บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
7.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4098 out_tok=2178 at=2026-07-25T13:37:37 -->
# CPH กำไร Q3/2565 พุ่ง 372% รับอานิสงส์ธุรกิจเสื้อผ้าโตแรง
## รายได้เสื้อผ้าพุ่ง 20.84% หนุนกำไรสุทธิโตตามคาด ขณะอสังหาฯ ยังขาดทุน
บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 24.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 372% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPH ในไตรมาส 3/2565 คือ **การพลิกฟื้นและเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 372% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2564 โดยธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีกำไรสุทธิ 99.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 19.74 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนสุทธิ 4.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.84 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจาก **คำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 20.84% เป็น 608.33 ล้านบาท นอกจากนี้ **อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ** ยังเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาท ในขณะเดียวกัน บริษัทสามารถ **ควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น** โดยต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 87.31% ในปีก่อนหน้า เหลือ 73.32% เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 11.69% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นก็สามารถชดเชยได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** ผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนี้เกิดจาก **รายได้จากการขายที่ลดลง 14.88%** เป็น 16.14 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของโครงการเดิมและกำลังก่อสร้างโครงการใหม่ ทำให้ยอดขายบ้านลดลง ประกอบกับ **ต้นทุนขายต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น** จาก 65.91% ในปีก่อนหน้า เป็น 74.45% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มนี้ยังคงเป็นขาดทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังคงอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอัตรากำไร สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การพลิกกลับมามีกำไรอาจต้องรอการเปิดตัวโครงการใหม่และการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมพุ่ง 372% YoY:** จาก 16.90 ล้านบาท เป็น 24.77 ล้านบาท
* **ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปกำไรโต 405% YoY:** จาก 19.74 ล้านบาท เป็น 99.57 ล้านบาท
* **รายได้เสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่ม 20.84% YoY:** จาก 503.42 ล้านบาท เป็น 608.33 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปต่อยอดขายลดลง:** จาก 87.31% เหลือ 73.32%
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขาดทุนเพิ่มขึ้น:** จาก 2.84 ล้านบาท เป็น 4.80 ล้านบาท
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 14.88% YoY:** จาก 18.96 ล้านบาท เป็น 16.14 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 24,774,956.99 บาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16,902,883.06 บาท คิดเป็นการเติบโต 372% โดยมีรายได้รวมจากการขาย 624,466,626.53 บาท เพิ่มขึ้นจาก 522,383,251.27 บาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อเสื้อผ้าจากลูกค้าต่างประเทศ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า:** ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจเสื้อผ้า
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** หากสามารถเปิดตัวและรับรู้รายได้ได้ตามแผน จะช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจนี้ได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจเสื้อผ้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นผลบวก แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้น:** หากไม่สามารถควบคุมได้ จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการพัฒนาและเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์:** อาจทำให้การรับรู้รายได้ล่าช้ากว่าที่คาด
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าเสื้อผ้าและอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายการผลิตของธุรกิจเสื้อผ้า
* ความคืบหน้าในการก่อสร้างและแผนการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:**
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 20.84% YoY เป็น 608.33 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขาย:** 446.03 ล้านบาท คิดเป็น 73.32% ของรายได้ ลดลงจาก 87.31% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากควบคุมต้นทุนแรงงานและค่าผลิตได้ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.69% เป็น 40.17 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** 99.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.83 ล้านบาท YoY
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 14.88% เป็น 16.14 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายโครงการและกำลังก่อสร้างโครงการใหม่
* **ต้นทุนขาย:** 12.02 ล้านบาท คิดเป็น 74.45% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 65.91% ในปีก่อนหน้า
* **ผลขาดทุนสุทธิ:** 4.80 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1.96 ล้านบาท YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ของ CPH ได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้จากการส่งออกและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงมีผลขาดทุนอยู่ แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าและความสามารถในการควบคุมต้นทุนเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของคำสั่งซื้อและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
74.50
ล้านบาท
↑ 86.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.83
%
กำไรสุทธิ
19.71
ล้านบาท
↑ 263.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 86.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 263.1%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.74
Book Value/หุ้น
28.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
449.54
-10.76%
|
503.75
+135.43%
|
213.97
+161.13%
|
81.94
-84.80%
|
539.12
+189.51%
|
186.22
-5.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.47
+55.88%
|
-8.00
-80.13%
|
-40.27
-746.39%
|
6.23
-109.09%
|
-68.57
-1,574.62%
|
4.65
-138.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-73.07
-59.43%
|
-180.09
-1,215.11%
|
16.15
-117.09%
|
-94.50
-79.76%
|
-466.83
+149.66%
|
-186.99
+3.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
364.00
+15.31%
|
315.66
+66.26%
|
189.86
-3,094.64%
|
-6.34
-270.43%
|
3.72
-89.61%
|
35.81
+176.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|
25.08
+106.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
266.51
+2.37%
|
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|