บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
7.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4056 out_tok=2402 at=2026-07-25T14:30:10 -->
# CPH กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง YoY เหตุธุรกิจเสื้อผ้าเผชิญต้นทุนสูง-รายได้วูบ
## รายได้เสื้อผ้าสำเร็จรูปหด 4% กดดันกำไรสุทธิรวมวูบ 41.8% ขณะอสังหาฯ ขาดทุนเพิ่ม
บริษัท คาสเซ่อร์พีค โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 16.90 ล้านบาท ลดลง 41.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 29.13 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่รายได้จากการขายลดลง 4.13% ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค (เสื้อผ้าสำเร็จรูป)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมของ CPH ในไตรมาส 3/2564 ลดลง 41.8% (จาก 29.13 ล้านบาท เป็น 16.90 ล้านบาท) มาจาก **การหดตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปถึง 4.13% ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเมื่อเทียบกับรายได้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มเสื้อผ้าลดลง 9.01 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น 3.22 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:**
* **รายได้ลดลง 4.13% (21.68 ล้านบาท):** สาเหตุหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามแผน
* **ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 86.38% เป็น 87.31% เนื่องจากมีค่าแรงล่วงเวลาของฝ่ายผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานบางส่วนที่ไม่สามารถมาทำงานได้จากสถานการณ์โควิด-19
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.59% (3.73 ล้านบาท):** เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางอากาศที่สูงขึ้น เพื่อเร่งการส่งออกสินค้าทดแทนการขนส่งทางเรือที่ล่าช้า
**กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้ลดลง 54.18% (22.42 ล้านบาท):** เนื่องจากโครงการเดิมทยอยปิดโครงการ และโครงการใหม่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้มีบ้านพร้อมขายจำนวนน้อย
* **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** แม้ต้นทุนขายต่อรายได้จะลดลงจาก 70.63% เป็น 65.91% แต่การลดลงของรายได้ที่มากกว่า ทำให้ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจนี้มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ ฝ่ายจัดการระบุถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในไตรมาสนี้ ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะคลี่คลายได้ในระยะถัดไป ส่วนการเพิ่มขึ้นของค่าแรงล่วงเวลาและการขนส่งทางอากาศเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรักษาคำสั่งซื้อและส่งมอบสินค้าให้ทันเวลา ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีปัจจัยด้านการปิดโครงการเดิมและรอโครงการใหม่ ซึ่งเป็นลักษณะของการดำเนินงานตามรอบโครงการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 41.8% YoY:** จาก 29.13 ล้านบาท ใน Q3/2563 เป็น 16.90 ล้านบาท ใน Q3/2564
* **รายได้กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปหดตัว 4.13%:** สาเหตุหลักจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายขาย-บริหารกลุ่มเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของกลุ่มเสื้อผ้าลดลง
* **รายได้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 54.18%:** โครงการเดิมทยอยปิด โครงการใหม่ยังก่อสร้าง
* **กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** จาก 0.39 ล้านบาท เป็นขาดทุน 2.84 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท คาสเซ่อร์พีค โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 16,902,885.06 บาท ลดลง 12,229,214.60 บาท หรือคิดเป็น 41.80% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 29,132,099.66 บาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีกำไรสุทธิ 19,737,941.69 บาท ลดลง 9,008,736.52 บาท หรือ 31.34% จาก 28,746,678.21 บาท ในขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีผลขาดทุนสุทธิ 2,835,056.63 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 385,421.45 บาท เป็นขาดทุนเพิ่มขึ้น 3,220,478.08 บาท
## โอกาส
* **การคลี่คลายของปัญหาตู้คอนเทนเนอร์:** หากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลาย จะช่วยให้การส่งออกสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปกลับสู่ภาวะปกติ และเพิ่มรายได้จากการขายได้
* **การเปิดตัวโครงการใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** เมื่อโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมขาย จะช่วยเพิ่มรายได้และพลิกผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมามีกำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่ง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
* **การแข่งขันในตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** หากการก่อสร้างโครงการใหม่ล่าช้ากว่าแผน อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** เพื่อประเมินการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
* **ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง:** โดยเฉพาะค่าแรงล่วงเวลาและค่าขนส่งทางอากาศ ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** เพื่อประเมินโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพื่อควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค - เสื้อผ้าสำเร็จรูป)
กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปของ CPH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3/2564 โดยรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 503.42 ล้านบาท ลดลง 4.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด
ด้านต้นทุนขายอยู่ที่ 439.53 ล้านบาท คิดเป็น 87.31% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 86.38% ในปีก่อน การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากค่าแรงล่วงเวลาของฝ่ายผลิตที่ต้องนำมาใช้เพื่อทดแทนแรงงานบางส่วนที่ไม่สามารถมาทำงานได้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.59% หรือ 3.73 ล้านบาท เป็น 35.97 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกทางเครื่องบินที่สูงขึ้น เพื่อเร่งการส่งมอบสินค้าทดแทนการขนส่งทางเรือที่ล่าช้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 19.74 ล้านบาท จาก 28.75 ล้านบาทในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
CPH ในไตรมาส 3/2564 ประสบกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ฉุดรายได้ให้ลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้นจากการใช้แรงงานล่วงเวลาและการขนส่งทางอากาศ ได้กัดกินอัตรากำไรไปอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากการทยอยปิดโครงการเดิม ทำให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินการฟื้นตัวของรายได้ในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
74.50
ล้านบาท
↑ 86.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.83
%
กำไรสุทธิ
19.71
ล้านบาท
↑ 263.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 86.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 263.1%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.74
Book Value/หุ้น
28.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
449.54
-10.76%
|
503.75
+135.43%
|
213.97
+161.13%
|
81.94
-84.80%
|
539.12
+189.51%
|
186.22
-5.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.47
+55.88%
|
-8.00
-80.13%
|
-40.27
-746.39%
|
6.23
-109.09%
|
-68.57
-1,574.62%
|
4.65
-138.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-73.07
-59.43%
|
-180.09
-1,215.11%
|
16.15
-117.09%
|
-94.50
-79.76%
|
-466.83
+149.66%
|
-186.99
+3.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
364.00
+15.31%
|
315.66
+66.26%
|
189.86
-3,094.64%
|
-6.34
-270.43%
|
3.72
-89.61%
|
35.81
+176.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|
25.08
+106.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
266.51
+2.37%
|
260.33
+42.97%
|
182.09
+56.27%
|
116.52
+41.86%
|
82.14
+34.90%
|
60.89
+142.78%
|