บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.47
0.03 (6.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิ
กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิของปี 2566 จำนวน 56 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิจำนวน 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ซึ่งสาเหตุที่เพิ่มขึ้นเกิดจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 3 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินมีจำนวนลดลง 2 ล้านบาท เป็นผลมาจากกลุ่มบริษัทฯได้นำเงินระดมทุนบางส่วนไปจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมีจำนวนลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7044 out_tok=2417 at=2026-07-25T14:02:15 -->
# ETL กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง YoY แต่กำไรจากการดำเนินงานโตเด่น รับบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
## รายได้รวม Q3/2566 หดตัว 27% YoY เหตุฐานปีก่อนสูงจากการผ่อนคลายด่านจีน ขณะที่ GPM พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี
บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 15.28 ล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน พบว่ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การเพิ่มปริมาณสินค้าในเที่ยวรถขากลับ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ ETL ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูง** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น** แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม โดย GPM ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 16.12% และงวด 9 เดือนอยู่ที่ 15.15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ:
* **การลดลงของต้นทุนการขนส่งแบบเหมาเที่ยว (Outsource):** ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของกลุ่มบริษัทฯ
* **ปริมาณการวิ่งเที่ยวเปล่าลดลง:** ทำให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยรวม:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งลดลง 7% ในไตรมาส 3 และ 8% ในงวด 9 เดือน เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายประเทศที่ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว และฐานรายได้ที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากปริมาณเที่ยวขนส่งจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการผ่อนปรนมาตรการปิดด่าน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จะเป็นช่วงการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ โดยมีแนวโน้มปริมาณการนำเข้า-ส่งออกปรับตัวดีขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณเที่ยวการขนส่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับงานที่เติบโตในปีหน้า และเตรียมพร้อมเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตในปี 2567 การเพิ่มยานพาหนะและอุปกรณ์ต่างๆ คาดว่าจะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการคงกลยุทธ์การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 15.28 ล้านบาท ลดลง 43% YoY** แต่หากตัดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2565 กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 32%
* **รายได้จากการให้บริการ Q3/2566 อยู่ที่ 303.75 ล้านบาท ลดลง 27% YoY** และลดลง 11% QoQ เนื่องจากฐานรายได้ปีก่อนสูงจากการขนส่งจากจีน และเศรษฐกิจชะลอตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2566 พุ่งสูงถึง 16.12%** และงวด 9 เดือนอยู่ที่ 15.15% สูงสุดในรอบ 3 ปี จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7% ใน Q3/2566 และ 8% ในงวด 9 เดือน** จากการลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามกลยุทธ์
* **บริษัทฯ วางแผนลงทุนขยายธุรกิจและเข้าสู่ธุรกิจ Cold Chain ในปี 2567** เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 303.75 ล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 11% QoQ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 48.98 ล้านบาท ลดลง 9% YoY แต่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 13.03% เป็น 16.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7% ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีอยู่ที่ 24.17 ล้านบาท ลดลง 34% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.28 ล้านบาท ลดลง 43% YoY
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** รายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 949.94 ล้านบาท ลดลง 15% YoY ต้นทุนการให้บริการลดลง 17% ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 143.95 ล้านบาท ลดลง 6% YoY แต่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 13.66% เป็น 15.15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 8% ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีอยู่ที่ 61.38 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 47.15 ล้านบาท ลดลง 8% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและปริมาณการค้าระหว่างประเทศ:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อปริมาณเที่ยวการขนส่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 และปี 2567
* **การลงทุนขยายธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ:** การนำเงินระดมทุนไปลงทุนจะช่วยรองรับงานที่เติบโตในปีหน้า
* **การเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain):** เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในปี 2567
* **การเพิ่มยานพาหนะและอุปกรณ์:** คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้ง:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้าระหว่างประเทศและชะลอการเติบโตของธุรกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์:** อาจส่งผลต่ออัตราค่าบริการและแรงกดดันด้านต้นทุน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในปีนี้จะไม่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมากเท่าปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 4/2566 และปี 2567:** จะสามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่
* **ความคืบหน้าของการลงทุนขยายธุรกิจและธุรกิจ Cold Chain:** จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามแผนหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** จะยังคงมีประสิทธิภาพและสามารถรักษา GPM ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการค้าระหว่างประเทศและปัจจัยภายนอก:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลง 27% YoY ใน Q3/2566 เนื่องจากฐานปีก่อนสูงจากการขนส่งจากจีนหลังผ่อนคลายด่าน และเศรษฐกิจชะลอตัว โดยการค้าชายแดนและผ่านแดนโดยเฉลี่ยลดลง 2.06% และ 2.53% ตามลำดับในช่วง 9 เดือนแรก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 16.12% ใน Q3/2566 และ 15.15% ในงวด 9 เดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี จากการลดต้นทุน Outsource และการวิ่งเที่ยวเปล่าที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการบริหารจัดการที่ดี ลดลง 7% ใน Q3/2566 และ 8% ในงวด 9 เดือน จากการลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 928.60 ล้านบาท ลดลง 8.59% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 180.30 ล้านบาท เหลือ 72.90 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 568.37 ล้านบาท ลดลง 6.45% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 360.23 ล้านบาท ลดลงจาก 408.29 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
ETL ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง แต่สามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยประคองผลกำไรสุทธิ แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะเมื่อตัดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออกไป การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและเข้าสู่ตลาด Cold Chain ในปี 2567 เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นรายได้และผลกำไรที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETL ไตรมาส 4/2023
รายได้รวม
422.90
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.07
ล้านบาท
↓ 101% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.02
%
กำไรสุทธิ
-30.51
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.21
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
423
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -101%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-31
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
3.65
ROA (%)
0.77
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
778.39
+43.42%
|
542.72
-19.61%
|
696.97
+7.90%
|
645.96
-17.15%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
404.95
-6.00%
|
430.80
+15.59%
|
371.58
+0.45%
|
369.91
+4.44%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,183.34
+21.55%
|
973.52
-7.09%
|
1,068.55
+5.19%
|
1,015.87
-10.40%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
311.98
-1.46%
|
311.96
-35.34%
|
482.47
-16.56%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
85.63
-15.10%
|
97.49
-22.07%
|
125.11
-33.34%
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.00
|
397.62
-4.75%
|
409.45
-32.61%
|
607.58
-20.67%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
575.90
-8.64%
|
659.10
+61.43%
|
408.29
+10.97%
|
| D/E | — | — |
0.69
|
0.62
|
1.49
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
3.65
|
-4.83
|
7.89
|
14.18
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.77
|
-2.74
|
6.14
|
8.03
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
1.40
|
1.74
|
2.13
|
1.34
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
1.08
|
1.50
|
1.84
|
1.29
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
78.16
|
96.37
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
83.38
|
76.43
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
-5.22
|
19.94
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-104.59
+182.60%
|
-37.01
-209.05%
|
33.94
-65.55%
|
98.52
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-83.61
-1,138.63%
|
8.05
-104.42%
|
-182.02
+2,006.71%
|
-8.64
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
125.35
+238.33%
|
37.05
-82.58%
|
212.68
-995.87%
|
-23.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-166.24
-2,157.43%
|
8.08
-90.70%
|
86.86
+62.63%
|
53.41
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
89.18
-50.52%
|
180.25
+42.11%
|
126.84
+455.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
89.18
-50.52%
|
180.25
+42.10%
|