บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)
MAI ·
5.60
+0.05 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6549 out_tok=2393 at=2026-07-25T16:02:01 -->
# HL กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 48% รับต้นทุนขยายสาขาพุ่ง
## รายได้เติบโตต่อเนื่อง แต่ต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่งกระทบกำไรสุทธิ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการขยายสาขาเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 16.21 ล้านบาท ลดลง 48.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 3.33% เป็น 410.80 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ HL ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่สูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 37.65% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 59.72 ล้านบาท หรือ 14.54% ของรายได้จากการขาย โดยต้นทุนส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าเสื่อมราคา การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการ **ขยายจำนวนสาขาร้านขายยาใหม่** ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 43 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาในไตรมาส 4/2566 รวมถึงอีก 5 สาขาที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ การลงทุนเพื่อขยายสาขาใหม่นี้ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นยังปรับลดลงเล็กน้อยจาก 24.25% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 22.61% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากกำไรจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลและปกป้องสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับโควิด-19 และผลิตภัณฑ์ของบริษัท เฮลทิเนส จำกัด ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ปรับลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาเป็นกลยุทธ์หลักในการเติบโตของบริษัท การลงทุนในครั้งนี้คาดว่าจะสร้างรายได้และผลกำไรในระยะยาวเมื่อสาขาใหม่เริ่มดำเนินการเต็มที่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 48.04% YoY:** อยู่ที่ 16.21 ล้านบาท จาก 31.20 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 3.33% YoY:** อยู่ที่ 410.80 ล้านบาท จาก 397.58 ล้านบาท
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่ง 37.65% YoY:** เป็น 59.72 ล้านบาท จากการขยายสาขาใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 24.25% เป็น 22.61% เนื่องจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลง
* **จำนวนสาขาร้านขายยาเพิ่มเป็น 43 สาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 และมีแผนขยายเพิ่ม
* **สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นต่ำที่ 0.39 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องสูงที่ 4.82 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 416.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 410.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.33% รายได้จากการขายสินค้าในผลิตภัณฑ์สามกลุ่มหลัก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกาย และสินค้าบริโภค มีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าบริโภคที่เติบโตถึง 27.01% อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านลดลงถึง 28.23% เนื่องจากยอดขาย ATK และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลง
ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 16.21 ล้านบาท ลดลง 48.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 31.20 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 7.75% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 3.89% ในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาร้านขายยาเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะยาว
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์หลัก:** กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกาย และสินค้าบริโภค ยังคงแสดงการเติบโตที่ดี
* **การบริหารต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนจัดจำหน่ายและต้นทุนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันในธุรกิจร้านขายยา:** ตลาดร้านขายยามีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการสินค้าและบริการอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์สุขภาพและเทคโนโลยี
* **การพึ่งพิงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** การลดลงของรายได้จาก ATK และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของสาขาใหม่:** ประสิทธิภาพและระยะเวลาในการคืนทุนของสาขาที่เปิดใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนจัดจำหน่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสาขา
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่:** การพัฒนาและผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อทดแทนรายได้จากกลุ่มสินค้าที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการปรับปรุงส่วนผสมผลิตภัณฑ์
* **แผนการขยายสาขาในอนาคต:** การลงทุนและการบริหารจัดการการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจร้านขายยา HL มีการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 มีจำนวน 43 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาในไตรมาส 4/2566 การขยายสาขาถือเป็นการเพิ่ม Capacity และการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในธุรกิจบริการ
รายได้จากการขายเติบโต 3.33% YoY โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (+10.23%), สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกาย (+11.54%) และสินค้าบริโภค (+27.01%) อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-28.23%) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 24.25% เป็น 22.61% ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขาย โดยเฉพาะการลดลงของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง
ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (Distribution Costs) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 37.65% YoY คิดเป็น 14.54% ของรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,300.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.07% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย แต่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 18.27% จากการลงทุนขยายสาขา เช่น สินค้าคงเหลือ ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 362.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.83% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่าและเจ้าหนี้การค้า การลงทุนขยายสาขาทำให้หนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 19.51%
กลุ่มบริษัทไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.39 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 4.82 เท่า ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ดี
## สรุปท้าย
HL ในไตรมาส 3/2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ แม้รายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้ดีจากผลิตภัณฑ์หลักบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะมีผลต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ฐานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการรองรับการขยายธุรกิจต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HL ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
577.32
ล้านบาท
↑ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
148.69
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.76
%
กำไรสุทธิ
27.83
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.82
%
D/E Ratio
0.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
577
↑ + 7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↑ + 10%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
28
↓ -10.8%
YoY
D/E Ratio
0.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.49
ROE (%)
7.89
ROA (%)
7.28
Book Value/หุ้น
3.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-75
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+122
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-75.10
+178.46%
|
-26.97
-184.12%
|
32.06
-137.98%
|
-84.41
-344.31%
|
34.55
-64.37%
|
96.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
122.24
-9.67%
|
135.33
-64.66%
|
382.96
-65.64%
|
1,114.67
-7,657.08%
|
-14.75
+26.50%
|
-11.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
66.11
+15.15%
|
57.41
-8.67%
|
62.86
+7.56%
|
58.44
-91.07%
|
654.31
-940.15%
|
-77.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
125.82
-15.31%
|
148.57
-68.91%
|
477.88
-56.11%
|
1,088.69
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
168.67
-49.62%
|
334.81
+128.77%
|
146.35
-79.24%
|
705.01
+1,922.98%
|
34.85
+27.05%
|
27.43
+143.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
37.43
-77.81%
|
168.67
-49.62%
|
334.81
+128.77%
|
146.35
-79.24%
|
705.01
+1,922.98%
|
34.85
+27.05%
|