บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.04
0.01 (20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7047 out_tok=2819 at=2026-07-25T15:01:37 -->
# GEL พลิกขาดทุนกำไร Q3/66 รับแรงหนุนรายได้ "อินโนพรีคาสท์"
## รายได้-กำไรโตแรงจากการรวมงบ "อินโนพรีคาสท์" ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับสูงขึ้นตาม
บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 36 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เข้ามารวมงบการเงิน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GEL ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร มาจากการรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เข้ามารวมงบการเงินในไตรมาสนี้ โดยไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 36 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด เข้ามา ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% หรือ 563 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากงานขายสินค้าและบริการของอินโนพรีคาสท์ฯ นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยอยู่ที่ 205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 96 ล้านบาทในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายก็เพิ่มขึ้นตามยอดขายเช่นกัน โดยอยู่ที่ 1,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% หรือ 483 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท หรือ 11% มาอยู่ที่ 281 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งบริษัทย่อย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของอินโนพรีคาสท์ฯ ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรายการผลกำไรอื่นจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ MILL-W5 เพิ่มขึ้น 3.05 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท (จากขาดทุน 15 ล้านบาท เป็นกำไร 1 ล้านบาท) ซึ่งช่วยสนับสนุนผลกำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการรับรู้รายได้และกำไรจากบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เข้ามาเสริมทัพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่นี้ จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** GEL มีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 เทียบกับขาดทุน 36 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้โต 36%:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 563 ล้านบาท หรือ 36% YoY
* **อินโนพรีคาสท์หนุน:** การรวมงบการเงินของบริษัทย่อย อินโนพรีคาสท์ จำกัด เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโต
* **ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายเพิ่ม:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่
* **ฐานะการเงินเปลี่ยนแปลง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 55.65% เป็น 10,997 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 116.59% เป็น 6,838 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 2,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากงานขายสินค้าและบริการของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เข้ามารวมงบการเงินในไตรมาสนี้
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 1,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% โดยมีสาเหตุจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าธรรมเนียมธนาคารจากการขอวงเงินสินเชื่อ และค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งบริษัทย่อย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของอินโนพรีคาสท์ฯ
ผลกำไรอื่นจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของใบสำคัญแสดงสิทธิ MILL-W5 เพิ่มขึ้น 3.05 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท (จากขาดทุน 15 ล้านบาท เป็นกำไร 1 ล้านบาท)
ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 36 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 5,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% โดยมีปัจจัยจากการรับรู้รายได้จากเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง (เสาสปัน) เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้จากอินโนพรีคาสท์ฯ
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 5,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%
ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 206 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตจากบริษัทย่อย:** การรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด เข้ามา จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่ม GEL
* **การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้าง:** การรับรู้รายได้จากเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง (เสาสปัน) ที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อยใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่โดยทั่วไปธุรกิจก่อสร้างมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลต่อต้นทุน
* **การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าธรรมเนียมธนาคารที่เพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตหรือต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของอินโนพรีคาสท์:** ติดตามผลการดำเนินงานและอัตรากำไรของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด อย่างใกล้ชิด
* **การบริหารต้นทุน:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
* **แนวโน้มรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป:** พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจหลักและบริษัทย่อย
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับหนี้สินและการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 36% ในไตรมาส 3/2566 เป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่กำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย สะท้อนถึงการรับรู้กำไรจากอินโนพรีคาสท์ฯ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 11% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งบริษัทย่อยใหม่ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของอินโนพรีคาสท์ฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 10,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.65% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมงบการเงินของอินโนพรีคาสท์ฯ ทำให้สินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์, ค่าความนิยม, และสินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.59% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมหนี้สินของอินโนพรีคาสท์ฯ โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน และหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 4,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.42% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนและส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นจากการเพิ่มทุน แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนที่รับรู้ และการปรับมูลค่าเงินลงทุนหลักทรัพย์เผื่อขาย
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
GEL พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 จากแรงหนุนสำคัญของการรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในโครงสร้างฐานะการเงิน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมและอัตราส่วน D/E นักลงทุนควรจับตาความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สิน เพื่อรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GEL ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
258.41
ล้านบาท
↓ 77.7% YoY
กำไรขั้นต้น
32.20
ล้านบาท
↑ 253% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46
%
กำไรสุทธิ
-138.26
ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-53.50
%
D/E Ratio
1.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
258
↓ -77.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↑ + 253%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-138
↓ -29.6%
YoY
D/E Ratio
1.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.87
ROE (%)
-17.95
ROA (%)
-3.82
Book Value/หุ้น
0.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-233
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-232.52
-189.14%
|
260.84
-3,150.76%
|
-8.55
-104.10%
|
208.48
-332.37%
|
-89.72
-133.04%
|
271.53
-364.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6.47
-89.82%
|
63.55
+198.22%
|
21.31
-942.29%
|
-2.53
-173.33%
|
3.45
-101.12%
|
-309.16
+1,421.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
291.83
-191.26%
|
-319.77
+156.35%
|
-124.74
-123.48%
|
531.29
-755.10%
|
-81.10
-380.33%
|
28.93
-24.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
65.80
+1,327.33%
|
4.61
-104.12%
|
-111.97
-36.19%
|
-175.48
+520.07%
|
-28.30
+218.69%
|
-8.88
-68.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.57
+150.87%
|
59.62
-28.74%
|
83.67
+453.01%
|
15.13
-12.09%
|
17.21
+68.31%
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.77
-68.73%
|
149.57
+150.87%
|
59.62
-28.74%
|
83.67
+453.01%
|
15.13
-270.38%
|
-8.88
-186.89%
|