CH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CH
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.46
0.01 (0.68%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

CH เผยผลประกอบการ Q1/2568 กำไรลดลงจากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งตัว พร้อมเปิดกลยุทธ์รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ



สวัสดีครับ ผมศักดา ศรีแสงนาม CEO บริษัท เจริญอุตสาหกรรม


สวัสดีครับ ผม สรกฤต ลาทิม CFO



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):


Q1 ปี 2568 กำไรสุทธิลดลงประมาณ 20 ล้านบาท


ปัจจัยสำคัญ:


  • ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น: มีส่วนต่างประมาณ 1.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ยอดขายหายไปประมาณ 20 กว่าล้านบาท

  • ราคาขาย: ไม่ได้เพิ่มราคาขาย และมีการลดราคาลงในบางส่วน

  • ปริมาณการขาย: ลดลงเล็กน้อย ประมาณ 30 ตัน แต่ยังถือว่าอยู่ในเป้าหมายตามแผน


  • 2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):


    บริษัทกำลังมองหาโอกาสในการขยายตลาดใหม่ และพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด



    3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):


  • สงครามการค้าระหว่างประเทศ: มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของบริษัท


  • 4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):


    บริษัทมีแผนรับมือผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ดังนี้:



    1. ระยะสั้น: เจรจากับคู่ค้าเพื่อหาทางออกร่วมกัน และแบ่งเบาภาระผลกระทบ

    2. ระยะกลาง:

      • หาตลาดใหม่เพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป หรือจีน

      • พัฒนาสินค้าใหม่ที่มีราคาถูกลง แต่คุณภาพใกล้เคียงกับสินค้าเดิม เพื่อให้ผู้บริโภคยังสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ใกล้เคียงเดิม



    3. ระยะยาว: ศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ได้เปรียบทางภาษี

    4. แผนฉุกเฉิน: เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากต้องสูญเสียตลาดสหรัฐฯ ไปทั้งหมด



    5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):


    บริษัทมีเป้าหมายในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ



    6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่ม นาทีที่ 40.51


    แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็นอย่างไร?


    มีผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เหมือนกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ส่งออกไปประเทศนี้ คงมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่น่าจะทำให้บริษัทเสียอะไรมากมาย ตอนนี้แก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี



    ภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกากระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทหรือไม่ อย่างไร?


    กระทบมาก แต่ก็ไม่มากจนเกินไป เพราะมีมาตรการรองรับ
    หากติดตามข่าวสารของบริษัท จะเห็นว่า CEO แถลงว่ามีมาตรการรองรับ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว รวมถึงแผนฉุกเฉิน

  • ระยะสั้น: เจรจากับคู่ค้า เพื่อให้ธุรกิจลื่นไหล
    หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงวันที่ 2 เมษายน ลูกค้าส่วนใหญ่ระงับการส่งมอบทันที เพื่อดูว่าจะแก้ไขอย่างไร ทำให้บริษัทไม่สามารถส่งของออก และไม่มีการเก็บเงิน
    บริษัทจึงต้องสร้างแผนรองรับ

  • ระยะกลาง: หาตลาดใหม่ เช่น ยุโรป หรือจีน
    ในเมื่อสินค้าเดิม ๆ เข้าสหรัฐฯ แล้วโดนภาษีแพงขึ้น ก็ต้องมีสินค้าใหม่ ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับสินค้าปัจจุบันที่ขายอยู่ แต่ราคาถูกกว่า

  • ระยะยาว: มองหาประเทศที่เสียภาษีนำเข้าน้อยกว่า และย้ายฐานการผลิตไปประเทศเหล่านั้น

  • แผนฉุกเฉิน: กรณีสหรัฐฯ ขึ้นภาษีจริง ๆ ถึง 36% แล้วลูกค้าไม่สามารถรับได้
    ถ้าต้องเสียตลาดสหรัฐฯ ไปทั้งหมด จะทำอย่างไร? บริษัทมีแผนรองรับเรียบร้อยแล้ว


  • ปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้เป็นอะไรบ้าง?


    มีสินค้าใหม่ที่จะ Launch ออกมา และได้เริ่ม Launch กับลูกค้าไปแล้ว คาดว่าจะปิดออเดอร์ได้



    ทิศทางการดำเนินงานในช่วงปีหลัง บริษัทมีกลยุทธ์อย่างไร?


    ไปหาตลาดเพิ่มขึ้น แนะนำสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งราคาถูกลง แต่คุณภาพใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อชดเชยภาษี ทำให้ผู้บริโภคยังสามารถบริโภคสินค้าของเราอยู่ ไปเยี่ยมตลาดต่างประเทศ เช่น จีน EU มากขึ้น เพื่อหาตลาดมาทดแทน



    ผลภาพรวมการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 จะดีขึ้นหรือไม่?


    ถ้าฟังจากคำตอบก่อนหน้านี้ คงพอทราบคำตอบแล้วว่า ครึ่งปีหลัง เทียบกับปีที่แล้ว อะไรจะดีกว่ากัน



    ภาพรวมประกอบการปี 2568 หวังว่ารายได้จะเติบโตเท่าไร?


    คงไม่ได้เติบโตเป็นบวก เพราะภาษีสหรัฐฯ



    กลยุทธ์ในการทำตลาดปี 2568 จะมีการออกสินค้าใหม่กี่รายการ?


    มีสินค้าใหม่อยู่เยอะในห้อง R&D ปีนี้คงคว้าออกมาออก 3-4 รายการ



    ปีนี้จะมีการลงทุนเพิ่มอะไรหรือไม่?


    ยังไม่มีการลงทุนเพิ่ม เป็นการลงทุนต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คือห้องเย็นที่จะสร้างทั้งในไทย และกัมพูชา เพื่อเก็บสินค้าและวัตถุดิบให้มากขึ้น



    อัปเดตเรื่องห้องเย็นที่กัมพูชา


    สร้างเสร็จแล้ว และเก็บวัตถุดิบได้ตามแผนงานแล้ว ปีนี้เก็บได้ค่อนข้างตามเป้า ในแง่ของปริมาณ คาดว่าหลังจากเอามาผลิตแล้วใน Q2 กับ Q3 จะทำให้ต้นทุนโดยรวมลดลง ส่วนที่เมืองไทยก็ทยอยทำตามแผนอยู่ ซึ่งไม่ค่อยห่วงเพราะควบคุมง่าย



    ประเมินรายได้ปี 2568 จะลดลงเท่าไร?


    บวกลบไม่น่าเกิน 10% หมายถึง 10% ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะโต อาจจะโตแค่ไม่ถึง 10% อาจจะเหลือแค่ 5%


    ท่านผู้ถือหุ้นพบกันได้ที่งาน ThaiFex ที่เมืองทองธานี ใน Hall Challenger บูธ F15 วันอังคารที่ 27 ถึงวันศุกร์ที่ 30



    โดยสรุปแล้ว ถึงแม้ว่า CH จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ แต่บริษัทก็มีแผนการรับมือที่ชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป



    ชื่อหัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป
  • แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568
  • ผลกระทบจากภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกา และมาตรการรองรับ
  • ปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปี
  • กลยุทธ์การดำเนินงานในช่วงปีหลัง
  • แผนการลงทุนเพิ่ม
  • ประเมินรายได้ปี 2568 ที่จะลดลง
  • ผู้เขียน: Admin AiO
    2. Financial & KPI Analysis — Q1/2568