 2.7 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 40.1% ในปีก่อน
* **ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนยอดขาย:** นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราเข้าพักโรงแรมในภาคใต้สูงขึ้น
* **ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ลดลง:** ส่งผลดีต่อ GPM ควบคู่กับการปรับราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 17.7%:** ส่วนใหญ่มาจากการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น การปรับค่าตอบแทนพนักงาน และการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการเติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,984.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% YoY โดยมีปริมาณการขาย 17.8 ล้านยูนิตเคส เพิ่มขึ้น 5.8% YoY กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 848.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 42.8% เพิ่มขึ้น 2.7 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 665.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายบุคลากร และรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 10.5 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 150.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% YoY และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 7.6% เพิ่มขึ้น 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY
**งวด 6 เดือน ปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 4,035.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% YoY โดยมีปริมาณการขาย 36.2 ล้านยูนิตเคส เพิ่มขึ้น 11.1% YoY กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,718.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 42.6% เพิ่มขึ้น 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 1,290.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2% YoY กำไรสุทธิอยู่ที่ 350.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.0% YoY และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 8.7% เพิ่มขึ้น 2.2 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลต่อปริมาณการขาย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
* **การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เช่น กลุ่มไม่มีน้ำตาล และเครื่องดื่มโซดาใหม่ ช่วยขยายฐานลูกค้า
* **กลยุทธ์การขายและการตลาด:** การใช้กลยุทธ์บริหารการเติบโตผ่านขนาดและรูปแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย
* **การปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อัดลมบางส่วนช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์:** แม้ปัจจุบันต้นทุนบรรจุภัณฑ์จะลดลง แต่ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและแรงกดดันด้านราคา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตและการปรับค่าตอบแทนพนักงานอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **ความเสี่ยงจากรายการพิเศษ:** การเกิดรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและอัตราการเข้าพักโรงแรมในภาคใต้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบอื่นๆ
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มไม่มีน้ำตาลและเครื่องดื่มโซดา
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ
* **การปรับราคาขาย:** ผลกระทบจากการปรับราคาขายต่อปริมาณการขายและส่วนแบ่งการตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ปรับตัวลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
* **Volume:** ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 5.8% YoY ใน Q2/2566 และ 11.1% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 40.1% เป็น 42.8% ใน Q2/2566 และ 40.1% เป็น 42.6% ใน 6 เดือนแรกปี 2566
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตในกลุ่ม HORECA, ร้านสะดวกซื้อ (CVS) และการขยายช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร (เน้นตลาดในประเทศ)
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร แต่การฟื้นตัวของท่องเที่ยวใน Q2/2566 สอดคล้องกับช่วงฤดูท่องเที่ยว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4 ล้านบาท YoY ใน Q2/2566 และลดลง 0.4 ล้านบาท YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2566 เนื่องจากมีการชำระคืนเงินต้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 101.3% YoY ใน Q2/2566 และ 105.9% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2566 ตามผลกำไรก่อนภาษีที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE):** เพิ่มขึ้น 3.2 จุดเปอร์เซ็นต์ ในรอบ 12 เดือนล่าสุด
* **อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA):** เพิ่มขึ้น 2.6 จุดเปอร์เซ็นต์ ในรอบ 12 เดือนล่าสุด
* ข้อมูลด้านสินทรัพย์ หนี้สิน และกระแสเงินสดอื่นๆ ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร MD&A นี้
## สรุปท้าย
HTC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 28.9% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ส่งผลให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับตัวสูงขึ้นตามการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวก โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,208.02
ล้านบาท
↑ 14% YoY
กำไรขั้นต้น
897.21
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.63
%
กำไรสุทธิ
112.70
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.10
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,208
↑ + 14%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
897
↓ -2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -13.5%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
13.59
ROA (%)
9.80
Book Value/หุ้น
11.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-737
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+862
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-736.90
+62.56%
|
-453.31
-61.37%
|
-1,173.55
+116.14%
|
-542.95
-30.86%
|
-785.34
-176.74%
|
1,023.36
+2,504.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
862.00
+329.71%
|
200.60
-79.25%
|
966.63
+391.72%
|
196.58
-66.05%
|
579.07
-315.24%
|
-269.04
+26.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-168.44
-144.01%
|
382.76
+593.28%
|
55.21
-86.83%
|
419.19
+42.65%
|
293.86
-147.28%
|
-621.50
+27.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
41.62
-10.95%
|
46.74
-130.81%
|
-151.70
-308.32%
|
72.82
-16.87%
|
87.60
-34.04%
|
132.81
-299.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|
128.43
+24.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
232.14
+160.01%
|
89.28
-8.79%
|
97.88
-40.08%
|
163.35
-24.80%
|
217.23
-16.85%
|
261.25
+103.42%
|