บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.98
0.07 (1.39%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6017 out_tok=2595 at=2026-07-25T14:36:33 -->
# DDD กำไร Q3/2565 พลิกขาดทุนเป็นกำไร รับแรงหนุนรายได้ต่างประเทศโต
## รายได้รวมโต 40% ดันกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก หลังคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดี
บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.38 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 130.87 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 40.41% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ DDD ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มาจากตลาดต่างประเทศ** ซึ่งชดเชยผลขาดทุนในปีก่อนหน้าได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 92.17% โดยมีตลาดฟิลิปปินส์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งร้านค้าและออนไลน์ รวมถึงการทำแผนการตลาดที่เข้มข้นขึ้น
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามในประเทศฟื้นตัว:** รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามในประเทศเพิ่มขึ้น 32.33% จากปริมาณการขายที่สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการขยายช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ต้นทุนรวมต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 36.16% เป็น 33.72% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ก็ลดลงเช่นกัน จากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 71.64 ล้านบาท จากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากปัจจัยการเติบโตของตลาดต่างประเทศที่ฝ่ายจัดการได้มีการขยายช่องทางและทำแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นตัวของตลาดในประเทศก็มีแนวโน้มที่ดีจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์อาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 11.38 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 จากที่ขาดทุน 130.87 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้จากการขายโต 40.41%:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 392.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 279.86 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ต่างประเทศหนุนหลัก:** รายได้จากการขายต่างประเทศของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มขึ้น 92.17% โดยเฉพาะตลาดฟิลิปปินส์
* **ต้นทุนต่อรายได้ลดลง:** อัตราส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 36.16% เป็น 33.72%
* **ค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ลดลง:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 45.46% เป็น 37.91%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย:** ลดลง 0.79% จากการจ่ายเงินปันผล 111.26 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 392.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายต่างประเทศในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวถึง 92.17% และการเติบโตของยอดขายในประเทศกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม 32.33% จากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการขยายช่องทางออนไลน์
ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 30.95% ในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลงจาก 36.16% เป็น 33.72% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 17.08% ในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลงจาก 45.46% เป็น 37.91% ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 37.70% โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพื่อรองรับการเติบโต
ผลลัพธ์คือ บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.38 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 130.87 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรสุทธิปรับดีขึ้นจาก -42.76% เป็น 2.38%
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,180.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.98% โดยมีรายได้จากการขายต่างประเทศของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นปัจจัยหลัก
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและแผนการตลาดที่เข้มข้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันรายได้
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการขายผ่านช่องทางออฟไลน์
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** การขยายช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และการใช้กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ ยังคงเป็นโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้ออาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในตลาดฟิลิปปินส์:** ติดตามการขยายช่องทางและผลตอบรับจากแผนการตลาด
* **การฟื้นตัวของยอดขายช่องทางออฟไลน์ในประเทศ:** ประเมินผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการและพฤติกรรมผู้บริโภค
* **ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายตัวของช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย:** กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลและการใช้กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** การติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Volume/SSS:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข SSS หรือ Volume โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามในประเทศที่เพิ่มขึ้น 32.33% บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายภายในประเทศ
* **Market Share:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Market Share
* **ราคาขาย:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าต้นทุนบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้ระบุถึงความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการกล่าวถึงการทำแผนการตลาดเพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ในประเทศฟิลิปปินส์
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการเน้นย้ำถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศทั้งจำนวนร้านค้าและช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเติบโตของช่องทางออนไลน์ (E-commerce), โซเชียล (Social Commerce) และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,234.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.20% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น รวมถึงเงินลงทุนระยะสั้นในตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้ และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับแผนการจัดจำหน่ายในไตรมาส 4
หนี้สินรวมอยู่ที่ 549.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.54% จากปีก่อน โดยหลักมาจากหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 4,684.45 ล้านบาท ลดลง 0.79% จากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.12 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
## สรุปท้าย
DDD พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จากแรงหนุนสำคัญของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 40.41% โดยเฉพาะการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดต่างประเทศในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนต่อรายได้และค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลง แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและสภาวะการแข่งขัน แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดต่างประเทศและการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DDD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
365.90
ล้านบาท
↑ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
213.23
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.28
%
กำไรสุทธิ
18.21
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
213
↑ + 0.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
18
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DDD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.55
ROA (%)
1.65
Book Value/หุ้น
14.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DDD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+33
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+137
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DDD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
33.24
-753.05%
|
-5.09
-101.73%
|
293.94
-612.45%
|
-57.36
-59.80%
|
-142.70
+119.37%
|
-65.05
+94.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
136.57
-111.40%
|
-1,198.30
-183.28%
|
1,438.90
-253.54%
|
-937.18
-373.93%
|
342.12
-236.89%
|
-249.93
-45.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
116.46
-1,041.47%
|
-12.37
-111.53%
|
107.32
-16.29%
|
128.20
-3,189.16%
|
-4.15
-98.13%
|
-221.77
-13.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
292.38
-123.95%
|
-1,220.96
-166.98%
|
1,822.87
-304.77%
|
-890.22
-623.57%
|
170.03
+1,082.41%
|
14.38
-100.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,061.82
-22.44%
|
1,368.97
-44.14%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+16.44%
|
762.56
-25.51%
|
1,023.69
-42.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,884.72
+77.50%
|
1,061.82
-36.38%
|
1,668.97
-31.90%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+81.73%
|
488.58
-52.27%
|