บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7747 out_tok=2612 at=2026-07-25T12:34:55 -->
# BTW กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกขาดทุนหนัก เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารสูง
## รายได้โต 84% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า กดดันกำไรขั้นต้นหดตัว ขณะที่ผลขาดทุนค่าเงินฉุดกำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 28.28 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.27 ล้านบาท แม้รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 84% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ BTW ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยสัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 96.8% เทียบกับ 93.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมาก นอกจากนี้ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาขาดทุนเพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และต้นทุนค่าจ้างทำของที่สูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศในช่วงฤดูฝน ทำให้การทำงานภายนอกอาคารที่บริษัทส่วนใหญ่ดำเนินการอยู่ทำได้ยากขึ้นและต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ส่งผลต่อต้นทุนรับจ้างผลิตและบริการของบริษัทด้วย
ส่วน **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดขึ้นจากความผันผวนของค่าเงินตราต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยด้านต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และค่าจ้างทำของที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาวะอากาศ อาจมีลักษณะเป็นครั้งคราวตามฤดูกาล แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลต่อเนื่องได้ ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความไม่แน่นอนสูงและขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการ Q3/65 เติบโต 84%** มาอยู่ที่ 702.66 ล้านบาท จาก 380.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 จำนวน 28.28 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 1.27 ล้านบาทใน Q3/64
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/65 หดตัวเหลือ 3.2%** จาก 6.2% ในปีก่อนหน้า
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร Q3/65 เพิ่มขึ้น 96%** เป็น 48.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **งวด 9 เดือนแรกปี 65 พลิกมีกำไรสุทธิ 13.85 ล้านบาท** จากขาดทุน 99.14 ล้านบาทในปีก่อน แม้กำไรขั้นต้นจะต่ำลง
* **มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog) ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 570 ล้านบาท** คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 ปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการรวม 702.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 380.99 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยอยู่ที่ 680.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 22.22 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 3.2% ลดลงจาก 6.2% ในปีก่อนหน้า
เมื่อรวมกับรายได้อื่นที่ 5.01 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 96% เป็น 48.88 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 21.66 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ บริษัทจึงมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 28.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.27 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการรวม 1,719.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 983.24 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 7.10% ลดลงจาก 10.77% ในปีก่อน แต่ด้วยการบริหารต้นทุนในช่วงฤดูฝน และการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนเมื่อเทียบสัดส่วนต่อยอดขาย ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนได้ 13.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากที่ขาดทุน 99.14 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การได้รับงานโครงการใหม่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายบริหารมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีโอกาสที่จะได้โครงการใหม่เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากการเดินทางพบลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าเป้าหมาย
* **พื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและประสบการณ์ยาวนาน:** บริษัทมีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมายาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **คดีความฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย:** บริษัทย่อยแห่งหนึ่งถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายประมาณ 70.6 ล้านบาท แม้ฝ่ายบริหารจะพิจารณาแล้วว่าไม่มีมูลและจะไม่มีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง:** ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา รวมถึงค่าจ้างทำของที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางต้นทุนการรับจ้างผลิต:** การบริหารจัดการต้นทุนพนักงาน ค่าแรง และวัตถุดิบ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การได้รับงานโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการเจรจาและได้รับงานโครงการใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
* **ความคืบหน้าของคดีความ:** ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีความที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog):** ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีมูลค่ารวม 570 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประเภทงานติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) และงานประเภทติดตั้งอุปกรณ์ (Equipment Installation) คาดว่าจะแล้วเสร็จในอนาคตหรือภายในระยะเวลา 1-2 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการรับจ้างผลิตและบริการ
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงงานที่ทำเสร็จแต่ยังไม่เรียกชำระเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,934.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงงานที่ทำเสร็จแต่ยังไม่เรียกชำระ
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 41% เป็น 915.85 ล้านบาท มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงรายได้ค่าก่อสร้างรับล่วงหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 1,018.32 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน 13.86 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.90 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.64 เท่าในสิ้นปี 2564
อัตราส่วนสภาพคล่องรวมอยู่ที่ 1.50 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.64 เท่าในสิ้นปี 2564
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยดีขึ้นเป็น 0.90 เท่า จาก (3.97) เท่าในสิ้นปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ BTW พลิกกลับมาขาดทุนหนัก แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนพนักงาน ค่าแรง และวัตถุดิบ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การได้รับงานโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงจากคดีความและผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTW ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
-3.91
ล้านบาท
↓ 102.1% YoY
กำไรขั้นต้น
131.60
ล้านบาท
↓ 938% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-8.49
%
กำไรสุทธิ
73.15
ล้านบาท
↑ 703.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.92
%
D/E Ratio
2.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-4
↓ -102.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -938%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 703.4%
YoY
D/E Ratio
2.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.80
ROE (%)
-50.61
ROA (%)
-13.90
Book Value/หุ้น
0.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.51
-89.90%
|
-163.48
+97.34%
|
-82.84
-7.08%
|
-89.15
-210.61%
|
80.60
-31.10%
|
116.98
-192.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.81
-99.17%
|
98.14
-4,910.78%
|
-2.04
-52.78%
|
-4.32
-142.31%
|
10.21
-246.28%
|
-6.98
-80.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27.41
-71.36%
|
95.69
+13.36%
|
84.41
-42.48%
|
146.75
-895.39%
|
-18.45
-51.94%
|
-38.39
-138.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.71
-61.42%
|
30.35
-6,557.45%
|
-0.47
-100.88%
|
53.27
-26.40%
|
72.38
+1.08%
|
71.61
-217.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.62
-18.65%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|
30.32
-32.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.01
-80.28%
|
15.26
-20.52%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|