บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)
MAI ·
5.60
+0.05 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6757 out_tok=2738 at=2026-07-25T16:54:52 -->
# HL กำไรสุทธิ Q1/66 ดิ่ง 57.6% รับแรงกดดันต้นทุน-มาร์จินหด
## รายได้รวมโต 3.6% แต่กำไรสุทธิวูบ เหตุอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการแข่งขันสูง และต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่งจากการขยายสาขา
บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 388.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 57.62% มาอยู่ที่ 12.80 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลง และต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ HL ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่าย (Distribution Costs)** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ลดลงจาก 23.92% ในไตรมาส 1/2565 มาอยู่ที่ 21.47% ในไตรมาส 1/2566 สาเหตุหลักมาจากการจัดโปรโมชั่นในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ยา เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงกำไรจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านที่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ซึ่งเคยเป็นช่วงที่ขายดีที่สุดในปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง
2. **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 37.19% จาก 49.54 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 มาอยู่ที่ 49.54 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 (ตัวเลขในเอกสารซ้ำกัน ขออ้างอิงจาก % ที่เพิ่มขึ้น) คิดเป็นสัดส่วน 12.85% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขยายสาขาร้านขายยาใหม่ 14 สาขา (11 สาขาในปี 2565 และ 3 สาขาในไตรมาส 1/2566) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2/2566
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** การลดลงของกำไรจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เป็นปัจจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การจัดโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอาจเป็นกลยุทธ์ระยะสั้น แต่การขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจนั้น เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรในอนาคตหากการขยายสาขาประสบความสำเร็จ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 3.77%:** อยู่ที่ 388.34 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกาย และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เติบโต 16-23%
* **กำไรสุทธิลดลง 57.62%:** เหลือ 12.80 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว และต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 23.92% เป็น 21.47% จากการจัดโปรโมชั่นและยอดขายสินค้าโควิดที่ลดลง
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 37.19%:** จากการขยายสาขาใหม่ 14 สาขาในช่วงปีที่ผ่านมาและไตรมาสนี้
* **จำนวนสาขาร้านขายยาเพิ่มเป็น 39 สาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 พร้อมแผนขยายสาขาต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 385.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เติบโต 15.86%, สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกายเติบโต 20.41% และสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโต 22.62% อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านลดลงถึง 34.53% เนื่องจากยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค
เมื่อพิจารณาต้นทุนและค่าใช้จ่าย พบว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 37.19% เป็นผลมาจากการขยายสาขาใหม่ 14 สาขาในช่วงปีที่ผ่านมาและไตรมาสนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 9.34% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.92% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 21.47% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.06% มาอยู่ที่ 3.29% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 12.80 ล้านบาท ลดลง 57.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:** ยังคงเป็นกลุ่มรายได้หลักที่เติบโตได้ดี สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายสาขาร้านขายยา:** การเปิดสาขาใหม่ 3 สาขาในไตรมาสนี้ และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา (2 สาขาอยู่ระหว่างก่อสร้าง และ 4 สาขาจองพื้นที่แล้ว) จะช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การปรับลดระดับ COVID-19:** แม้จะส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ และอาจมีโอกาสในการเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มอื่น ๆ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การจัดโปรโมชั่นในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ยาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น
* **การพึ่งพิงสินค้า COVID-19:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาและการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของสาขาใหม่:** ประสิทธิภาพและอัตราการเติบโตของสาขาร้านขายยาที่เปิดใหม่
* **กลยุทธ์การบริหารอัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันและการจัดโปรโมชั่น
* **การควบคุมต้นทุนจัดจำหน่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขาให้มีประสิทธิภาพ
* **การเติบโตของกลุ่มสินค้าหลัก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงสินค้าสุขภาพ
* **แนวโน้มยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19:** การปรับตัวของรายได้ในส่วนนี้ และการหาผลิตภัณฑ์ทดแทน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวม 388.34 ล้านบาท เติบโต 3.64% YoY โดยรายได้จากการขาย 385.40 ล้านบาท เติบโต 3.77% YoY กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโต 15.86% (262.47 ลบ.), สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกายเติบโต 20.41% (40.74 ลบ.) และสินค้าบริโภคเติบโต 22.62% (20.38 ลบ.) ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านลดลง 34.53% (61.81 ลบ.) เนื่องจากยอดขาย ATK และสินค้าเกี่ยวข้องโควิดลดลง
**จำนวนสาขา:** ณ 31 มี.ค. 66 มีร้านขายยาเปิดดำเนินการรวม 39 สาขา เพิ่มขึ้น 3 สาขาในไตรมาสนี้ และมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.92% เป็น 21.47% สาเหตุหลักจากการจัดโปรโมชั่นสินค้าที่ไม่ใช่ยา และกำไรจากสินค้าเกี่ยวข้องโควิดลดลง อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.06% เป็น 3.29%
**ต้นทุน:** ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 37.19% เป็น 49.54 ล้านบาท (12.85% ของรายได้) จากการขยายสาขาใหม่ 14 สาขา ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.34% เป็น 19.54 ล้านบาท (5.03% ของรายได้)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มี.ค. 66 สินทรัพย์รวม 1,311.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.11% YoY โดยเงินสดลดลงจากการเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาและปรับปรุงคลังสินค้า
หนี้สินรวม 356.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.35% YoY โดยหลักมาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา บริษัทไม่มีเงินกู้จากสถาบันการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.37 เท่า
ส่วนของเจ้าของ 954.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.55% YoY มีกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร 135.39 ล้านบาท มีการจ่ายเงินปันผล 0.18 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงิน 48.96 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง 4.76 เท่า (ลดลงจาก 5.77 เท่า YoY) อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) 10.90% (ลดลงจาก 18.41% YoY) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 8.13% (ลดลงจาก 12.23% YoY)
## สรุปท้าย
HL ในไตรมาส 1/2566 เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการแข่งขันและการสิ้นสุดยุคทองของสินค้าโควิด ประกอบกับต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้ แต่ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การเพิ่มอัตรากำไรในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในสาขาใหม่ที่กำลังจะเปิดดำเนินการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HL ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
577.32
ล้านบาท
↑ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
148.69
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.76
%
กำไรสุทธิ
27.83
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.82
%
D/E Ratio
0.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
577
↑ + 7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↑ + 10%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
28
↓ -10.8%
YoY
D/E Ratio
0.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.49
ROE (%)
7.89
ROA (%)
7.28
Book Value/หุ้น
3.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-75
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+122
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-75.10
+178.46%
|
-26.97
-184.12%
|
32.06
-137.98%
|
-84.41
-344.31%
|
34.55
-64.37%
|
96.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
122.24
-9.67%
|
135.33
-64.66%
|
382.96
-65.64%
|
1,114.67
-7,657.08%
|
-14.75
+26.50%
|
-11.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
66.11
+15.15%
|
57.41
-8.67%
|
62.86
+7.56%
|
58.44
-91.07%
|
654.31
-940.15%
|
-77.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
125.82
-15.31%
|
148.57
-68.91%
|
477.88
-56.11%
|
1,088.69
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
168.67
-49.62%
|
334.81
+128.77%
|
146.35
-79.24%
|
705.01
+1,922.98%
|
34.85
+27.05%
|
27.43
+143.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
37.43
-77.81%
|
168.67
-49.62%
|
334.81
+128.77%
|
146.35
-79.24%
|
705.01
+1,922.98%
|
34.85
+27.05%
|