บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.98
0.07 (1.39%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4818 out_tok=2892 at=2026-07-25T15:29:28 -->
# DDD กำไรสุทธิลดลงแต่ขาดทุนน้อยลง YoY รับอานิสงส์รายได้ต่างประเทศโต
## รายได้ธุรกิจบำรุงผิวในฟิลิปปินส์พุ่ง 60% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง ช่วยลดขาดทุนสุทธิ
บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 มีรายได้จากการขายรวม 868.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะขาดทุนสุทธิ 6.72 ล้านบาท แต่ถือว่าขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.82% จาก 20.25 ล้านบาทในปี 2563 โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เติบโตและการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ DDD ในงวด 9 เดือน ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ประเทศฟิลิปปินส์** ซึ่งเติบโตถึง 60.40% ในไตรมาส 3 และ 15.30% ในงวด 9 เดือน เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้ **อัตราขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในฟิลิปปินส์เป็นผลมาจากความพยายามของบริษัทในการ **เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งร้านค้าและช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเพิ่มแผนการตลาด** สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศดังกล่าว ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
ในส่วนของต้นทุนขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ (จาก 45.16% เป็น 41.41%) เกิดจาก **ค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพลดลง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (จาก 54.84% เป็น 58.59%)
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ก็ปรับลดลงเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลงจาก 46.26% เป็น 43.22% เนื่องจากบริษัทได้ **ปรับลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโฆษณาและส่งเสริมการขายลง** และหันมาเน้นการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ร้านค้าไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 25.23% เป็น 22.86% ซึ่งเป็นผลจากการ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น** แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทคิวรอน
ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้แม้บริษัทจะยังคงมีขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมากจาก 20.25 ล้านบาท เหลือเพียง 6.72 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเติบโตของรายได้ในต่างประเทศและการปรับกลยุทธ์การตลาดไปสู่ช่องทางออนไลน์จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของบริษัท แต่การลดลงของค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพอาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งคราว การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้นและการเน้นช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรสุทธิจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขันในอุตสาหกรรม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือน เติบโต 23.65%** แตะ 868.19 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในต่างประเทศ
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือน ลดลง 66.82%** เหลือ 6.72 ล้านบาท จาก 20.25 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือน เพิ่มขึ้น** จาก 54.84% เป็น 58.59% โดยหลักจากการลดลงของค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง** สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับกลยุทธ์การตลาด
* **สินทรัพย์รวมลดลง 7.20%** จากสิ้นปี 2563 โดยหลักจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 868.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.65% เมื่อเทียบกับ 702.11 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เพิ่มขึ้น 15.30% โดยเฉพาะรายได้จากการขายในต่างประเทศ และธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เพิ่มขึ้น 31.23% จากการเข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทคิวรอน
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.39% แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 45.16% เป็น 41.41% เนื่องจากค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 54.84% เป็น 58.59%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 15.54% ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าซื้อกิจการ แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราส่วนลดลงจาก 46.26% เป็น 43.22% จากการปรับลดค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย และหันมาเน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.05% โดยหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราส่วนลดลงจาก 25.23% เป็น 22.86% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
ผลประกอบการโดยรวมทำให้บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิลดลง 66.82% จาก 20.25 ล้านบาท เป็น 6.72 ล้านบาท โดยอัตราขาดทุนสุทธิต่อรายได้รวมลดลงจาก -2.53% เป็น -0.62%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศฟิลิปปินส์:** การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งร้านค้าและออนไลน์ รวมถึงแผนการตลาดที่เข้มข้นขึ้น มีศักยภาพในการผลักดันรายได้ในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** การปรับกลยุทธ์การตลาดไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยลดข้อจำกัดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
* **การเข้าซื้อกิจการ:** การรวมกลุ่มบริษัทคิวรอนเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และเพิ่มรายได้โดยรวมของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะการเปิดให้บริการของร้านค้า และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเสริมความงาม มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ในงวดนี้ต้นทุนขายต่อรายได้จะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะตลาดฟิลิปปินส์ ว่าจะสามารถรักษาการเติบโตในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพของช่องทางออนไลน์:** การลงทุนและการปรับกลยุทธ์ในช่องทางออนไลน์จะสามารถสร้างยอดขายและผลกำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทคิวรอน:** การบูรณาการธุรกิจและการสร้าง Synergy หลังการเข้าซื้อกิจการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทรนด์ใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้รวม 9 เดือน เติบโต 23.65% โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มขึ้น 15.30% จากการเติบโตในต่างประเทศ (โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่โต 60.40% ใน Q3) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามเพิ่มขึ้น 31.23% จากการเข้าซื้อกิจการ
* **ต้นทุนขาย:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 45.16% เป็น 41.41% เนื่องจากค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพลดลง
* **กำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 54.84% เป็น 58.59% จากการลดลงของค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการปรับลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโฆษณาและส่งเสริมการขายลง โดยมุ่งเน้นการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลงจาก 46.26% เป็น 43.22%
* **ช่องทางขาย:** เน้นการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์โควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 4,985.59 ล้านบาท ลดลง 7.20% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นที่มีมูลค่าลดลง
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 368.84 ล้านบาท ลดลง 23.17% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักจากสิทธิเลือกขายสินทรัพย์ลดลง และเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นกับหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีมีมูลค่าลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 4,616.75 ล้านบาท ลดลง 5.64% จากการจ่ายเงินปันผลและผลการดำเนินงาน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.07 เป็น 0.08
* **อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE):** ดีขึ้นจาก -0.43% เป็น -0.15%
* **อัตราผลตอบแทนจากทรัพย์สิน (ROA):** ดีขึ้นจาก -0.38% เป็น 0.21%
* **อัตรากำไรสุทธิ:** ดีขึ้นจาก -2.53% เป็น -0.62%
## สรุปท้าย
DDD ในงวด 9 เดือน ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีท่ามกลางความท้าทาย โดยมีรายได้จากการขายเติบโตอย่างน่าพอใจจากการขยายตลาดในต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปัจจัยบางประการ เช่น การลดลงของค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การมุ่งเน้นช่องทางออนไลน์และการเข้าซื้อกิจการเป็นโอกาสที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DDD ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
365.90
ล้านบาท
↑ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
213.23
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.28
%
กำไรสุทธิ
18.21
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
213
↑ + 0.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
18
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DDD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.55
ROA (%)
1.65
Book Value/หุ้น
14.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DDD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+33
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+137
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DDD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
33.24
-753.05%
|
-5.09
-101.73%
|
293.94
-612.45%
|
-57.36
-59.80%
|
-142.70
+119.37%
|
-65.05
+94.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
136.57
-111.40%
|
-1,198.30
-183.28%
|
1,438.90
-253.54%
|
-937.18
-373.93%
|
342.12
-236.89%
|
-249.93
-45.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
116.46
-1,041.47%
|
-12.37
-111.53%
|
107.32
-16.29%
|
128.20
-3,189.16%
|
-4.15
-98.13%
|
-221.77
-13.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
292.38
-123.95%
|
-1,220.96
-166.98%
|
1,822.87
-304.77%
|
-890.22
-623.57%
|
170.03
+1,082.41%
|
14.38
-100.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,061.82
-22.44%
|
1,368.97
-44.14%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+16.44%
|
762.56
-25.51%
|
1,023.69
-42.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,884.72
+77.50%
|
1,061.82
-36.38%
|
1,668.97
-31.90%
|
2,450.65
+176.00%
|
887.92
+81.73%
|
488.58
-52.27%
|