บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
7.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12662 out_tok=3146 at=2026-07-25T12:07:58 -->
# CPH Q4/65 กำไรสุทธิหด 15.8% รับแรงกดดันต้นทุน-ยอดขายอาหารทะเลวูบ
## รายได้รวมโต 2.3% แต่กำไรสุทธิลดลง เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งหดตัว
บริษัท เอเชี่ยนซีคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 15.8% มาอยู่ที่ 223 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ CPH ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลง คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้น** ซึ่งหดตัวลง 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 16.5% ลดลง 2.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายสินค้ากลุ่มมูลค่าเพิ่ม (VAP) ที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่บริษัทใหญ่เป็นเจ้าของลดลง 15.8%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของกำไรขั้นต้นเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน:
* **ยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่ม (VAP) ลดลง:** การที่ยอดขายสินค้ากลุ่ม VAP ซึ่งมักมีอัตรากำไรสูงกว่า ลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมกำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำสูงขึ้น:** แม้จะมีการชดเชยปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเป็นอีกปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ปริมาณขายอาหารทะเลแช่เยือกแข็งลดลง:** ปริมาณขายในกลุ่มนี้ลดลงถึง 41% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม VAP และหมึก เนื่องจากความต้องการในตลาดยุโรปที่ลดลงจากปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในส่วนนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป จากการคาดการณ์ของฝ่ายจัดการในปี 2566 ว่าธุรกิจอาหารสัตว์น้ำจะมีการฟื้นตัวจากการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณการผลิตกุ้งที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่ารายได้จะกลับไปสู่ระดับเดียวกับปี 2564 นอกจากนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผลักดันการเติบโตสำคัญของกลุ่ม และการขยายกำลังการผลิตจะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ตลาดอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2566 ซึ่งอาจส่งผลให้ธุรกิจนี้ยังคงอ่อนตัว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/65 เติบโต 2.3% YoY:** มาจากการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก แม้กลุ่มอาหารทะเลแช่เยือกแข็งจะลดลง
* **กำไรสุทธิ Q4/65 ลดลง 15.8% YoY:** อยู่ที่ 223 ล้านบาท จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่มที่ลดลง
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น:** ปริมาณขายทั้งปี 65 เพิ่มขึ้น 20% และยอดขายแบรนด์ของบริษัทเติบโต 60%
* **ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งหดตัว:** ปริมาณขาย Q4/65 ลดลง 41% จากความต้องการสินค้า VAP และหมึกที่ลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้
* **การ IPO ของบริษัทย่อย:** บริษัท เอเชี่ยนอะไลอันซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเตรียมขยายกำลังการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 4 ปี 2565:** CPH มีรายได้จากการขายและบริการ 2,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 9.1% มาอยู่ที่ 416 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.6% เป็น 16.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายสินค้ามูลค่าเพิ่ม (VAP) ที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่สูงขึ้น แม้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะลดลงเล็กน้อย แต่การลดลงของกำไรขั้นต้นส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 19.2% และกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทใหญ่เป็นเจ้าของลดลง 15.8% มาอยู่ที่ 223 ล้านบาท
**ทั้งปี 2565:** รายได้จากการขายและบริการรวม 11,164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากปีก่อน โดยการเติบโตส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจทูน่า ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารทะเลแช่เยือกแข็งมียอดขายลดลง กำไรขั้นต้นรวมทั้งปีเพิ่มขึ้น 8.5% เป็น 2,028 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.7% เป็น 18.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณขายอาหารสัตว์น้ำที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.8% ส่วนใหญ่มาจากการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายของอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำ IPO กำไรสุทธิส่วนที่บริษัทใหญ่เป็นเจ้าของรวมทั้งปีอยู่ที่ 979 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง:** เป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่ม โดยมีความต้องการของตลาดโลกที่เติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการคาดการณ์การเติบโตไม่น้อยกว่า 15% ในปี 2566
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนขยายกำลังการผลิตและคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง จะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การตลาดแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเอง:** แบรนด์ "มองชู" และ "ฮาจิโกะ" มีการเติบโตที่ดี และมีเป้าหมายขยายตลาดในเอเชีย
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** คาดว่าจะมีการฟื้นตัวในปี 2566 จากการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณการผลิตกุ้งที่เพิ่มขึ้น
* **ตลาดทูน่า:** ความต้องการในตลาดตะวันออกกลางยังคงเพิ่มขึ้น คาดเติบโตราว 12% ในปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** กำลังซื้อที่ได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อสูง การขึ้นอัตราดอกเบี้ย และความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **การชะลอตัวของตลาดอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง:** คาดว่าจะยังอ่อนตัวในปี 2566 โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะยังไม่ฟื้นตัว
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาและส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ปัญหาคุณภาพสินค้า:** เคยเป็นสาเหตุให้ยอดขายอาหารปลาลดลง ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับปรุงนโยบายการให้เครดิตลูกค้า:** ส่งผลให้ยอดขายอาหารกุ้งลดลงในปีก่อนหน้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง:** โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** หลังจากการปรับปรุงคุณภาพและนโยบายการให้เครดิต
* **การขยายตลาดแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเอง:** ในตลาดประเทศไทยและตลาดเอเชีย
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง:** และผลตอบรับจากตลาด
* **ผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและปลาป่น:** ยังคงเป็นดาวเด่นของกลุ่ม โดยปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งปี 2565 เติบโต 20% จาก 31,435 ตัน เป็น 37,860 ตัน โดยเฉพาะการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นเป็น 63% ของสัดส่วนการขาย สายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบถุงเพาวซ์เริ่มใช้งานและเพิ่มกำลังการผลิตได้ปลายปี 65 จะรองรับการผลิตปี 66 ยอดขายแบรนด์ของบริษัท "มองชู", "ฮาจิโกะ", "โปร" เติบโต 60% จากการทำการตลาดและเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ฝ่ายจัดการคาดการณ์การเติบโตไม่น้อยกว่า 15% ในปี 2566 และมีแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตและคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 มูลค่า 1,173 ล้านบาท
**ธุรกิจทูน่า:** ปริมาณขายทั้งปี 65 เพิ่มขึ้น 3% เป็น 6,350 ตัน โดยตลาดตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดใหญ่ แม้ปริมาณส่งออก Q4/65 จะลดลง 23% จากอ่อนตัวในซาอุดิอาระเบียและเยเมน แต่คาดการณ์การเติบโตราว 12% ในปี 2566
**ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** ปริมาณขายทั้งปี 65 ลดลง 32% เป็น 27,718 ตัน จากปัญหาคุณภาพอาหารปลาและนโยบายการให้เครดิตลูกค้ากุ้ง ฝ่ายจัดการคาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2566 โดยรายได้คาดว่าจะกลับไปเท่าปี 2564
**ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง:** ปริมาณขายทั้งปี 65 ลดลง 4% เป็น 12,670 ตัน จากยอดขายกุ้งและหมึกที่ลดลง แต่ยอดขายปลาทรายไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น Q4/65 ปริมาณขายลดลง 41% จากความต้องการสินค้า VAP และหมึกที่ลดลงในตลาดยุโรปเนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อ คาดการณ์ธุรกิจนี้จะเติบโตลดลงราว 10% ในปี 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 9,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด 1,787 ล้านบาท จากการระดมทุน IPO เพื่อขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นตามยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโต
**หนี้สินรวม:** ลดลง 36% มาอยู่ที่ 2,119 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและยาว 1,302 ล้านบาท ด้วยเงิน IPO ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 93.5% เป็น 7,827 ล้านบาท จากกำไรสะสมและส่วนเกินมูลค่าหุ้นจากการทำ IPO
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดรับสุทธิ 837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 342 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลง
* **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดรับสุทธิ 2,833 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการระดมทุน IPO 3,451 ล้านบาท และใช้ไปเพื่อปรับปรุงอาคารและเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 1,880 ล้านบาท เป็นการชำระคืนเงินกู้ยืมเป็นหลัก
## สรุปท้าย
CPH ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่เยือกแข็งที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตโดดเด่นและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของบริษัทย่อย และแผนการลงทุนขยายกำลังการผลิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตระยะยาว แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและแนวโน้มตลาดทูน่าเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตาในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
74.50
ล้านบาท
↑ 86.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.83
%
กำไรสุทธิ
19.71
ล้านบาท
↑ 263.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 86.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 263.1%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.74
Book Value/หุ้น
28.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
449.54
-10.76%
|
503.75
+135.43%
|
213.97
+161.13%
|
81.94
-84.80%
|
539.12
+189.51%
|
186.22
-5.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.47
+55.88%
|
-8.00
-80.13%
|
-40.27
-746.39%
|
6.23
-109.09%
|
-68.57
-1,574.62%
|
4.65
-138.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-73.07
-59.43%
|
-180.09
-1,215.11%
|
16.15
-117.09%
|
-94.50
-79.76%
|
-466.83
+149.66%
|
-186.99
+3.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
364.00
+15.31%
|
315.66
+66.26%
|
189.86
-3,094.64%
|
-6.34
-270.43%
|
3.72
-89.61%
|
35.81
+176.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|
25.08
+106.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
266.51
+2.37%
|
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|