บริษัท ตาชำนิ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10499 out_tok=2410 at=2026-07-25T12:36:37 -->
# AMATA กำไร Q3/2565 พุ่ง 54.5% รับแรงหนุนโอนที่ดินนิคมฯ พุ่ง 208.5%
## รายได้-กำไรโตเด่นจากการโอนที่ดินนิคมฯ ขณะที่ธุรกิจสาธารณูปโภคเผชิญแรงกดดันต้นทุนในเวียดนาม
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 353.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าปรับตัวลดลง ขณะที่ธุรกิจสาธารณูปโภคมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการลงทุนในเวียดนาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 208.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 54.5% เป็น 353.4 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจาก **ปริมาณการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 มีการโอนที่ดินรวม 132 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 20 ไร่ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโอนที่ดินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 71% เป็น 60% เนื่องจากที่ดินที่โอนส่วนใหญ่เป็นที่ดินในพื้นที่ระยอง ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าพื้นที่ชลบุรีที่โอนไปมากในปี 2564
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น 68.0% แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 33% เป็น 23%** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนามที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าปรับตัวลดลง 237.3% เป็นขาดทุน 81.5 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและการค้าปลีกก๊าซธรรมชาติมีต้นทุนที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** การโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ฟื้นตัว รวมถึงการลงทุนใน EEC ที่มีสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินอาจผันผวนขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและต้นทุน นอกจากนี้ การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในเวียดนามที่ยังคงมีต้นทุนสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจสาธารณูปโภคในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 54.5% YoY** แตะ 353.4 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2565 พุ่ง 86.9% YoY** แตะ 1,946.7 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2565 โต 208.5% YoY** เป็น 558.4 ล้านบาท จากการโอนที่ดิน 132 ไร่
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง** จาก 71% เป็น 60% ใน Q3/2565
* **รายได้ค่าสาธารณูปโภค Q3/2565 เพิ่มขึ้น 68.0% YoY** แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 33% เป็น 23%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมฯ พลิกเป็นขาดทุน** 81.5 ล้านบาทใน Q3/2565
* **กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 279.6 ล้านบาท** ใน Q3/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,946.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าปรับตัวลดลง 237.3% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 353.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5%
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,804.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1,555.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135.2%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคบริการ:** การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นส่งผลดีต่อความต้องการใช้พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม
* **การลงทุนใน EEC:** โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นในพื้นที่ EEC ดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์
* **โครงการอมตะ สมาร์ท แอนด์อีโคซิตี้ นาหม้อ ประเทศลาว:** การลงนามสัมปทานที่ดินเพื่อพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัย เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
* **การมุ่งสู่ Carbon Neutral City:** การพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ (Amata Smart City) และการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเทรนด์โลกด้านความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** นโยบายการเงินที่ตึงตัว วิกฤตพลังงาน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภาพรวม
* **ต้นทุนการลงทุนในเวียดนาม:** การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนามส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสาธารณูปโภค
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเวียดนามดองส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจการจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั้งในไทยและเวียดนาม
* การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจสาธารณูปโภค โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม
* ความคืบหน้าของโครงการอมตะ สมาร์ท แอนด์อีโคซิตี้ นาหม้อ ประเทศลาว
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการต้นทุนในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น 208.5% ใน Q3/2565 จากการโอนที่ดิน 132 ไร่ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 71% เป็น 60% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินในพื้นที่ระยองมีมากกว่าพื้นที่ชลบุรีที่มีกำไรสูงกว่า
**ธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภค:** รายได้เพิ่มขึ้น 68.0% แต่กำไรขั้นต้นลดลงจาก 33% เป็น 23% เนื่องจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในเวียดนามที่ยังคงมีต้นทุนสูง
**ธุรกิจโรงงานให้เช่าสำเร็จรูป:** รายได้จากการให้เช่าลดลง 18.0% เนื่องจากมีการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าในเวียดนามออกไป แต่กำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 76% เป็น 79%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 48,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเตรียมที่ดินและสินทรัพย์โครงการในเวียดนาม หนี้สินรวมอยู่ที่ 24,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อที่ดิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 24,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.21% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1.27 เท่า และอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.25 เท่า
## สรุปท้าย
AMATA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากต้นทุนการลงทุนในเวียดนามและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง แต่แนวโน้มการลงทุนใน EEC และโอกาสในการขยายธุรกิจในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEYE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
91.01
ล้านบาท
↓ 27.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15.08
ล้านบาท
↓ 55.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
-17.04
ล้านบาท
↓ 235% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.72
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
91
↓ -27.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15
↓ -55.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -235%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEYE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
0.65
ROA (%)
1.82
Book Value/หุ้น
2.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEYE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEYE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2.84
-112.20%
|
-23.27
-397.95%
|
7.81
+50.48%
|
5.19
-43.59%
|
9.20
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.34
-108.60%
|
38.82
-184.50%
|
-45.94
+85.09%
|
-24.82
-32.66%
|
-36.86
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
31.59
-1,432.91%
|
-2.37
-105.93%
|
39.99
-116.93%
|
-236.18
+732.79%
|
-28.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
31.08
+135.63%
|
13.19
+609.14%
|
1.86
-100.73%
|
-255.81
+356.72%
|
-56.01
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
32.59
+8.74%
|
29.97
-18.40%
|
36.73
+180.60%
|
13.09
-81.06%
|
69.10
+83.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
31.47
-3.44%
|
32.59
+8.74%
|
29.97
-18.40%
|
36.73
+180.57%
|
0.00
|