CHASE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHASE
บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.45
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8700 out_tok=3110 at=2026-07-25T11:01:30 --> # CHASE กำไร Q3/2566 พุ่ง 139% รับธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพโต ## รายได้รวมโต 14.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการลดลง บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 46.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 139.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CHASE ในไตรมาส 3/2566 ให้เติบโตถึง 139.57% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs)** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 26.33% YoY ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะต้นทุนบริการและวิชาชีพที่ลดลง 11.38% YoY ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.35% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 25.85% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมาจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** สะท้อนจากกระแสเงินสดรับจาก NPLs ที่เพิ่มขึ้น 47.65% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 20.04% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 * **การลงทุนซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น:** มูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือเพิ่มขึ้น 29.72% จากสิ้นปีก่อน โดยในไตรมาส 3/2566 รับโอน NPLs ใหม่ 477.08 ล้านบาท * **การนำระบบเทคโนโลยีต่อสายอัตโนมัติ (Auto Dialer) มาใช้:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโทรหาลูกหนี้ต่อวัน ทำให้การติดตามหนี้มีประสิทธิผลมากขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลงจากการติดตามทวงถามที่ลดลงและประสิทธิภาพจากการใช้ Auto Dialer ในขณะเดียวกัน ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สินมีรายได้ลดลง 9.76% YoY ในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการเงินลดลง อย่างไรก็ตาม อัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยปรับสูงขึ้นจาก 21.18% เป็น 26.06% เนื่องจากงานที่ได้รับมอบหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมองว่าช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ ประกอบกับการมีพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ขยายตัวขึ้นจะช่วยส่งผลให้ยอดจัดเก็บหนี้ดีขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสในการซื้อหนี้เสียมาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้ครบตามเป้าหมายเงินลงทุน 1,000 ล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากอุปทานสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูง การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 139.57% YoY** แตะ 46.38 ล้านบาท * **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 14.50% YoY** อยู่ที่ 179.42 ล้านบาท * **ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 26.33% YoY จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% YoY** ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น * **มูลค่าสินทรัพย์ NPL ตามสิทธิเรียกร้องคงเหลือ ณ ก.ย. 66 เพิ่มขึ้น 29.72%** จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 30,958 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 0.42 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.13 เท่า ณ ก.ย. 2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 CHASE มีรายได้รวม 179.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะที่ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามมีรายได้ลดลง 9.76% ต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 30.90% เป็น 125.55 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.91% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 15.74% และต้นทุนทางการเงินลดลง 56.20% ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 139.57% มาอยู่ที่ 46.38 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 498.17 ล้านบาท ลดลง 3.85% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยังคงเติบโต 7.62% แต่ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามลดลง 19.37% ต้นทุนบริการและวิชาชีพเพิ่มขึ้น 7.75% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 9.45% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28.40% จากค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าที่ปรึกษา IPO และค่าเสื่อมราคาอาคารใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 26.02% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 102.30 ล้านบาท ลดลง 16.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ:** การลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น * **การใช้เทคโนโลยี:** ระบบ Auto Dialer ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้และลดระยะเวลาการทวงถาม * **ช่วงไฮซีซั่น:** ไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ธุรกิจติดตามทวงถามหนี้มีแนวโน้มดีขึ้น * **โอกาสซื้อหนี้เสียเพิ่ม:** อุปทานสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูง ทำให้มีโอกาสในการเข้าซื้อพอร์ต NPLs เพิ่มเติม * **การบริหารจัดการต้นทุน:** มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ## ความเสี่ยง * **ปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายลดลง:** ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการมอบหมายงานของสถาบันการเงิน * **ความซับซ้อนของหนี้:** งานที่ได้รับมอบหมายมีความซับซ้อนของกระบวนการติดตามหนี้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและระยะเวลาในการจัดเก็บ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การขยายธุรกิจ การรับรู้ค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานใหม่ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการจัดเก็บหนี้ในไตรมาส 4:** การเติบโตของยอดจัดเก็บหนี้ในช่วงไฮซีซั่น * **การลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ:** ความคืบหน้าในการเข้าซื้อพอร์ต NPLs ใหม่ให้ครบตามเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท * **ประสิทธิภาพของระบบ Auto Dialer:** ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามหนี้ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนบริการให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสถาบันการเงิน:** ผลกระทบต่อปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายในธุรกิจติดตามทวงถาม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) CHASE ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ส่วน คือ การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการให้บริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สิน ในไตรมาส 3/2566 ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นดาวเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 26.33% YoY จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่า NPLs คงเหลือ ณ ก.ย. 66 อยู่ที่ 30,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.72% จากสิ้นปี 65 โดยบริษัทรับโอน NPLs ใหม่ 477.08 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และมีกระแสเงินสดรับจาก NPLs เพิ่มขึ้น 47.65% YoY ในทางกลับกัน ธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามมีรายได้ลดลง 9.76% YoY เนื่องจากปริมาณงานลดลง แม้ว่าอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยจะสูงขึ้นก็ตาม ยอดหนี้ที่ให้บริการลดลง 18.33% และยอดหนี้ที่จัดเก็บได้ลดลง 26.28% ด้านต้นทุนบริการและวิชาชีพลดลง 11.38% YoY จากการติดตามทวงถามที่ลดลงและประสิทธิภาพของ Auto Dialer ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.91% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานใหม่ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 15.74% YoY สะท้อนการบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 CHASE มีสินทรัพย์รวม 3,783.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.06% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (116.81 ล้านบาท) จากการ IPO และการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพสุทธิ (717.81 ล้านบาท) จากการซื้อ NPLs ใหม่ หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.19% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 434.12 ล้านบาท โดยเกิดจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridging Loan) จำนวน 461.95 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 62.59% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,348.96 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มทุนจากการ IPO และกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงอย่างมากจาก 0.42 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.13 เท่า ณ ก.ย. 2566 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ## สรุปท้าย CHASE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 139.57% จากการขับเคลื่อนของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการลงทุนในพอร์ต NPLs ใหม่ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจติดตามทวงถามจะเผชิญแรงกดดันจากปริมาณงานที่ลดลง แต่การปรับขึ้นของอัตราค่าคอมมิชชั่นช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการลดลงของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลงอย่างมาก ฝ่ายจัดการยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นของไตรมาส 4 และโอกาสในการเข้าซื้อหนี้เสียเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปริมาณงานที่อาจลดลงในธุรกิจติดตามทวงถาม และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHASE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
0.32 ล้านบาท
↓ 56% YoY
กำไรขั้นต้น
103.27 ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32,576.34 %
กำไรสุทธิ
-6.10 ล้านบาท
↓ 166.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,923.34 %
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -56% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
103
↓ -25.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -166.5% YoY
D/E Ratio
0.13

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
0.06
ROA (%)
0.81
Book Value/หุ้น
1.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
400.14
-0.50%
402.16
-9.41%
443.93
+5.52%
420.72
-9.27%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,511.18
-7.00%
3,775.33
+10.02%
3,431.53
+36.68%
2,510.65
+22.93%
รวมสินทรัพย์ —
3,911.33
-6.37%
4,177.49
+7.79%
3,875.46
+32.21%
2,931.37
+16.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
211.40
-29.27%
298.90
+47.98%
201.99
-69.71%
666.85
+131.67%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
253.34
-38.55%
412.24
+40.32%
293.78
+43.46%
204.78
-31.87%
รวมหนี้สิน —
464.74
-34.65%
711.14
+43.44%
495.77
-43.12%
871.63
+48.14%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,446.58
-0.57%
3,466.35
+2.56%
3,379.69
+64.08%
2,059.74
+7.41%
D/E —
0.13
0.21
0.15
0.42
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.06
2.52
4.89
7.25
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.81
3.47
5.40
7.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+45
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHASE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
44.56
-235.11%
-32.98
-38.46%
-53.59
-79.18%
-257.38
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.71
-71.21%
5.94
-82.57%
34.08
-139.54%
-86.19
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
96.94
-147.88%
-202.45
-83.53%
-1,229.45
-575.39%
258.62
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
71.35
-536.39%
-16.35
-98.69%
-1,248.96
+1,370.40%
-84.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%
200.15
+1,225.60%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
50.67
-16.22%
60.48
-55.27%
135.20
+17.35%
115.21
-42.44%