บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
30.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.8 ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท สะท้อนการปรับตัวให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเปิดช่องทางจําหน่ายใหม่ และขยายธุรกิจในรูปแบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ ประกอบกับการจัดการ บริหารร้านค้า การคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมหลากหลาย จึงทําให้บริษัทมีความมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป
รายได้จากการขายและการให้บริการ ณ สิ้นปี 2564 ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท มีทั้งหมด 1,000 สาขา แบ่งเป็น BaNANA 372 สาขา Studio7 114 สาขา KingKong Phone 83 สาขา True Shop by Com7 125 สาขา แฟรนไชส์ 128 สาขา BKK 37 สาขา iCare 30 สาขา และอื่นๆ 111 สาขา โดยมีการขยายเพิ่มจากปี ที่แล้วรวม 89 สาขา (ปี 2563 : 911 สาขา)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9623 out_tok=2758 at=2026-07-27T09:06:32 -->
# COM7 กำไร Q2/64 พุ่ง 113.9% รับแรงหนุนยอดขายอุปกรณ์ไอทีพุ่ง
## รายได้รวมโต 48.7% แตะ 11,562 ล้านบาท หลังยอดขาย iPhone-iPad-Smartphone พุ่งแรง ขณะที่ GPM ขยายตัว
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 11,562.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 587.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 113.9% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าไอทีที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ประกอบกับกลยุทธ์การขายที่เน้นการขายอุปกรณ์เสริมควบคู่สินค้าหลัก และการขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ COM7 ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและการให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ที่ได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้ากลุ่ม iPhone, iPad และ Smartphone ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ว่าไตรมาส 2 ปี 2563 จะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้ยอดขายลดลง แต่สินค้าไอทีได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้เมื่อมีการเปิดสาขา ยอดขายก็ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ในไตรมาส 2 ปี 2564 นี้ ความต้องการสินค้ากลุ่มดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ iPhone รุ่นปัจจุบันและรุ่นก่อนหน้า รวมถึง iPad และ Smartphone แบรนด์อื่นๆ ส่งผลให้ยอดขายอุปกรณ์เสริมที่ขายควบคู่กันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ การขยายสาขาใหม่และการปรับตัวด้วยการเปิดร้าน Stand-alone ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ก็ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 12.2% ในไตรมาส 2 ปี 2563 เป็น 13.4% ในไตรมาส 2 ปี 2564 นั้น ฝ่ายจัดการอธิบายว่า เป็นผลมาจากการที่สัดส่วนการขายของสินค้ากลุ่ม Notebook และ iPad กลับมาอยู่ในระดับปกติ หลังจากที่ปีก่อนมีสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มนี้สูงขึ้นจากการ Work From Home และการเร่งระบายสินค้าในช่วงล็อกดาวน์ ประกอบกับการเตรียมสินค้าให้พร้อมและปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้ดีขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการยังคงเน้นกลยุทธ์การขายอุปกรณ์เสริมควบคู่กับสินค้าหลัก และมีการพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมโยงช่องทางค้าปลีกและออนไลน์แบบ Omni Channel อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น ร้าน Pop-Up Store, ร้าน Stand-Alone และการพัฒนาเว็บไซต์ รวมถึงการให้บริการ Click & Collect และ Drive Thru ยังคงเป็นแผนงานที่บริษัทดำเนินการเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อการจัดหาสินค้าในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 48.7% YoY:** แตะ 11,562.4 ล้านบาท จาก 7,773.7 ล้านบาทในไตรมาส 2/63
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่ง 113.9% YoY:** อยู่ที่ 587.0 ล้านบาท จาก 274.5 ล้านบาทในไตรมาส 2/63
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว:** เพิ่มขึ้นจาก 12.2% เป็น 13.4%
* **ธุรกิจค้าปลีกเติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 58.5% YoY คิดเป็น 92.4% ของรายได้รวม
* **ช่องทางออนไลน์ชะลอตัวเล็กน้อย:** รายได้ลดลง 14.0% YoY แต่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญ
* **การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
COM7 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 11,562.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 48.9% เป็น 11,535.3 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 46.9% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 63.9% เป็น 1,549.7 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 12.2% เป็น 13.4%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 45.5% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 6.3% เป็น 6.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 22.2% เนื่องจากปีก่อนมีการลดค่าใช้จ่ายบางส่วนจากการล็อกดาวน์ ต้นทุนทางการเงินลดลง 9.7% จากการบริหารเงินสดที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 103.0% เป็น 688.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 113.9% เป็น 587.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าไอทีที่เพิ่มขึ้น:** สินค้าไอทีกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเปิดร้าน Pop-Up Store, ร้าน Stand-Alone, การพัฒนาเว็บไซต์, Click & Collect และ Drive Thru ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
* **กลยุทธ์ Omni Channel:** การเชื่อมโยงช่องทางค้าปลีกและออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า
* **Affordability Programs:** โครงการ UFund, UNiDAYS และ True Loan ช่วยให้นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Apple และสินค้าอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
* **การเติบโตของตลาด E-commerce:** แม้ช่องทางออนไลน์จะชะลอตัวเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญที่มีศักยภาพในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาสินค้าและกำลังการผลิตในระยะยาว
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่และการล็อกดาวน์อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ไอทีมีการแข่งขันสูง
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ติดตามสถานการณ์การจัดหาสินค้าและราคา
* **แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค:** ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** ติดตามกลยุทธ์และผลการดำเนินงานของช่องทาง e-commerce
* **แผนการขยายสาขาและการเปิดรูปแบบร้านใหม่:** ประเมินผลตอบรับและการสร้างรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร:** ติดตามการรักษา GPM ในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจค้าปลีก:** เป็นหัวใจหลักของรายได้ COM7 โดยในไตรมาส 2/64 มีรายได้ 10,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.5% YoY คิดเป็น 92.4% ของรายได้รวม การเติบโตนี้มาจากยอดขายสินค้ากลุ่ม iPhone, iPad และ Smartphone ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการขายอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การขยายสาขาใหม่และการปรับรูปแบบร้าน เช่น Stand-alone ตามปั๊มน้ำมัน ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้ดี
**ช่องทางจำหน่ายอื่นๆ (ออนไลน์):** มีรายได้ 881 ล้านบาท ลดลง 14.0% YoY แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงล็อกดาวน์ของปีก่อน แต่ยังคงเป็นช่องทางที่บริษัทให้ความสำคัญ มีการจัดกิจกรรมร่วมกับ Marketplace และปรับปรุงเว็บไซต์ www.bnn.in.th เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างฐานลูกค้าประจำ
**Affordability Programs:** โครงการ UFund, UNiDAYS และ True Loan ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี
**จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 2/64 มีสาขารวม 836 สาขา เพิ่มขึ้น 57 สาขาจากปีก่อน โดยมี BaNANA 328 สาขา, Studio7 108 สาขา, KingKong Phone 92 สาขา, True Shop by Com7 122 สาขา และอื่นๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/64 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,957.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.0% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (3,983.2 ล้านบาท) เพื่อรองรับการขายและการขยายสาขา เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 15.1% เป็น 1,028.6 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,127.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (2,229.5 ล้านบาท) ที่เพิ่มขึ้น 40.7% และเจ้าหนี้การค้า (3,307.0 ล้านบาท) ที่เพิ่มขึ้น 34.2% ซึ่งสะท้อนถึงการสั่งซื้อสินค้าเพื่อรองรับการค้าและการขยายธุรกิจ
อัตราส่วนสภาพคล่องมีการปรับตัวดีขึ้น โดยระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 9 วัน เป็น 8 วัน, ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยลดลงจาก 48 วัน เป็น 34 วัน และระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 33 วัน เป็น 26 วัน ส่งผลให้วงจรเงินสดสั้นลงจาก 24 วัน เป็น 16 วัน
## สรุปท้าย
COM7 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยรายได้รวมที่เติบโต 48.7% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ที่พุ่งขึ้นถึง 113.9% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการสินค้าไอทีที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่ม iPhone, iPad และ Smartphone ประกอบกับกลยุทธ์การขายที่เน้นอุปกรณ์เสริมและการขยายช่องทาง Omni Channel ที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และสถานการณ์ COVID-19 แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นและแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ COM7 ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,494.99
ล้านบาท
↑ 12.7% YoY
กำไรขั้นต้น
2,027.99
ล้านบาท
↓ 200.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
1,207.70
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.56
%
D/E Ratio
1.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,495
↑ + 12.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,028
↓ -200.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,208
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — COM7
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.88
ROE (%)
41.45
ROA (%)
17.86
Book Value/หุ้น
5.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — COM7
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-7,451
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,937
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — COM7
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-7,450.99
+3.85%
|
-7,174.49
-366.63%
|
2,690.76
-40.95%
|
4,556.43
-419.01%
|
-1,428.31
+9.04%
|
-1,309.84
-182.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,937.47
+307.55%
|
475.40
-160.95%
|
-779.93
-134.24%
|
2,278.15
+62.01%
|
1,406.20
-1,297.07%
|
-117.47
-138.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,754.02
+8.20%
|
8,090.28
-3,275.77%
|
-254.75
-92.80%
|
-3,539.84
-17,763.87%
|
20.04
-98.79%
|
1,650.58
-374.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
992.50
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,956.05
+339.49%
|
445.07
+99.33%
|
223.28
-81.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,002.11
+16.73%
|
1,715.14
+31.63%
|
1,302.99
-20.08%
|
1,630.46
+86.95%
|
872.15
-33.12%
|
1,304.05
+23.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,994.60
+49.57%
|
2,002.11
+16.73%
|
1,715.13
+31.63%
|
1,302.99
-21.36%
|
1,656.88
+89.98%
|
872.15
-33.12%
|