บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
21.60
0.30 (1.37%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3336 out_tok=2080 at=2026-07-25T04:12:22 -->
# CPF พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2566 รับต้นทุนพุ่ง-ราคาสุกรดิ่ง กดดัน GPM
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรทรุดหนัก ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานสูง ฉุด GPM วูบ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 793 ล้านบาท ลดลง 119% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวอยู่ที่ 150,246 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมาก จาก 14.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 11.0% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และราคาขายสินค้าหลักที่อ่อนตัวลง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 14.5% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 11.0% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 793 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรในปีก่อน ปัจจัยนี้เป็นผลกระทบจากการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่รายการพิเศษ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของ GPM เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ได้แก่:
1. **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ทั้งราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนสินค้าที่ขาย (COGS) เพิ่มขึ้น
2. **ราคาสุกรที่อ่อนตัว:** ราคาขายสุกรในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากภาวะสินค้าล้นตลาดจากการลักลอบนำเข้า และการระบาดของโรคในสุกร (ASF) ที่ลดลง ทำให้ปริมาณการผลิตสุกรขุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการบริโภคที่ไม่ได้เป็นไปตามคาด
3. **กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว:** ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในหลายประเทศ ทำให้ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายได้เต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมที่ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนสุทธิ ได้แก่ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมในประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรต่ำและต้นทุนวัตถุดิบสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานอาจมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงได้ในอนาคต แต่ปัจจัยด้านราคาสุกรที่อ่อนตัวจากการลักลอบนำเข้าและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะคลี่คลายในระยะสั้นหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 793 ล้านบาท:** เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร โดยมีสาเหตุหลักจาก GPM ที่ลดลง
* **รายได้จากการขายทรงตัว 150,246 ล้านบาท:** แบ่งเป็นกิจการต่างประเทศ 62% และไทย 38%
* **GPM หดตัวแรง:** จาก 14.5% ใน Q2/2565 เหลือ 11.0% ใน Q2/2566
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ราคาสุกรในประเทศอ่อนตัว:** จากภาวะสินค้าล้นตลาดและการลักลอบนำเข้า
* **ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมจีน:** จากราคาสุกรต่ำและต้นทุนวัตถุดิบสูง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** จากอัตราดอกเบี้ยโลกที่ปรับสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีรายได้จากการขายรวม 150,246 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกิจการต่างประเทศคิดเป็น 62% และกิจการประเทศไทย 38% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 793 ล้านบาท ลดลง 119% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 14.5% เหลือ 11.0%
## โอกาส
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในอนาคตอย่างชัดเจน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ราคาสินค้าเกษตรอ่อนตัว:** โดยเฉพาะราคาสุกรที่อาจได้รับผลกระทบจากการลักลอบนำเข้าและภาวะสินค้าล้นตลาด
* **กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว:** ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและอำนาจในการตั้งราคา
* **การระบาดของโรคในสัตว์:** แม้สถานการณ์ ASF จะดีขึ้น แต่ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
* **อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และราคาพลังงานในไตรมาสถัดไป
* สถานการณ์ราคาสุกรในประเทศ และผลกระทบจากการลักลอบนำเข้า
* การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อผู้บริโภคในตลาดหลักๆ ของ CPF
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในประเทศจีน
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 ธุรกิจของ CPF เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กัดกร่อนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ลดลงอย่างมากจาก 14.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 11.0% ในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ ราคาสุกรในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากภาวะสินค้าล้นตลาดที่เกิดจากการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ และการระบาดของโรคในสุกร (ASF) ที่ลดลง ทำให้ปริมาณการผลิตสุกรขุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการบริโภคที่ไม่ได้เป็นไปตามคาด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรของธุรกิจสุกร
ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวยังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศต่างๆ ทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายได้อย่างเต็มที่
ในส่วนของบริษัทร่วมในประเทศจีน ผลการดำเนินงานยังคงได้รับผลกระทบจากราคาสุกรที่อยู่ในระดับต่ำและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงเช่นกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทโดยรวมเพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
CPF ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน ประกอบกับราคาสุกรในประเทศที่อ่อนตัวลงและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างรุนแรงจนพลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้จากการขายจะยังทรงตัว แต่ปัจจัยด้านต้นทุนและราคาขายสินค้าหลักยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPF ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
142,126.08
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,404.62
ล้านบาท
↓ 29.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.73
%
กำไรสุทธิ
1,085.27
ล้านบาท
↓ 74% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
142,126
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,405
↓ -29.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,085
↓ -74%
YoY
D/E Ratio
2.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.42
ROE (%)
10.53
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
29.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-58,721
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,251
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-58,720.82
+107.63%
|
-28,281.77
+1,685.33%
|
-1,584.12
-93.78%
|
-25,471.33
+11.36%
|
-22,873.83
-132.20%
|
71,037.71
+74.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,251.30
-428.98%
|
-1,292.28
-165.42%
|
1,975.48
-80.52%
|
10,143.13
-190.07%
|
-11,261.80
-85.17%
|
-75,918.55
+184.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44,306.65
+57.34%
|
28,160.37
+32.32%
|
21,282.78
-49.17%
|
41,873.33
-4.59%
|
43,885.84
+52.16%
|
28,841.09
-339.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-10,721.04
+253.92%
|
-3,029.22
-113.69%
|
22,126.90
+70.09%
|
13,009.20
+45.80%
|
8,922.91
-62.87%
|
24,029.93
+7,113.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
30,376.59
+1.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
54,406.52
+79.11%
|