บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7170 out_tok=2447 at=2026-07-25T12:48:11 -->
# BTW Q1/66 พลิกขาดทุนหนัก 32 ลบ. ต้นทุนพุ่ง-งานหด
## รายได้หด 22% กำไรขั้นต้นติดลบ ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนแรงงาน-ค่าผลิตพุ่ง
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 32.08 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 18.77 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการลดลง 22% ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นจนส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTW ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการ ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการผลิต** โดยรายได้ลดลง 94.42 ล้านบาท (22%) และกำไรขั้นต้นติดลบที่ -1.72 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 44.79 ล้านบาท คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงถึง -104%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้ที่ลดลง** เป็นผลมาจากจำนวนงานโครงการที่ลดลง โดยรายได้ที่รับรู้ในไตรมาสแรกนี้มาจากโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์ เช่น งานแปรรูปและประกอบชิ้นงานขนาดใหญ่ (Heavy Industry) ของโรงกลั่นน้ำมัน
ในส่วนของ **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการที่สูงขึ้น** จนส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบนั้น สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานผู้รับเหมา (Subcontractor) และค่าใช้จ่ายในการผลิต (Overhead) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังลดลง 21% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าแรง เนื่องจากจำนวนพนักงานลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร บ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ:
* **Backlog ที่ยังคงมีอยู่:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีมูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog) อยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นงานประเภท Heavy Industry, Steel Structure และ Construction
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายบริหาร:** การที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากการปรับลดจำนวนพนักงาน แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนของบริษัท
* **การฟ้องร้องคดี:** แม้จะมีคดีความที่อาจส่งผลกระทบ แต่ฝ่ายบริหารและที่ปรึกษากฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวไม่มีมูลและจะไม่มีผลเสียหายอย่างเป็นสาระสำคัญต่อผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินของกลุ่มบริษัท
อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการผลิตยังคงสูงอยู่ อาจเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้น จนกว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีโครงการใหม่ที่มีอัตรากำไรที่ดีเข้ามาทดแทน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 32.08 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 18.77 ล้านบาทใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้และกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการลดลง 22%:** เหลือ 337.24 ล้านบาท จาก 431.66 ล้านบาทใน Q1/65 เนื่องจากจำนวนงานโครงการลดลง
* **กำไรขั้นต้นติดลบ:** อยู่ที่ -1.72 ล้านบาท หรือ -0.51% ของรายได้ จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 44.79 ล้านบาท หรือ 10.38%
* **ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง:** ค่าจ้างแรงงานผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 21%:** จากการลดลงของจำนวนพนักงาน
* **Backlog คงเหลือ 200 ล้านบาท:** คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่เป็นงานประเภท Heavy Industry, Steel Structure และ Construction
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 32.08 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 18.77 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 50.92 ล้านบาท หรือ 270% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการลดลง 22% หรือ 94.42 ล้านบาท มาอยู่ที่ 337.24 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนงานโครงการลดลง รายได้ที่รับรู้มาจากโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องจากปีก่อน
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการกลับปรับตัวสูงขึ้น โดยคิดเป็น 100.51% ของรายได้ในไตรมาสนี้ เทียบกับ 89.62% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบที่ 1.72 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 44.79 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.55 ล้านบาท หรือ 21% ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าแรง เนื่องจากจำนวนพนักงานลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น 1.59 ล้านบาท หรือ 45% จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของสถาบันการเงิน
## โอกาส
* **Backlog ที่มีอยู่:** มูลค่า 200 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนรายได้ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะงานประเภท Heavy Industry, Steel Structure และ Construction ซึ่งเป็นงานที่มีมูลค่าสูง
* **การควบคุมต้นทุน:** การลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการผลิตที่สูง:** การที่ต้นทุนค่าจ้างแรงงานผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายในการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น
* **ความไม่แน่นอนของโครงการใหม่:** การพึ่งพารายได้จากโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องจากปีก่อน อาจทำให้รายได้มีความผันผวนหากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง
* **คดีความพิพาท:** แม้ฝ่ายบริหารจะมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบ แต่การดำเนินคดีความยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนค่าจ้างแรงงานผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายในการผลิต
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าในการดำเนินงานและส่งมอบโครงการที่อยู่ใน Backlog
* **การหาโครงการใหม่:** ความสามารถในการเข้าประมูลและได้รับงานโครงการใหม่ เพื่อทดแทนรายได้จากโครงการเดิมที่กำลังจะแล้วเสร็จ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **ความคืบหน้าคดีความ:** การพิจารณาคดีความพิพาทกับคู่สัญญา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของ BTW ในไตรมาส 1 ปี 2566 พบว่ารายได้หลักมาจากการรับจ้างผลิตและบริการ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการโครงการและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การที่กำไรขั้นต้นติดลบเป็นสัญญาณที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนค่าแรงผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของโครงการ
มูลค่า Backlog ที่ 200 ล้านบาท ถือเป็นฐานรายได้ที่สำคัญ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงอัตรากำไรของโครงการเหล่านั้นด้วย หากโครงการส่วนใหญ่มีอัตรากำไรต่ำ หรือมีต้นทุนที่ควบคุมได้ยาก ก็อาจไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากส่วนอื่นได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,719.37 ล้านบาท ลดลง 10% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมลดลง 18% หรือ 151.42 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3% หรือ 32.08 ล้านบาท จากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.70 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.58 เท่า โดยมีสาเหตุจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยลดลง เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี และอัตราดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวสูงขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.70 เท่า จาก 0.82 เท่า เป็นผลมาจากการลดลงของหนี้สินรวม
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ BTW สะท้อนถึงความท้าทายจากการที่รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นจนทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ แม้จะมี Backlog ที่จะช่วยสนับสนุนรายได้ในระยะถัดไป แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโครงการใหม่ที่มีอัตรากำไรที่ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่ในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTW ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
-3.91
ล้านบาท
↓ 102.1% YoY
กำไรขั้นต้น
131.60
ล้านบาท
↓ 938% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-8.49
%
กำไรสุทธิ
73.15
ล้านบาท
↑ 703.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.92
%
D/E Ratio
2.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-4
↓ -102.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -938%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 703.4%
YoY
D/E Ratio
2.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.80
ROE (%)
-50.61
ROA (%)
-13.90
Book Value/หุ้น
0.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.51
-89.90%
|
-163.48
+97.34%
|
-82.84
-7.08%
|
-89.15
-210.61%
|
80.60
-31.10%
|
116.98
-192.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.81
-99.17%
|
98.14
-4,910.78%
|
-2.04
-52.78%
|
-4.32
-142.31%
|
10.21
-246.28%
|
-6.98
-80.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27.41
-71.36%
|
95.69
+13.36%
|
84.41
-42.48%
|
146.75
-895.39%
|
-18.45
-51.94%
|
-38.39
-138.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.71
-61.42%
|
30.35
-6,557.45%
|
-0.47
-100.88%
|
53.27
-26.40%
|
72.38
+1.08%
|
71.61
-217.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.62
-18.65%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|
30.32
-32.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.01
-80.28%
|
15.26
-20.52%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|