บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
12.80
+0.20 (+1.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4145 out_tok=2116 at=2026-07-27T09:07:47 -->
# CPH กำไร Q2/2564 ดิ่ง 83% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดธุรกิจเสื้อผ้า
## รายได้เสื้อผ้าโต 3.76% แต่ต้นทุนพุ่ง-ขาดทุน FX กดดัน ขณะอสังหาฯ ยอดวูบ
บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 3.69 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 20.86 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ลดลงอย่างมาก แม้รายได้จะเติบโตเล็กน้อยก็ตาม ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค (เสื้อผ้าสำเร็จรูป)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมของ CPH ในไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลงถึง 83% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ผลกำไรที่ลดลงอย่างมากของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป** แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 3.76% แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลงถึง 15.95 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:**
* **รายได้เพิ่มขึ้น 3.76%** จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น** เป็น 86.41% ของรายได้ จาก 83.82% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้พนักงานในโรงงานติดเชื้อและต้องกักตัว ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.70%**
* **เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อภาระหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
* ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปจาก 21.79 ล้านบาทในปีก่อน ลดลงเหลือเพียง 5.85 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้ลดลง 38.20%** เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
* แม้ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ แต่รายได้ที่ลดลงอย่างมากทำให้กลุ่มนี้มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.93 ล้านบาท เป็น 2.16 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลกระทบจากโควิด-19 ต่อกำลังการผลิต) / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม (สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนและกำลังซื้ออสังหาฯ)**
ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กำลังการผลิตลดลงนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากการระบาดรุนแรงขึ้น ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น **ยังไม่ชัดเจนว่าจะต่อเนื่องหรือไม่** ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ทิศทางค่าเงินบาท และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 83% YoY** จาก 20.86 ล้านบาท เป็น 3.69 ล้านบาท
* **ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปกำไรสุทธิลดลง 73% YoY** จาก 21.79 ล้านบาท เป็น 5.85 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 3.76%** จาก 322.00 ล้านบาท เป็น 334.12 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น** เป็น 86.41% ของรายได้ จาก 83.82% YoY
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง 38.20%** และมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
* **ปัจจัยลบหลัก:** การระบาดของโควิด-19 กระทบกำลังการผลิตเสื้อผ้า, ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน, กำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของบริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีกำไรสุทธิรวม 3.69 ล้านบาท ลดลง 17.17 ล้านบาท หรือ 83% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 20.86 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกดดันอัตรากำไร ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ อาจช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19:** ความเสี่ยงจากการติดเชื้อของพนักงานส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากภาระหนี้สินเงินตราต่างประเทศ
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** สถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงานผลิตเสื้อผ้า
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตในกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป
* แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการขยายช่องทางการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค - เสื้อผ้าสำเร็จรูป)
กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 334.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.76% จาก 322.00 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นเป็น 86.41% ของรายได้ จาก 83.82% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่พนักงานในโรงงานติดเชื้อโควิด-19 และต้องกักตัว ทำให้กำลังการผลิตลดลง ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.70% และเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.79 ล้านบาท เหลือเพียง 5.85 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
CPH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อกำลังการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปและกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทสร้างแรงกดดันจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้ธุรกิจเสื้อผ้าจะเติบโต แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาสถานการณ์การระบาด การบริหารจัดการต้นทุน และทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
74.50
ล้านบาท
↑ 86.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.83
%
กำไรสุทธิ
19.71
ล้านบาท
↑ 263.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 86.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 263.1%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.74
Book Value/หุ้น
29.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
449.54
-10.76%
|
503.75
+135.43%
|
213.97
+161.13%
|
81.94
-84.80%
|
539.12
+189.51%
|
186.22
-5.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.47
+55.88%
|
-8.00
-80.13%
|
-40.27
-746.39%
|
6.23
-109.09%
|
-68.57
-1,574.62%
|
4.65
-138.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-73.07
-59.43%
|
-180.09
-1,215.11%
|
16.15
-117.09%
|
-94.50
-79.76%
|
-466.83
+149.66%
|
-186.99
+3.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
364.00
+15.31%
|
315.66
+66.26%
|
189.86
-3,094.64%
|
-6.34
-270.43%
|
3.72
-89.61%
|
35.81
+176.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|
25.08
+106.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
266.51
+2.37%
|
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|