บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.04
0.01 (20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6557 out_tok=2977 at=2026-07-25T05:41:08 -->
# GEL Q2/2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 15 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้น
## รายได้รวมเติบโต 12% แต่ต้นทุนสินค้าและบริการพุ่งสูงกว่า ส่งผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่การรวมบริษัทย่อยใหม่มีผลต่อฐานะการเงิน
บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 12% จากการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยใหม่ แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัว โดยภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยใหม่เข้ามา ทำให้ทั้งรายได้และต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนกลับเพิ่มในสัดส่วนที่สูงกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเติบโตจำกัด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 12% หรือ 133 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายสินค้าและบริการของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เพิ่งรวมเข้ามา
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 18% หรือ 101 ล้านบาท เป็น 657 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ สาเหตุหลักมาจากการบันทึกต้นทุนสินค้าและบริการของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด เช่นกัน
* **กำไรขั้นต้น:** แม้จะเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 แต่สัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้ (Gross Profit Margin) อาจลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 35% หรือ 14 ล้านบาท เป็น 54 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 ปัจจัยที่ระบุคือ การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ, ค่าธรรมเนียมธนาคารจากการขอวงเงินสินเชื่อ, ค่าธรรมเนียมวิชาชีพและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อได้มาซึ่งบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,056 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13% เป็น 1,375 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12% เป็น 135 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19% เป็น 135 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวม 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรวมบริษัทย่อยใหม่ (อินโนพรีคาสท์) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้เติบโต แต่การที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ทำให้ผลประกอบการยังคงมีแรงกดดัน การจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทย่อยใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของกลุ่มบริษัท รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท เป็น 32 ล้านบาท** จากขาดทุนสุทธิ 17 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 12% เป็น 150 ล้านบาท** จาก 133 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 18% เป็น 657 ล้านบาท** จาก 556 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 35% เป็น 54 ล้านบาท** จาก 40 ล้านบาทในปีก่อน
* **งวด 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท จาก 33 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 55% เป็น 10,924 ล้านบาท** จาก 7,065 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักจากการรวมบริษัทย่อยใหม่
* **หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 117% เป็น 6,852 ล้านบาท** จาก 3,157 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักจากการรวมบริษัทย่อยใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL และบริษัทย่อย มีผลขาดทุนสุทธิรวม 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 17 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133 ล้านบาท หรือ 12% จากปีก่อน เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการขายสินค้าและบริการของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่รวมเข้ามา อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท หรือ 18% เป็น 657 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท หรือ 35% เป็น 54 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 33 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,056 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13% เป็น 1,375 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19% เป็น 135 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยใหม่:** การรวมบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด เข้ามาในงบการเงิน ทำให้มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การกลับมามีกำไรจากบริษัทร่วม:** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท แมคทริค จำกัด (มหาชน) จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งพลิกจากที่เคยรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวน 13 ล้านบาทในปีก่อน เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันผลกำไร
* **การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางราย
* **ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น:** การรวมบริษัทย่อยใหม่ส่งผลให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนทางการเงินในอนาคต
* **ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์:** การบันทึกมูลค่าเงินลงทุนหลักทรัพย์เผื่อขาย (MILL) ที่ลดลงตามราคาตลาด ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด:** ความสามารถในการสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนของบริษัทย่อยใหม่นี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการรวมของ GEL
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** กลยุทธ์ในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อลดแรงกดดันต่อผลกำไร
* **แนวโน้มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวของบริษัท แมคทริค จำกัด (มหาชน) จะส่งผลบวกต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การวางแผนการชำระคืนหนี้และการบริหารต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** แม้จะมีการเติบโตจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ แต่ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุถึงมูลค่าโอน (Presale/Backlog) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของกลุ่มธุรกิจนี้
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารระบุถึงต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนก่อสร้างโดยเฉพาะ
* **สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง:** มีการบันทึกสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญางานก่อสร้างเพิ่มขึ้น และสินทรัพย์ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่าที่ดินและโรงงานของบริษัทย่อยใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 10,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.62% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมงบการเงินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์, สินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่า, ค่าความนิยม เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนี้สินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 6,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.04% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการรวมหนี้สินของบริษัท อินโนพรีคาสท์ จำกัด ทั้งเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน, หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 4,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.19% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน และมีผลขาดทุนสุทธิที่ลดทอนส่วนของผู้ถือหุ้น แต่ก็มีการบันทึกมูลค่าเงินลงทุนหลักทรัพย์เผื่อขายที่ลดลง
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ GEL สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ "อินโนพรีคาสท์" แม้จะส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้ แต่ก็ทำให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีสัญญาณบวกจากการกลับมามีกำไรจากบริษัทร่วม แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GEL ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
258.41
ล้านบาท
↓ 77.7% YoY
กำไรขั้นต้น
32.20
ล้านบาท
↑ 253% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46
%
กำไรสุทธิ
-138.26
ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-53.50
%
D/E Ratio
1.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
258
↓ -77.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↑ + 253%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-138
↓ -29.6%
YoY
D/E Ratio
1.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.87
ROE (%)
-17.95
ROA (%)
-3.82
Book Value/หุ้น
0.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-233
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-232.52
-189.14%
|
260.84
-3,150.76%
|
-8.55
-104.10%
|
208.48
-332.37%
|
-89.72
-133.04%
|
271.53
-364.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6.47
-89.82%
|
63.55
+198.22%
|
21.31
-942.29%
|
-2.53
-173.33%
|
3.45
-101.12%
|
-309.16
+1,421.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
291.83
-191.26%
|
-319.77
+156.35%
|
-124.74
-123.48%
|
531.29
-755.10%
|
-81.10
-380.33%
|
28.93
-24.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
65.80
+1,327.33%
|
4.61
-104.12%
|
-111.97
-36.19%
|
-175.48
+520.07%
|
-28.30
+218.69%
|
-8.88
-68.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.57
+150.87%
|
59.62
-28.74%
|
83.67
+453.01%
|
15.13
-12.09%
|
17.21
+68.31%
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.77
-68.73%
|
149.57
+150.87%
|
59.62
-28.74%
|
83.67
+453.01%
|
15.13
-270.38%
|
-8.88
-186.89%
|