CHASE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHASE
บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.45
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7581 out_tok=2874 at=2026-07-25T11:07:42 --> # CHASE ปี 2565 กำไรสุทธิวูบ 46.81% รับผลขาดทุน ECL พุ่ง แต่คาดฟื้นปี 66 ## รายได้รวมหด 7.75% ธุรกิจบริหารสินทรัพย์โตหนุน แต่ติดตามหนี้ซึม บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2566 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำผลประกอบการปี 2565 ของ CHASE เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ถึง 195.31%** ซึ่งส่งผลโดยตรงให้กำไรสุทธิลดลงถึง 46.81% แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเพียง 7.75% ก็ตาม ปัจจัยนี้ถือเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรอย่างมากในปีนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 มีสาเหตุหลักมาจาก **ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้สำหรับพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่ซื้อเพิ่มเติมเข้ามาในปี 2564** แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือจะเพิ่มขึ้น 5.04% และกระแสเงินสดรับจาก NPL เพิ่มขึ้นถึง 56.66% แต่การจัดเก็บหนี้ที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องตั้งสำรอง ECL สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ฝ่ายจัดการประเมินว่า **ECL ที่สูงขึ้นนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว และมีโอกาสที่จะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566** โดยระบุชัดเจนว่า "อัตราการจัดเก็บหนี้มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้ ECL จะลดลงสู่ระดับปกติในปี 2566" นอกจากนี้ ยังมีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ผ่านระบบอัตโนมัติและพัฒนาช่องทางการติดต่อกับลูกหนี้เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจัดเก็บหนี้ให้ดีขึ้นในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% YoY** จากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 270.88 ล้านบาท * **รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% YoY** จาก 733.49 ล้านบาท * **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์มีรายได้เติบโต 10.69% YoY** เป็น 415.38 ล้านบาท คิดเป็น 61.40% ของรายได้รวม * **ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามหนี้มีรายได้ลดลง 18.04% YoY** เป็น 226.43 ล้านบาท คิดเป็น 33.46% ของรายได้รวม * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 195.31% YoY** เป็น 148.04 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร * **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 16.97% YoY** เป็น 2,931.37 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ * **หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.14% YoY** เป็น 871.63 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้การติดตามหนี้ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 10.69% จากการขยายการลงทุนซื้อทรัพย์สินด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น ต้นทุนบริการและวิชาชีพปรับลดลง 4.72% ตามรายได้บริการติดตามหนี้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.54% เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นถึง 195.31% เป็น 148.04 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้จากพอร์ต NPL ที่ซื้อมาใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 36.93% เป็น 21.30% ## โอกาส * **การเติบโตของหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวและปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นในระบบ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยบริษัทฯ มีแผนลงทุนซื้อสินทรัพย์ NPL เพิ่มเติมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี * **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ มีแผนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ และขยายฐานลูกค้าของธุรกิจบริการติดตามทวงถามไปยังกลุ่ม non-bank และอุตสาหกรรมอื่นๆ * **การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการติดตามหนี้ การพัฒนาช่องทางการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันและออนไลน์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มอัตราการจัดเก็บหนี้ * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** คาดว่าอัตราการจัดเก็บหนี้จะฟื้นตัวขึ้นหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง และสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น จะส่งผลให้ลูกหนี้มีกำลังในการชำระหนี้มากขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้:** ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้จากพอร์ต NPL ที่ซื้อมา อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น และอาจต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มเติมหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น * **มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากหน่วยงานกำกับดูแล อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจติดตามทวงถามในระยะต่อไป หากมีการออกมาตรการเพิ่มเติม * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในการซื้อสินทรัพย์ NPL และการให้บริการติดตามทวงถาม อาจส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม * **ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม ECL ในปี 2566:** การกลับสู่ระดับปกติของ ECL ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ไว้หรือไม่ * **อัตราการจัดเก็บหนี้:** การฟื้นตัวของอัตราการจัดเก็บหนี้ในธุรกิจติดตามทวงถาม หลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง * **การลงทุนซื้อ NPL เพิ่มเติม:** ความคืบหน้าในการลงทุนซื้อสินทรัพย์ NPL ใหม่ตามแผน 1,000 ล้านบาทต่อปี * **ประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติ:** ผลลัพธ์จากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการติดตามหนี้ * **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** ความสำเร็จในการหาลูกค้าใหม่ในกลุ่ม non-bank และอุตสาหกรรมอื่นๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์:** มูลค่าสินทรัพย์ NPL ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 23,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.04% โดยมีการซื้อหนี้เสียและรับโอนสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาใหม่ 525.15 ล้านบาท กระแสเงินสดรับจาก NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 56.66% เป็น 393.10 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจนี้เติบโต 10.69% เป็น 415.38 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการขยายพอร์ต NPL ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ * **ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถาม:** ยอดหนี้ที่ให้บริการลดลง 20.22% เป็น 15,390.06 ล้านบาท และยอดหนี้ที่จัดเก็บได้ลดลง 11.79% เป็น 846.33 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจนี้ลดลง 18.04% เป็น 226.43 ล้านบาท แม้ว่าอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยจะยังคงสูงอยู่ที่ 21.5% แต่การจัดเก็บหนี้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 195.31% เป็น 148.04 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรหลักในปีนี้ โดยมีสาเหตุจากการจัดเก็บหนี้ NPL ที่ล่าช้า ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566 * **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 85.73% เป็น 19.91 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมสถาบันการเงินในช่วงต้นปี 2565 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,931.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.97% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพสุทธิ 365.42 ล้านบาท และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพื่อก่อสร้างสำนักงานใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 871.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.14% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (Bridging Loan) จำนวน 402.53 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 2,059.74 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.42 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ## สรุปท้าย CHASE ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บหนี้ NPL ที่ล่าช้า ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่าธุรกิจบริหารสินทรัพย์จะยังคงเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจาก ECL ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ให้มุมมองเชิงบวกว่า ECL จะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566 ประกอบกับแผนการขยายธุรกิจบริหารสินทรัพย์ การเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ และการขยายฐานลูกค้าใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2566 นักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม ECL และความสามารถในการจัดเก็บหนี้ของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHASE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
0.32 ล้านบาท
↓ 56% YoY
กำไรขั้นต้น
103.27 ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32,576.34 %
กำไรสุทธิ
-6.10 ล้านบาท
↓ 166.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,923.34 %
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -56% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
103
↓ -25.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -166.5% YoY
D/E Ratio
0.13

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
0.06
ROA (%)
0.81
Book Value/หุ้น
1.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
400.14
-0.50%
402.16
-9.41%
443.93
+5.52%
420.72
-9.27%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,511.18
-7.00%
3,775.33
+10.02%
3,431.53
+36.68%
2,510.65
+22.93%
รวมสินทรัพย์ —
3,911.33
-6.37%
4,177.49
+7.79%
3,875.46
+32.21%
2,931.37
+16.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
211.40
-29.27%
298.90
+47.98%
201.99
-69.71%
666.85
+131.67%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
253.34
-38.55%
412.24
+40.32%
293.78
+43.46%
204.78
-31.87%
รวมหนี้สิน —
464.74
-34.65%
711.14
+43.44%
495.77
-43.12%
871.63
+48.14%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,446.58
-0.57%
3,466.35
+2.56%
3,379.69
+64.08%
2,059.74
+7.41%
D/E —
0.13
0.21
0.15
0.42
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.06
2.52
4.89
7.25
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.81
3.47
5.40
7.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+45
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
44.56
-235.11%
-32.98
-38.46%
-53.59
-79.18%
-257.38
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.71
-71.21%
5.94
-82.57%
34.08
-139.54%
-86.19
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
96.94
-147.88%
-202.45
-83.53%
-1,229.45
-575.39%
258.62
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
71.35
-536.39%
-16.35
-98.69%
-1,248.96
+1,370.40%
-84.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%
200.15
+1,225.60%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
50.67
-16.22%
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%