บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
30.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.8 ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท สะท้อนการปรับตัวให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเปิดช่องทางจําหน่ายใหม่ และขยายธุรกิจในรูปแบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ ประกอบกับการจัดการ บริหารร้านค้า การคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมหลากหลาย จึงทําให้บริษัทมีความมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป
รายได้จากการขายและการให้บริการ ณ สิ้นปี 2564 ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท มีทั้งหมด 1,000 สาขา แบ่งเป็น BaNANA 372 สาขา Studio7 114 สาขา KingKong Phone 83 สาขา True Shop by Com7 125 สาขา แฟรนไชส์ 128 สาขา BKK 37 สาขา iCare 30 สาขา และอื่นๆ 111 สาขา โดยมีการขยายเพิ่มจากปี ที่แล้วรวม 89 สาขา (ปี 2563 : 911 สาขา)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7574 out_tok=2854 at=2026-07-25T13:49:51 -->
# COM7 กำไร Q1/2566 โต 11.6% รับแรงหนุนรายได้ค้าปลีกฟื้น-ยอดขายสาขาเดิมโต
## รายได้รวมพุ่ง 17.8% จากเศรษฐกิจฟื้น-ช้อปดีมีคืน ขณะที่ GPM ขยายตัวจากสินค้า House Brand
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 17,254.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 873.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับสู่ภาวะปกติ และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ COM7 ในไตรมาส 1/2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการที่แข็งแกร่งถึง 17.8%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.7% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 11.6% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก **การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) ที่ 10%** และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การกลับสู่ภาวะปกติของกิจกรรมเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น
* **มาตรการภาครัฐ:** มาตรการ "ช้อปดีมีคืน 2566" ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภาคเอกชน
* **การขยายช่องทางจำหน่าย:** การลงทุนในโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น "BeBePhone" สำหรับสินค้า Accessories, การเปิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Studio7Thailand, และการใช้กลยุทธ์ Chat&Shop รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางดิจิทัลและงาน Event ต่างๆ เช่น Commart Thailand 2023 และ Thailand Mobile Expo 2023
* **การเติบโตของ SSSG:** การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 10% สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นในสาขาที่มีอยู่
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 124 สาขาเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ทำให้มีสาขารวม 1,284 สาขา ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า
นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 13.6% เป็น 13.7%** มาจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากสินค้า House Brand ในกลุ่ม Accessories ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
การเติบโตของรายได้และ SSSG มีแนวโน้มที่จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการขยายช่องทางจำหน่ายที่บริษัทฯ ได้ลงทุนไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงปัจจัยกดดันที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต เช่น ความผันผวนของตลาดการเงิน, นโยบายการเงินที่เข้มงวด (การขึ้นอัตราดอกเบี้ย), ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และความไม่แน่นอนของอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การลงทุนในสาขา BeBePhone ที่ยังไม่สามารถเปิดขายได้อย่างเต็มที่ในช่วงแรก อาจส่งผลต่อสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นชั่วคราว แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 17,254.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, มาตรการ "ช้อปดีมีคืน", และการขยายช่องทางจำหน่าย
* **กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 873.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% YoY:** เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้และ GPM ที่ดีขึ้น
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10%:** สะท้อนความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งในสาขาที่มีอยู่
* **ขยายสาขาต่อเนื่อง:** มีสาขารวม 1,284 สาขา เพิ่มขึ้น 124 สาขาจากสิ้นปี 2565
* **GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** จาก 13.6% เป็น 13.7% โดยได้แรงหนุนจากสินค้า House Brand ในกลุ่ม Accessories
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนเพิ่มเป็น 6.0% ของรายได้ จาก 5.7% ในปีก่อน โดยหลักจากค่าใช้จ่ายคงที่ของสาขา BeBePhone ที่เพิ่งเปิดใหม่ และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
COM7 รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 17,254.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ เช่น "ช้อปดีมีคืน 2566" นอกจากนี้ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ 10% และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,375.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 13.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13.6% ในปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากสินค้า House Brand ในกลุ่ม Accessories ที่มีอัตรากำไรสูง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 23.2% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25.0% คิดเป็น 6.0% ของรายได้รวม สูงกว่าปีก่อนที่ 5.7% ซึ่งหลักๆ มาจากการลงทุนในสาขา BeBePhone ที่เพิ่งเปิดใหม่และยังมีค่าใช้จ่ายคงที่ รวมถึงค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ยังคงเติบโตได้ 11.6% YoY มาอยู่ที่ 873.7 ล้านบาท แม้จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 115.9% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อสำรองสินค้าและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการบริโภคสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** เช่น "ช้อปดีมีคืน" ช่วยหนุนยอดขาย
* **การขยายช่องทางจำหน่าย:** การเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ (BeBePhone), แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, และการใช้กลยุทธ์ออนไลน์ต่างๆ ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและยอดขาย
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ
* **การเติบโตของสินค้า Accessories และ House Brand:** มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ช่วยหนุน GPM โดยรวม
* **การจัด Event ใหญ่:** เช่น Commart, Thailand Mobile Expo ช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดการเงิน:** จากนโยบายการเงินที่เข้มงวดและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **ความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุน
* **ความไม่แน่นอนของอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** สูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Smartphone และ IT Product
* **การยกเลิก Work From Home:** ส่งผลให้กลุ่ม IT Product หดตัวลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของ SSSG:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลประกอบการของสาขา BeBePhone:** หลังจากเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ จะสามารถสร้างรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **ผลกระทบจากปัจจัยมหภาค:** เช่น เงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย, และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
* **การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ธุรกิจค้าปลีก:** เติบโต 17.8% มาอยู่ที่ 16,804 ล้านบาท โดยมี SSSG ที่ 10% และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
* **ผลิตภัณฑ์ที่เติบโตดี:** Smartphone, Accessories, Tablet
* **ผลิตภัณฑ์ที่หดตัว:** IT Product (เนื่องจากการยกเลิก Work From Home)
* **การขยายสาขา:** เพิ่ม 124 สาขาในไตรมาส 1/2566 รวมเป็น 1,284 สาขา ครอบคลุมแบรนด์ต่างๆ เช่น Studio7, BaNANA, True Shop by Com7
* **โมเดลธุรกิจใหม่:** BeBePhone สำหรับ Accessories และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Studio7Thailand
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 128.6% จากผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 สินทรัพย์รวมของ COM7 อยู่ที่ 21,155.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 23.3% (1,712.2 ล้านบาท) และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 16.0% (593.0 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,918.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 23.7% (1,232.9 ล้านบาท) เพื่อรองรับการสำรองสินค้าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 13.6% มาอยู่ที่ 8,236.2 ล้านบาท จากกำไรสะสมจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนสภาพคล่องมีการเปลี่ยนแปลง โดยวงจรเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 43 วัน จาก 32 วันในปีก่อน เนื่องจากการสำรองสินค้าที่เพิ่มขึ้น (ระยะเวลาขายสินค้าเพิ่มขึ้น) และการชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าที่ลดลง
## สรุปท้าย
COM7 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11.6% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มาตรการภาครัฐ และการขยายช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แม้จะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค แต่การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและการบริหารจัดการ GPM ที่ดีจากสินค้า House Brand เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร การจับตาการเติบโตของ SSSG และการบริหารจัดการต้นทุนในระยะต่อไปจะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางของบริษัท.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ COM7 ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,494.99
ล้านบาท
↑ 12.7% YoY
กำไรขั้นต้น
2,027.99
ล้านบาท
↓ 200.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
1,207.70
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.56
%
D/E Ratio
1.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,495
↑ + 12.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,028
↓ -200.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,208
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — COM7
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.88
ROE (%)
41.45
ROA (%)
17.86
Book Value/หุ้น
5.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — COM7
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-7,451
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,937
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — COM7
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-7,450.99
+3.85%
|
-7,174.49
-366.63%
|
2,690.76
-40.95%
|
4,556.43
-419.01%
|
-1,428.31
+9.04%
|
-1,309.84
-182.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,937.47
+307.55%
|
475.40
-160.95%
|
-779.93
-134.24%
|
2,278.15
+62.01%
|
1,406.20
-1,297.07%
|
-117.47
-138.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,754.02
+8.20%
|
8,090.28
-3,275.77%
|
-254.75
-92.80%
|
-3,539.84
-17,763.87%
|
20.04
-98.79%
|
1,650.58
-374.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
992.50
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,956.05
+339.49%
|
445.07
+99.33%
|
223.28
-81.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,002.11
+16.73%
|
1,715.14
+31.63%
|
1,302.99
-20.08%
|
1,630.46
+86.95%
|
872.15
-33.12%
|
1,304.05
+23.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,994.60
+49.57%
|
2,002.11
+16.73%
|
1,715.13
+31.63%
|
1,302.99
-21.36%
|
1,656.88
+89.98%
|
872.15
-33.12%
|