บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
21.60
0.30 (1.37%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3328 out_tok=1998 at=2026-07-25T12:01:41 -->
# CPF พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2566 รับแรงกดดันราคาหมู-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวม 1.44 แสนล้านบาท แต่ GPM หดตัว เหตุปัจจัยลบทั้งราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท ลดลง 135% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวอยู่ที่ 144,498 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท มาจากการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 15% ในปีก่อน เหลือ 11% ในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาขายสุกรที่ลดลงอย่างมาก และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของราคาขายสุกรมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณเนื้อสุกรที่ล้นตลาดเมื่อเทียบกับความต้องการบริโภค โดยเฉพาะในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งราคาเฉลี่ยลดลงถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยนี้เกิดจากการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงาน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ก็เป็นปัจจัยเสริมที่กดดันอัตรากำไร
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาขายสุกรที่ต่ำและต้นทุนวัตถุดิบที่สูง รวมถึงการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนสุทธิโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ราคาขายสุกรอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีปัจจัยเรื่องการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่อ่อนแอ บ่งชี้ว่า **ปัจจัยเหล่านี้มีลักษณะเป็นครั้งคราวและยังมีความไม่แน่นอนสูง** โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการควบคุมการลักลอบนำเข้า และแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท:** พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร โดยลดลง 135%
* **รายได้จากการขาย 144,498 ล้านบาท:** ทรงตัวจากปีก่อน โดยกิจการต่างประเทศคิดเป็น 62% และไทย 38%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** ลดลงจาก 15% ใน Q3/2565 เหลือ 11% ใน Q3/2566
* **ราคาขายสุกรลดลง 26%:** โดยเฉพาะในไทย เวียดนาม และกัมพูชา จากปริมาณล้นตลาดและการลักลอบนำเข้า
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** ทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงาน
* **กำลังซื้ออ่อนแอ:** ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีรายได้จากการขายรวม 144,498 ล้านบาท โดยรายได้จากกิจการต่างประเทศอยู่ที่ 90,187 ล้านบาท (62%) และกิจการประเทศไทย 54,311 ล้านบาท (38%) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในส่วนของบริษัทจำนวน 1,810 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15% ในปีก่อน เหลือ 11% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วมและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยเสริม
## โอกาส
แม้ในไตรมาสนี้จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบ แต่ CPF ยังคงมีโอกาสในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงาน รวมถึงการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละภูมิภาค การบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับอุปสงค์และอุปทานในตลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูอัตรากำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงสำคัญที่ CPF เผชิญในปัจจุบัน ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรทั่วโลก โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง รวมถึงราคาพลังงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการควบคุมการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายสุกรในประเทศหลัก เช่น ไทย เวียดนาม และกัมพูชา
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย
* ทิศทางราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และต้นทุนพลังงาน
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* ผลประกอบการของบริษัทร่วมในประเทศจีน และผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยโลก
* กำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 ธุรกิจสุกรของ CPF เผชิญความท้าทายอย่างหนักจากการที่ราคาขายสุกรปรับตัวลดลงถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณเนื้อสุกรที่มากกว่าความต้องการบริโภค และปัญหาการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เป็นอีกปัจจัยที่กดดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น
ในส่วนของธุรกิจอาหารสัตว์ แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูง แต่ปริมาณการขายยังคงทรงตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางภูมิภาค
สำหรับธุรกิจอาหารแปรรูปและธุรกิจค้าปลีก ยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้เป็นไปอย่างจำกัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2566 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
CPF ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากราคาขายสุกรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะยังทรงตัว การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการรับมือกับความผันผวนของราคาขายสินค้าเกษตรจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูอัตรากำไรในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายสุกรและการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPF ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
142,126.08
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,404.62
ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.73
%
กำไรสุทธิ
1,085.27
ล้านบาท
↓ 74% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
142,126
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,405
↓ -29.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,085
↓ -74%
YoY
D/E Ratio
2.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.42
ROE (%)
10.53
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
29.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-58,721
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,251
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-58,720.82
+107.63%
|
-28,281.77
+1,685.33%
|
-1,584.12
-93.78%
|
-25,471.33
+11.36%
|
-22,873.83
-132.20%
|
71,037.71
+74.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,251.30
-428.98%
|
-1,292.28
-165.42%
|
1,975.48
-80.52%
|
10,143.13
-190.07%
|
-11,261.80
-85.17%
|
-75,918.55
+184.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44,306.65
+57.34%
|
28,160.37
+32.32%
|
21,282.78
-49.17%
|
41,873.33
-4.59%
|
43,885.84
+52.16%
|
28,841.09
-339.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-10,721.04
+253.92%
|
-3,029.22
-113.69%
|
22,126.90
+70.09%
|
13,009.20
+45.80%
|
8,922.91
-62.87%
|
24,029.93
+7,113.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
30,376.59
+1.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
54,406.52
+79.11%
|