บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.98
0.07 (1.39%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5538 out_tok=2948 at=2026-07-25T15:20:12 -->
# DDD Q1/2565 กำไรสุทธิวูบ 79% โบ้ยนโยบายลงทุนอนุรักษ์นิยม-ตลาดทุนผันผวน
## รายได้ธุรกิจบำรุงผิวโตแรง 63% หนุนยอดขายรวม แต่กำไรสุทธิหดหนักจากรายการพิเศษ
บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 381.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงถึง 79.48% เหลือเพียง 51.14 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการลงทุนที่ปรับเปลี่ยนไปเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ DDD ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี** โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 79.48% จาก 249.16 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 51.14 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 38.16% เหลือ 12.47% ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบนี้มาจาก **รายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน** ไม่ใช่จากการดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก เกิดจากการ **ปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนเป็นแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative) และเน้นรับผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล** โดยบริษัทฯ มีการระมัดระวังการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ตลาดทุนที่มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลให้ **"รายได้อื่น" ลดลงถึง 91.67%** จากเดิมที่มีรายการกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน, กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ทางการเงิน และเงินปันผลรับ ซึ่งรายการเหล่านี้ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีมูลค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในขณะเดียวกัน **รายได้จากการขายเติบโต 22.60%** เป็นผลมาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติบโตถึง 63.73% โดยเฉพาะการขยายช่องทางออนไลน์ โซเชียล และอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและแผนการตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามมีรายได้ลดลง 5.19% จากปริมาณการขายในประเทศที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารที่ระบุว่าบริษัทฯ ได้ "ปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนเป็นแบบอนุรักษ์นิยม...และเน้นรับผลตอบแทนในรูปแบบบันผล โดยระมัดระวังการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ตลาดทุนที่มีความผันผวนสูง" บ่งชี้ว่าการลดลงของรายได้อื่นนี้เป็นผลมาจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงในสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหลักของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเสริมความงามในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากตลาดทุนยังคงผันผวนสูง นโยบายนี้อาจดำเนินต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวมเติบโต 22.60%** แตะ 381.78 ล้านบาท
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโตโดดเด่น 63.73%** หนุนโดยการขยายช่องทางออนไลน์และต่างประเทศ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 79.48%** เหลือ 51.14 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 53.29% เป็น 64.19% จากการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **อัตราส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลง** จาก 46.71% เป็น 35.81%
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลง** จาก 37.70% เป็น 32.21% จากการปรับลดค่าส่งเสริมการขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 381.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.60% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติบโตถึง 63.73% ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในฟิลิปปินส์ ในขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามมียอดขายลดลง 5.19% จากปริมาณการขายในประเทศที่ลดลง
ด้านต้นทุนรวมลดลง 6.01% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 46.71% เป็น 35.81% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 53.29% เป็น 64.19% เนื่องจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.72% แต่เมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย อัตราส่วนลดลงจาก 37.70% เป็น 32.21% เนื่องจากมีการปรับลดค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายลง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.72% เล็กน้อย โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโต
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากถึง 79.48% จาก 249.16 ล้านบาท เป็น 51.14 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 38.16% เป็น 12.47% ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาก "รายได้อื่น" ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับนโยบายการลงทุนให้มีความระมัดระวังมากขึ้นในสภาวะตลาดทุนผันผวน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว:** การขยายช่องทางออนไลน์ โซเชียล และอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศ รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันรายได้
* **ประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน:** การเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การปรับลดค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายลงเมื่อเทียบกับรายได้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** นโยบายการลงทุนที่เปลี่ยนไปเพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดทุนที่ผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้อื่นที่เคยเป็นส่วนสำคัญของกำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเสริมความงาม มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการต้นทุนได้ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว:** การเติบโตต่อเนื่องในตลาดออนไลน์และต่างประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์
* **ผลกระทบจากนโยบายการลงทุน:** การเปลี่ยนแปลงของรายได้อื่น และผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป หากตลาดทุนยังคงผันผวน
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบที่อาจปรับสูงขึ้น
* **การปรับตัวของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม:** กลยุทธ์ในการฟื้นฟูยอดขายในประเทศของกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
* **ประสิทธิภาพการใช้จ่ายการตลาด:** การบริหารงบส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 22.60% เป็น 381.78 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มขึ้น 63.73% จากการขยายช่องทางออนไลน์ (E-commerce) โซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและแผนการตลาดในฟิลิปปินส์ ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามลดลง 5.19% จากปริมาณการขายในประเทศที่ลดลง
* **ต้นทุนรวม:** ลดลง 6.01% เป็น 136.73 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลงจาก 46.71% เป็น 35.81% จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุน
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 245.05 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 53.29% เป็น 64.19%
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 4.72% เป็น 122.96 ล้านบาท แต่อัตราส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 37.70% เป็น 32.21% จากการปรับลดค่าส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 4.72% เป็น 78.37 ล้านบาท หลักๆ มาจากบริษัทย่อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 5,234.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.21% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามกำไรสุทธิจากการวัดมูลค่ายุติธรรม
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 469.18 ล้านบาท ลดลง 6.50% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 4,765.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.92% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2565
* **อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.10 เท่า ลดลงจาก 0.11 เท่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 1.07% ลดลงจาก 5.50%
## สรุปท้าย
DDD ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้จากการขายเติบโตได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งผ่านช่องทางออนไลน์และตลาดต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้มีความระมัดระวังมากขึ้นในสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีผลต่อเนื่องหรือไม่ ในขณะที่ความเสี่ยงด้านการแข่งขันและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DDD ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
365.90
ล้านบาท
↑ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
213.23
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.28
%
กำไรสุทธิ
18.21
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
213
↑ + 0.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
18
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DDD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.55
ROA (%)
1.65
Book Value/หุ้น
14.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DDD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+33
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+137
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DDD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
33.24
-753.05%
|
-5.09
-101.73%
|
293.94
-612.45%
|
-57.36
-59.80%
|
-142.70
+119.37%
|
-65.05
+94.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
136.57
-111.40%
|
-1,198.30
-183.28%
|
1,438.90
-253.54%
|
-937.18
-373.93%
|
342.12
-236.89%
|
-249.93
-45.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
116.46
-1,041.47%
|
-12.37
-111.53%
|
107.32
-16.29%
|
128.20
-3,189.16%
|
-4.15
-98.13%
|
-221.77
-13.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
292.38
-123.95%
|
-1,220.96
-166.98%
|
1,822.87
-304.77%
|
-890.22
-623.57%
|
170.03
+1,082.41%
|
14.38
-100.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,061.82
-22.44%
|
1,368.97
-44.14%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+16.44%
|
762.56
-25.51%
|
1,023.69
-42.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,884.72
+77.50%
|
1,061.82
-36.38%
|
1,668.97
-31.90%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+81.73%
|
488.58
-52.27%
|