บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
30.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.8 ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท สะท้อนการปรับตัวให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเปิดช่องทางจําหน่ายใหม่ และขยายธุรกิจในรูปแบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ ประกอบกับการจัดการ บริหารร้านค้า การคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมหลากหลาย จึงทําให้บริษัทมีความมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป
รายได้จากการขายและการให้บริการ ณ สิ้นปี 2564 ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท มีทั้งหมด 1,000 สาขา แบ่งเป็น BaNANA 372 สาขา Studio7 114 สาขา KingKong Phone 83 สาขา True Shop by Com7 125 สาขา แฟรนไชส์ 128 สาขา BKK 37 สาขา iCare 30 สาขา และอื่นๆ 111 สาขา โดยมีการขยายเพิ่มจากปี ที่แล้วรวม 89 สาขา (ปี 2563 : 911 สาขา)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7712 out_tok=2995 at=2026-07-25T13:36:18 -->
COM7 กำไร Q3/2565 โต 27% รับอานิสงส์ iPhone 14 เปิดตัวเร็ว-ยอดขายช่องทางออนไลน์พุ่ง
รายได้รวมพุ่ง 49.1% แตะ 15,054 ล้านบาท จากการเป็น Tier-1 จำหน่าย iPhone เร็วกว่าปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับสู่ระดับปกติหลังฐานปีก่อนสูงผิดปกติ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ COM7 ในไตรมาส 3/2565 คือการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 47.9% ส่งผลให้กำไรส่วนของบริษัทใหญ่เติบโต 27.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 46.5% และรายได้จากช่องทางจำหน่ายอื่นๆ ที่เติบโตถึง 58.4%
กลไกสำคัญที่ทำให้รายได้เติบโตมาจากหลายปัจจัยประการแรก การที่ประเทศไทยได้ขึ้นเป็น Tier-1 ของการจัดจำหน่าย iPhone ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน ทำให้บริษัทสามารถเริ่มจำหน่าย iPhone 14 ได้เร็วกว่าปีก่อนที่เริ่มในไตรมาส 4 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายสินค้ากลุ่ม iPhone, Smartphone, Mac และ Apple Watch ประการที่สอง การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้บริษัทสามารถเปิดสาขาให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และการขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากช่องทางจำหน่ายอื่นๆ มาจากการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซและออนไลน์ รวมถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Studio7Thailand ที่เชื่อมโยงธุรกิจ Online to Offline ในรูปแบบ Omni Channel
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้เติบโตในไตรมาสนี้มีโอกาสที่จะต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และบริษัทได้สำรองสินค้าเพียงพอต่ออุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้รวมที่ 13.8% ในไตรมาสนี้ ถือว่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังและปรับตัวกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากที่ปีก่อนมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าปกติเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาขาดแคลนสินค้า ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นในระดับนี้คาดว่าจะสามารถคงไว้ได้ต่อไปในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** ไตรมาส 3/2565 รายได้รวมอยู่ที่ 15,054.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% YoY
* **กำไรส่วนบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น:** กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 724.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY
* **iPhone 14 หนุนยอดขาย:** การเป็น Tier-1 จำหน่าย iPhone เร็วกว่าปีก่อนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ธุรกิจค้าปลีกเติบโต 46.5%
* **ช่องทางออนไลน์ขยายตัว:** รายได้จากช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เติบโต 58.4% จากการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์ม Omni Channel
* **อัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ปกติ:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.8% ลดลงจาก 14.9% ในปีก่อน ซึ่งเป็นระดับปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **มีรายการพิเศษ:** รับรู้กำไรพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมใบสำคัญแสดงสิทธิ SABUY-W2 จำนวน 145.6 ล้านบาท และบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์แบรนด์ BKK 93.2 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 15,054.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 47.9% เป็น 14,888.4 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจค้าปลีก 13,054.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% และรายได้จากช่องทางจำหน่ายอื่นๆ 1,833.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.4% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,075.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.8% แต่อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้รวมลดลงจาก 14.9% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 13.8% เนื่องจากปีก่อนมีอัตรากำไรสูงกว่าปกติจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาขาดแคลนสินค้า รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2,406.2% เป็น 162.9 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมใบสำคัญแสดงสิทธิ SABUY-W2 จำนวน 145.6 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 86.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 51.3% โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 41.6% จากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 86.5% จากการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์แบรนด์ BKK 93.2 ล้านบาท และการตั้งสำรองเงินลงทุน 54.0 ล้านบาท กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37.9% เป็น 956.3 ล้านบาท โดยมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 82.5% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อสั่งซื้อ iPhone 14 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 724.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0%
## โอกาส
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเป็น Tier-1 ในการจัดจำหน่าย iPhone และผลิตภัณฑ์ Apple อื่นๆ ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วกว่าคู่แข่ง
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** การขยายตลาดอีคอมเมิร์ซและการพัฒนาแพลตฟอร์ม Studio7Thailand รวมถึงการใช้กลยุทธ์ Omni Channel จะช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ที่หลากหลาย
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับสู่ภาวะปกติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 หนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค และทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
* **การขยายสาขา:** การขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของอุปสงค์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่และช่องทางออนไลน์
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าบางประเภท
* **ปัญหาการขาดแคลนสินค้า:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ปัญหาการขาดแคลนสินค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อย แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย iPhone 14 และผลิตภัณฑ์ใหม่:** ประสิทธิภาพการขายของ iPhone 14 และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปี
* **การเติบโตของช่องทาง Omni Channel:** ความสำเร็จในการผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับปกติและสามารถแข่งขันได้ในสภาวะตลาด
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้เพียงพอต่อความต้องการในช่วง High Season โดยไม่เกิดปัญหาสินค้าล้นสต็อก
* **การขยายสาขา:** ความสามารถในการขยายสาขาใหม่ให้ประสบความสำเร็จและสร้างผลกำไรตามเป้าหมาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 49.1% โดยรายได้ธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้น 46.5% จากการที่บริษัทได้เป็น Tier-1 ในการจำหน่าย iPhone 14 เร็วกว่ากำหนด ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ และสามารถเปิดสาขาได้เต็มที่ นอกจากนี้ SSS ยังเติบโตจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อนซึ่งได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ รายได้จากช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เติบโต 58.4% จากการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์ม Studio7Thailand ที่เชื่อมโยงกับหน้าร้าน
**จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทมีจำนวนสาขารวม 1,113 สาขา เพิ่มขึ้น 23 สาขาจากไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.8% ลดลงจาก 14.9% ในปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจากการที่ปีก่อนมีอัตรากำไรสูงผิดปกติเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาขาดแคลนสินค้า โดยอัตรากำไรในไตรมาสนี้ถือว่ากลับสู่ระดับปกติและสามารถคงไว้ได้ในอนาคต
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 41.6% เนื่องจากมีการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 86.5% จากรายการพิเศษคือการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์แบรนด์ BKK และการตั้งสำรองเงินลงทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 19,603.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 32.6% เป็น 8,234.4 ล้านบาท เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 14.1% จากการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทร่วมและสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม รวมถึงการก่อสร้างขยายสาขาใหม่ และการซื้อกิจการบริษัทพุทธธรรมประกันภัยฯ ทำให้ค่าความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,182.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 91.0% เป็น 7,260.6 ล้านบาท เพื่อสำรองสินค้าและขยายสาขา ขณะที่เจ้าหนี้การค้าลดลง 19.8%
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 21.1% เป็น 6,421.1 ล้านบาท จากกำไรสุทธิและการขายหุ้นบริษัทย่อย
อัตราส่วนสภาพคล่อง: วงจรเงินสดอยู่ที่ 39 วัน เพิ่มขึ้นจาก 23 วันในปี 2564 เนื่องจากไตรมาส 3 บริษัทต้องสำรองสินค้าสำหรับช่วง High Season ทำให้ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 52 วัน โดยคาดว่าวงจรเงินสดจะลดลงในไตรมาส 4
## สรุปท้าย
COM7 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 49.1% และกำไรส่วนบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 27.0% จากปัจจัยหลักคือการเปิดตัว iPhone 14 เร็วกว่ากำหนด การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเติบโตของช่องทางออนไลน์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับสู่ระดับปกติ แต่ฝ่ายจัดการคาดว่าปัจจัยบวกเหล่านี้จะส่งผลต่อเนื่องไปในไตรมาสหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในตลาด การบริหารสินค้าคงคลัง และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ COM7 ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,494.99
ล้านบาท
↑ 12.7% YoY
กำไรขั้นต้น
2,027.99
ล้านบาท
↓ 200.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
1,207.70
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.56
%
D/E Ratio
1.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,495
↑ + 12.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,028
↓ -200.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,208
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — COM7
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.88
ROE (%)
41.45
ROA (%)
17.86
Book Value/หุ้น
5.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — COM7
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-7,451
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,937
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — COM7
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-7,450.99
+3.85%
|
-7,174.49
-366.63%
|
2,690.76
-40.95%
|
4,556.43
-419.01%
|
-1,428.31
+9.04%
|
-1,309.84
-182.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,937.47
+307.55%
|
475.40
-160.95%
|
-779.93
-134.24%
|
2,278.15
+62.01%
|
1,406.20
-1,297.07%
|
-117.47
-138.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,754.02
+8.20%
|
8,090.28
-3,275.77%
|
-254.75
-92.80%
|
-3,539.84
-17,763.87%
|
20.04
-98.79%
|
1,650.58
-374.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
992.50
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,956.05
+339.49%
|
445.07
+99.33%
|
223.28
-81.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,002.11
+16.73%
|
1,715.14
+31.63%
|
1,302.99
-20.08%
|
1,630.46
+86.95%
|
872.15
-33.12%
|
1,304.05
+23.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,994.60
+49.57%
|
2,002.11
+16.73%
|
1,715.13
+31.63%
|
1,302.99
-21.36%
|
1,656.88
+89.98%
|
872.15
-33.12%
|