บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.54
0.01 (1.82%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7581 out_tok=2874 at=2026-07-25T11:07:42 -->
# CHASE ปี 2565 กำไรสุทธิวูบ 46.81% รับผลขาดทุน ECL พุ่ง แต่คาดฟื้นปี 66
## รายได้รวมหด 7.75% ธุรกิจบริหารสินทรัพย์โตหนุน แต่ติดตามหนี้ซึม
บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2566
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำผลประกอบการปี 2565 ของ CHASE เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ถึง 195.31%** ซึ่งส่งผลโดยตรงให้กำไรสุทธิลดลงถึง 46.81% แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเพียง 7.75% ก็ตาม ปัจจัยนี้ถือเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรอย่างมากในปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 มีสาเหตุหลักมาจาก **ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้สำหรับพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่ซื้อเพิ่มเติมเข้ามาในปี 2564** แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือจะเพิ่มขึ้น 5.04% และกระแสเงินสดรับจาก NPL เพิ่มขึ้นถึง 56.66% แต่การจัดเก็บหนี้ที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องตั้งสำรอง ECL สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ฝ่ายจัดการประเมินว่า **ECL ที่สูงขึ้นนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว และมีโอกาสที่จะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566** โดยระบุชัดเจนว่า "อัตราการจัดเก็บหนี้มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้ ECL จะลดลงสู่ระดับปกติในปี 2566" นอกจากนี้ ยังมีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ผ่านระบบอัตโนมัติและพัฒนาช่องทางการติดต่อกับลูกหนี้เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจัดเก็บหนี้ให้ดีขึ้นในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% YoY** จากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 270.88 ล้านบาท
* **รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% YoY** จาก 733.49 ล้านบาท
* **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์มีรายได้เติบโต 10.69% YoY** เป็น 415.38 ล้านบาท คิดเป็น 61.40% ของรายได้รวม
* **ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามหนี้มีรายได้ลดลง 18.04% YoY** เป็น 226.43 ล้านบาท คิดเป็น 33.46% ของรายได้รวม
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 195.31% YoY** เป็น 148.04 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 16.97% YoY** เป็น 2,931.37 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
* **หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.14% YoY** เป็น 871.63 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 676.62 ล้านบาท ลดลง 7.75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้การติดตามหนี้ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 10.69% จากการขยายการลงทุนซื้อทรัพย์สินด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น
ต้นทุนบริการและวิชาชีพปรับลดลง 4.72% ตามรายได้บริการติดตามหนี้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.54% เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นถึง 195.31% เป็น 148.04 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้จากพอร์ต NPL ที่ซื้อมาใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 144.09 ล้านบาท ลดลง 46.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 36.93% เป็น 21.30%
## โอกาส
* **การเติบโตของหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวและปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นในระบบ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยบริษัทฯ มีแผนลงทุนซื้อสินทรัพย์ NPL เพิ่มเติมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี
* **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ มีแผนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ และขยายฐานลูกค้าของธุรกิจบริการติดตามทวงถามไปยังกลุ่ม non-bank และอุตสาหกรรมอื่นๆ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการติดตามหนี้ การพัฒนาช่องทางการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันและออนไลน์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มอัตราการจัดเก็บหนี้
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** คาดว่าอัตราการจัดเก็บหนี้จะฟื้นตัวขึ้นหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง และสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น จะส่งผลให้ลูกหนี้มีกำลังในการชำระหนี้มากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้:** ความล่าช้าในการจัดเก็บหนี้จากพอร์ต NPL ที่ซื้อมา อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น และอาจต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มเติมหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
* **มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากหน่วยงานกำกับดูแล อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจติดตามทวงถามในระยะต่อไป หากมีการออกมาตรการเพิ่มเติม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในการซื้อสินทรัพย์ NPL และการให้บริการติดตามทวงถาม อาจส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม
* **ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม ECL ในปี 2566:** การกลับสู่ระดับปกติของ ECL ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ไว้หรือไม่
* **อัตราการจัดเก็บหนี้:** การฟื้นตัวของอัตราการจัดเก็บหนี้ในธุรกิจติดตามทวงถาม หลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง
* **การลงทุนซื้อ NPL เพิ่มเติม:** ความคืบหน้าในการลงทุนซื้อสินทรัพย์ NPL ใหม่ตามแผน 1,000 ล้านบาทต่อปี
* **ประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติ:** ผลลัพธ์จากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการติดตามหนี้
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** ความสำเร็จในการหาลูกค้าใหม่ในกลุ่ม non-bank และอุตสาหกรรมอื่นๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์:** มูลค่าสินทรัพย์ NPL ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 23,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.04% โดยมีการซื้อหนี้เสียและรับโอนสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาใหม่ 525.15 ล้านบาท กระแสเงินสดรับจาก NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 56.66% เป็น 393.10 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจนี้เติบโต 10.69% เป็น 415.38 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการขยายพอร์ต NPL ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้
* **ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถาม:** ยอดหนี้ที่ให้บริการลดลง 20.22% เป็น 15,390.06 ล้านบาท และยอดหนี้ที่จัดเก็บได้ลดลง 11.79% เป็น 846.33 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจนี้ลดลง 18.04% เป็น 226.43 ล้านบาท แม้ว่าอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยจะยังคงสูงอยู่ที่ 21.5% แต่การจัดเก็บหนี้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 195.31% เป็น 148.04 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรหลักในปีนี้ โดยมีสาเหตุจากการจัดเก็บหนี้ NPL ที่ล่าช้า ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 85.73% เป็น 19.91 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมสถาบันการเงินในช่วงต้นปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,931.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.97% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพสุทธิ 365.42 ล้านบาท และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพื่อก่อสร้างสำนักงานใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 871.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.14% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (Bridging Loan) จำนวน 402.53 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 2,059.74 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.42 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
CHASE ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บหนี้ NPL ที่ล่าช้า ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่าธุรกิจบริหารสินทรัพย์จะยังคงเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจาก ECL ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ให้มุมมองเชิงบวกว่า ECL จะกลับสู่ระดับปกติในปี 2566 ประกอบกับแผนการขยายธุรกิจบริหารสินทรัพย์ การเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ และการขยายฐานลูกค้าใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2566 นักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม ECL และความสามารถในการจัดเก็บหนี้ของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHASE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
0.32
ล้านบาท
↓ 56% YoY
กำไรขั้นต้น
103.27
ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32,576.34
%
กำไรสุทธิ
-6.10
ล้านบาท
↓ 166.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,923.34
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -56%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
103
↓ -25.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -166.5%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHASE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
0.06
ROA (%)
0.81
Book Value/หุ้น
1.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHASE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
400.14
-0.50%
|
402.16
-9.41%
|
443.93
+5.52%
|
420.72
-9.27%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
3,511.18
-7.00%
|
3,775.33
+10.02%
|
3,431.53
+36.68%
|
2,510.65
+22.93%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
3,911.33
-6.37%
|
4,177.49
+7.79%
|
3,875.46
+32.21%
|
2,931.37
+16.97%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
211.40
-29.27%
|
298.90
+47.98%
|
201.99
-69.71%
|
666.85
+131.67%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
253.34
-38.55%
|
412.24
+40.32%
|
293.78
+43.46%
|
204.78
-31.87%
|
| รวมหนี้สิน | — |
464.74
-34.65%
|
711.14
+43.44%
|
495.77
-43.12%
|
871.63
+48.14%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
3,446.58
-0.57%
|
3,466.35
+2.56%
|
3,379.69
+64.08%
|
2,059.74
+7.41%
|
| D/E | — |
0.13
|
0.21
|
0.15
|
0.42
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.06
|
2.52
|
4.89
|
7.25
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.81
|
3.47
|
5.40
|
7.31
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+45
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHASE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
44.56
-235.11%
|
-32.98
-38.46%
|
-53.59
-79.18%
|
-257.38
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.71
-71.21%
|
5.94
-82.57%
|
34.08
-139.54%
|
-86.19
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
96.94
-147.88%
|
-202.45
-83.53%
|
-1,229.45
-575.39%
|
258.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
71.35
-536.39%
|
-16.35
-98.69%
|
-1,248.96
+1,370.40%
|
-84.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
60.48
-55.27%
|
135.20
+17.35%
|
115.21
-42.44%
|
200.15
+1,225.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
50.67
-16.22%
|
60.48
-55.27%
|
135.20
+17.35%
|
115.21
-42.44%
|