บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6587 out_tok=2435 at=2026-07-25T12:14:37 -->
# BTW ขาดทุนสุทธิปี 64 พลิกจากกำไร เหตุรายได้หดหนักจากโควิด-19
## ฝ่ายบริหารชี้รายได้วูบ 13% หลังกระทบหนักการหาลูกค้าใหม่-ส่งมอบงานต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนพุ่งเล็กน้อย
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 143.26 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 42.93 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 13% ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2565 จะปรับตัวดีขึ้น และเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTW ในปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการถึง 182.91 ล้านบาท หรือ 13%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ 62.29 ล้านบาท และท้ายที่สุดนำไปสู่การขาดทุนสุทธิ 143.26 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
* **การไม่สามารถเดินทางเพื่อติดต่อและรับงานโครงการใหม่ๆ จากกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศ:** ทำให้การหาตลาดและลูกค้าใหม่ทำได้ยาก
* **งานโครงการใหม่ที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นงานภายในประเทศ:** ซึ่งมีขนาดและมูลค่าไม่สูงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ
* **งานโครงการเดิมที่ยกมาจากปีก่อนๆ ได้ทยอยเสร็จและส่งมอบครบถ้วนแล้ว:** ทำให้ไม่มีรายได้ต่อเนื่องจากโครงการเก่า
* **ข้อจำกัดในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำการตลาดและหาลูกค้าเพิ่ม:** ยิ่งซ้ำเติมปัญหาการสร้างรายได้
ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการกลับปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 14.27 ล้านบาท** ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนเกี่ยวกับพนักงานและค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มจำนวนแรงงานเพื่อเร่งผลิตชิ้นงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาในหลายโครงการที่ต้องเร่งส่งมอบ ทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากปัจจัยที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายบริหารพยายามแก้ไขปัญหาโดยการมุ่งเน้นหาลูกค้าในประเทศ หรืองานจากภาครัฐ รวมถึงลูกค้ากลุ่มเดิมในต่างประเทศ และการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จำกัดการเดินทางและการหาลูกค้าใหม่ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ส่งผลต่อการสร้างรายได้ของบริษัทอย่างยิ่ง แม้ฝ่ายบริหารจะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2565 จะดีขึ้น แต่ความสามารถในการกลับมาสร้างรายได้ในระดับเดิม หรือเติบโต จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลาย และความสามารถในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อีกครั้ง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 143.26 ล้านบาทในปี 2564** เทียบกับกำไร 42.93 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการลดลง 13%** หรือ 182.91 ล้านบาท เป็น 1,254.15 ล้านบาท
* **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1%** เป็น 1,316.44 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 4.97%** เทียบกับ 9.39% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 14%** เป็น 81.73 ล้านบาท
* **มูลค่าโครงการที่ยังปฏิบัติไม่เสร็จสิ้น (Backlog) ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,287 ล้านบาท** คาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งมอบภายใน 2 ปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวม 143.26 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 186.19 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการอยู่ที่ 1,254.15 ล้านบาท ลดลง 13% จาก 1,437.06 ล้านบาทในปี 2563 ขณะที่ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการอยู่ที่ 1,316.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% จาก 1,302.17 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ 4.97% จากเดิมที่ 9.39% ในปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 14% มาอยู่ที่ 81.73 ล้านบาท
## โอกาส
* **Backlog มูลค่า 1,287 ล้านบาท:** เป็นรายได้ที่รอรับรู้ในอนาคต คาดว่าจะทยอยรับรู้ภายใน 2 ปี
* **การมุ่งเน้นหาลูกค้าในประเทศและงานภาครัฐ:** เป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อชดเชยผลกระทบจากตลาดต่างประเทศ
* **การคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2565 ที่จะปรับตัวดีขึ้น:** อาจส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมและการหาคำสั่งซื้อใหม่
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีผลกระทบ:** จำกัดความสามารถในการเดินทางเพื่อหาลูกค้าและรับงานใหม่ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **การพึ่งพิงลูกค้าต่างประเทศ:** หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว
* **ความสามารถในการแข่งขัน:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตอาจสูงขึ้น
* **ต้นทุนแรงงานและค่าจ้างผู้รับเหมา:** มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการรับงานโครงการใหม่:** โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศ และงานภาครัฐ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าจ้างผู้รับเหมา เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog:** มูลค่า 1,287 ล้านบาท ว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
* **แนวโน้มสถานการณ์โควิด-19:** และผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
* **ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาด:** และการหาลูกค้าใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม (ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาคการก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ BTW คือ **มูลค่าคำสั่งซื้อ (Backlog)** ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,287 ล้านบาท และฝ่ายบริหารคาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ภายใน 2 ปี ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 ชี้ให้เห็นถึง **ความท้าทายในการหาคำสั่งซื้อใหม่** โดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการติดต่อธุรกิจในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
นอกจากนี้ **ต้นทุนการผลิต** ที่มีสัดส่วนกว่า 60% เป็นค่าแรงและโสหุ้ยการผลิต การที่ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2564 จากการเพิ่มแรงงานเพื่อเร่งผลิต ยิ่งซ้ำเติมผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก** การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าคำสั่งซื้อใหม่ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลง 7% หรือ 132.60 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,651.71 ล้านบาท โดยหลักมาจากลูกหนี้การค้า ลูกหนี้เงินประกันผลงาน และสินทรัพย์ถาวรที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4% หรือ 25.87 ล้านบาท เป็น 647.26 ล้านบาท โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นและสินเชื่อเพื่อชำระสินค้ากับธนาคารเพิ่มขึ้น เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 14% หรือ 158.47 ล้านบาท เป็น 1,004.45 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทย่อย
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 1.89 เท่า เป็น 1.64 เท่า เนื่องจากหนี้สินระยะสั้นเพิ่มขึ้น ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.92 เท่า เป็น (3.13) เท่า เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.64 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ BTW ในปี 2564 คือ **การสูญเสียรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการอย่างมีนัยสำคัญ** อันเป็นผลโดยตรงจากข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ แม้จะมี Backlog มูลค่า 1,287 ล้านบาท เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากการที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ และแนวโน้มต้นทุนการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-3.91
ล้านบาท
↓ 102.1% YoY
กำไรขั้นต้น
131.60
ล้านบาท
↓ 938% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-8.49
%
กำไรสุทธิ
73.15
ล้านบาท
↑ 703.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.92
%
D/E Ratio
2.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-4
↓ -102.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -938%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 703.4%
YoY
D/E Ratio
2.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.80
ROE (%)
-50.61
ROA (%)
-13.90
Book Value/หุ้น
0.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.51
-89.90%
|
-163.48
+97.34%
|
-82.84
-7.08%
|
-89.15
-210.61%
|
80.60
-31.10%
|
116.98
-192.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.81
-99.17%
|
98.14
-4,910.78%
|
-2.04
-52.78%
|
-4.32
-142.31%
|
10.21
-246.28%
|
-6.98
-80.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27.41
-71.36%
|
95.69
+13.36%
|
84.41
-42.48%
|
146.75
-895.39%
|
-18.45
-51.94%
|
-38.39
-138.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.71
-61.42%
|
30.35
-6,557.45%
|
-0.47
-100.88%
|
53.27
-26.40%
|
72.38
+1.08%
|
71.61
-217.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.62
-18.65%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|
30.32
-32.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.01
-80.28%
|
15.26
-20.52%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|