บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
7.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4017 out_tok=2081 at=2026-07-25T04:12:29 -->
# CPH กำไรสุทธิ Q2/2566 ลดลง 36.5 ล้านบาท ธุรกิจเสื้อผ้าชะลอตัว
## รายได้กลุ่มเสื้อผ้าหดตัว 18.76% กดดันกำไรสุทธิรวม ขณะอสังหาฯ ขาดทุนเพิ่ม
บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิรวม 107.86 ล้านบาท ลดลง 36.53 ล้านบาท หรือ 25.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่รายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของ CPH ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลง มาจาก **การหดตัวของรายได้และกำไรในกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยกำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลงถึง 36.53 ล้านบาท หรือ 35.53% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น** จาก 5.05 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุน 10.02 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้รวมจากการขายลดลง 18.76% เนื่องจากเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปมีความไม่แน่นอน ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อสินค้าบางส่วน แม้ว่าต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 77.26% เป็น 79.41% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 8.94% แต่การลดลงของรายได้เป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิของกลุ่มนี้
**กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รวมลดลงอย่างมากถึง 94.00% เนื่องจากกลุ่มตลาดลูกค้าผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางมีกำลังซื้อลดลง และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 5.05 ล้านบาท เป็น 10.02 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะลดลง 29.15%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าในระยะต่อไป ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การฟื้นตัวอาจต้องอาศัยปัจจัยมหภาค เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือการกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 25.26% YoY:** จาก 107.86 ล้านบาทใน Q2/2565 เป็น 107.86 ล้านบาทใน Q2/2566 (ข้อมูลในเอกสารอาจมีข้อผิดพลาดในการพิมพ์ตัวเลขกำไรสุทธิรวม Q2/2566 ที่ระบุ 102.803 ล้านบาท แต่ในส่วนสรุปยอดรวมระบุ 107.855 ล้านบาท จึงขอใช้ตัวเลขรวม 107.86 ล้านบาท และตัวเลขกำไรสุทธิกลุ่มเสื้อผ้า 66.28 ล้านบาท เพื่อคำนวณผลต่าง)
* **ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปกำไรสุทธิลดลง 35.53% YoY:** จาก 102.80 ล้านบาท เหลือ 66.28 ล้านบาท
* **รายได้กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปหดตัว 18.76% YoY:** จาก 681.72 ล้านบาท เหลือ 553.83 ล้านบาท
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขาดทุนเพิ่มขึ้น:** จากกำไร 5.05 ล้านบาท เป็นขาดทุน 10.02 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายกลุ่มเสื้อผ้าเพิ่มสัดส่วนต่อรายได้:** จาก 77.26% เป็น 79.41%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPH มีกำไรสุทธิรวม 107.86 ล้านบาท ลดลง 25.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 144.38 ล้านบาท (คำนวณจาก 102.80 + 5.05 + 107.85 - 10.02) โดยมีรายได้รวมจากการขาย 556.55 ล้านบาท ลดลง 17.68% จาก 676.02 ล้านบาทในปีก่อน
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งมีรายได้ลดลง 18.76% และส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 35.53% ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลงอย่างมากถึง 94.00% และพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปฟื้นตัว จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปได้
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** หากบริษัทสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ หรือพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดได้ อาจช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการในส่วนนี้ได้
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก:** ความผันผวนของเศรษฐกิจในตลาดหลักอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อสินค้าเสื้อผ้าอย่างต่อเนื่อง
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคอสังหาริมทรัพย์ และต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปในไตรมาสถัดไป
* การปรับตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 18.76% YoY เป็น 553.83 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าชะลอการสั่งซื้อจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยุโรป
* **ต้นทุนขาย:** 439.81 ล้านบาท คิดเป็น 79.41% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 77.26% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 8.94% YoY เป็น 37.94 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 35.53% YoY เป็น 66.28 ล้านบาท
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 94.00% YoY เป็น 2.72 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลางลดลง และอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** ลดลง 29.15% YoY เป็น 7.79 ล้านบาท
* **ผลขาดทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้นเป็น 10.02 ล้านบาท จากกำไร 5.05 ล้านบาทในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
CPH เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปซึ่งเป็นรายได้หลักหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
74.50
ล้านบาท
↑ 86.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.83
%
กำไรสุทธิ
19.71
ล้านบาท
↑ 263.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 86.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 263.1%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.74
Book Value/หุ้น
28.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
449.54
-10.76%
|
503.75
+135.43%
|
213.97
+161.13%
|
81.94
-84.80%
|
539.12
+189.51%
|
186.22
-5.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.47
+55.88%
|
-8.00
-80.13%
|
-40.27
-746.39%
|
6.23
-109.09%
|
-68.57
-1,574.62%
|
4.65
-138.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-73.07
-59.43%
|
-180.09
-1,215.11%
|
16.15
-117.09%
|
-94.50
-79.76%
|
-466.83
+149.66%
|
-186.99
+3.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
364.00
+15.31%
|
315.66
+66.26%
|
189.86
-3,094.64%
|
-6.34
-270.43%
|
3.72
-89.61%
|
35.81
+176.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|
25.08
+106.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
266.51
+2.37%
|
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|