CHASE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHASE
บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.54
0.01 (1.82%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8700 out_tok=3110 at=2026-07-25T11:01:30 --> # CHASE กำไร Q3/2566 พุ่ง 139% รับธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพโต ## รายได้รวมโต 14.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการลดลง บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 46.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 139.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CHASE ในไตรมาส 3/2566 ให้เติบโตถึง 139.57% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs)** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 26.33% YoY ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะต้นทุนบริการและวิชาชีพที่ลดลง 11.38% YoY ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.35% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 25.85% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมาจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** สะท้อนจากกระแสเงินสดรับจาก NPLs ที่เพิ่มขึ้น 47.65% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 20.04% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 * **การลงทุนซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น:** มูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือเพิ่มขึ้น 29.72% จากสิ้นปีก่อน โดยในไตรมาส 3/2566 รับโอน NPLs ใหม่ 477.08 ล้านบาท * **การนำระบบเทคโนโลยีต่อสายอัตโนมัติ (Auto Dialer) มาใช้:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโทรหาลูกหนี้ต่อวัน ทำให้การติดตามหนี้มีประสิทธิผลมากขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลงจากการติดตามทวงถามที่ลดลงและประสิทธิภาพจากการใช้ Auto Dialer ในขณะเดียวกัน ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สินมีรายได้ลดลง 9.76% YoY ในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการเงินลดลง อย่างไรก็ตาม อัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยปรับสูงขึ้นจาก 21.18% เป็น 26.06% เนื่องจากงานที่ได้รับมอบหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมองว่าช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ ประกอบกับการมีพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ขยายตัวขึ้นจะช่วยส่งผลให้ยอดจัดเก็บหนี้ดีขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสในการซื้อหนี้เสียมาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้ครบตามเป้าหมายเงินลงทุน 1,000 ล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากอุปทานสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูง การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 139.57% YoY** แตะ 46.38 ล้านบาท * **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 14.50% YoY** อยู่ที่ 179.42 ล้านบาท * **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 26.33% YoY จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% YoY** ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น * **มูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือ ณ ก.ย. 66 เพิ่มขึ้น 29.72%** จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 30,958 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 0.42 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.13 เท่า ณ ก.ย. 2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 CHASE มีรายได้รวม 179.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะที่ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามมีรายได้ลดลง 9.76% ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 30.90% เป็น 125.55 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.91% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 15.74% และต้นทุนทางการเงินลดลง 56.20% ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 139.57% มาอยู่ที่ 46.38 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 498.17 ล้านบาท ลดลง 3.85% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยังคงเติบโต 7.62% แต่ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามลดลง 19.37% ต้นทุนบริการและวิชาชีพเพิ่มขึ้น 7.75% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 9.45% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28.40% จากค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าที่ปรึกษา IPO และค่าเสื่อมราคาอาคารใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 26.02% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 102.30 ล้านบาท ลดลง 16.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ:** การลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น * **การใช้เทคโนโลยี:** ระบบ Auto Dialer ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้และลดระยะเวลาการทวงถาม * **ช่วงไฮซีซั่น:** ไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ธุรกิจติดตามทวงถามหนี้มีแนวโน้มดีขึ้น * **โอกาสซื้อหนี้เสียเพิ่ม:** อุปทานสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูง ทำให้มีโอกาสในการเข้าซื้อพอร์ต NPLs เพิ่มเติม * **การบริหารจัดการต้นทุน:** มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ## ความเสี่ยง * **ปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายลดลง:** ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการมอบหมายงานของสถาบันการเงิน * **ความซับซ้อนของหนี้:** งานที่ได้รับมอบหมายมีความซับซ้อนของกระบวนการติดตามหนี้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและระยะเวลาในการจัดเก็บ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การขยายธุรกิจ การรับรู้ค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานใหม่ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการจัดเก็บหนี้ในไตรมาส 4:** การเติบโตของยอดจัดเก็บหนี้ในช่วงไฮซีซั่น * **การลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ:** ความคืบหน้าในการเข้าซื้อพอร์ต NPLs ใหม่ให้ครบตามเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท * **ประสิทธิภาพของระบบ Auto Dialer:** ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามหนี้ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนบริการให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสถาบันการเงิน:** ผลกระทบต่อปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายในธุรกิจติดตามทวงถาม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) CHASE ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ส่วน คือ การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการให้บริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สิน ในไตรมาส 3/2566 ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นดาวเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 26.33% YoY จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่า NPLs คงเหลือ ณ ก.ย. 66 อยู่ที่ 30,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.72% จากสิ้นปี 65 โดยบริษัทรับโอน NPLs ใหม่ 477.08 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และมีกระแสเงินสดรับจาก NPLs เพิ่มขึ้น 47.65% YoY ในทางกลับกัน ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามมีรายได้ลดลง 9.76% YoY เนื่องจากปริมาณงานลดลง แม้ว่าอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยจะสูงขึ้นก็ตาม ยอดหนี้ที่ให้บริการลดลง 18.33% และยอดหนี้ที่จัดเก็บได้ลดลง 26.28% ด้านต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% YoY จากการติดตามทวงถามที่ลดลงและประสิทธิภาพของ Auto Dialer ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.91% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 15.74% YoY สะท้อนการบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 CHASE มีสินทรัพย์รวม 3,783.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.06% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (116.81 ล้านบาท) จากการ IPO และการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพสุทธิ (717.81 ล้านบาท) จากการซื้อ NPLs ใหม่ หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.19% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 434.12 ล้านบาท โดยเกิดจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridging Loan) จำนวน 461.95 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 62.59% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,348.96 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มทุนจากการ IPO และกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงอย่างมากจาก 0.42 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.13 เท่า ณ ก.ย. 2566 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ## สรุปท้าย CHASE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 139.57% จากการขับเคลื่อนของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ใหม่ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจติดตามทวงถามจะเผชิญแรงกดดันจากปริมาณงานที่ลดลง แต่การปรับขึ้นของอัตราค่าคอมมิชชั่นช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการลดลงของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลงอย่างมาก ฝ่ายจัดการยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นของไตรมาส 4 และโอกาสในการเข้าซื้อหนี้เสียเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปริมาณงานที่อาจลดลงในธุรกิจติดตามทวงถาม และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHASE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
0.32 ล้านบาท
↓ 56% YoY
กำไรขั้นต้น
103.27 ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32,576.34 %
กำไรสุทธิ
-6.10 ล้านบาท
↓ 166.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,923.34 %
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -56% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
103
↓ -25.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -166.5% YoY
D/E Ratio
0.13

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
0.06
ROA (%)
0.81
Book Value/หุ้น
1.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
400.14
-0.50%
402.16
-9.41%
443.93
+5.52%
420.72
-9.27%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
3,511.18
-7.00%
3,775.33
+10.02%
3,431.53
+36.68%
2,510.65
+22.93%
รวมสินทรัพย์
3,911.33
-6.37%
4,177.49
+7.79%
3,875.46
+32.21%
2,931.37
+16.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
211.40
-29.27%
298.90
+47.98%
201.99
-69.71%
666.85
+131.67%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
253.34
-38.55%
412.24
+40.32%
293.78
+43.46%
204.78
-31.87%
รวมหนี้สิน
464.74
-34.65%
711.14
+43.44%
495.77
-43.12%
871.63
+48.14%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,446.58
-0.57%
3,466.35
+2.56%
3,379.69
+64.08%
2,059.74
+7.41%
D/E
0.13
0.21
0.15
0.42
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.06
2.52
4.89
7.25
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.81
3.47
5.40
7.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+45
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
44.56
-235.11%
-32.98
-38.46%
-53.59
-79.18%
-257.38
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1.71
-71.21%
5.94
-82.57%
34.08
-139.54%
-86.19
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
96.94
-147.88%
-202.45
-83.53%
-1,229.45
-575.39%
258.62
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
71.35
-536.39%
-16.35
-98.69%
-1,248.96
+1,370.40%
-84.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%
200.15
+1,225.60%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
50.67
-16.22%
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%