BTW
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BTW
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.12
+0.01 (+9.09%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7747 out_tok=2612 at=2026-07-25T12:34:55 --> # BTW กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกขาดทุนหนัก เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารสูง ## รายได้โต 84% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า กดดันกำไรขั้นต้นหดตัว ขณะที่ผลขาดทุนค่าเงินฉุดกำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 28.28 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.27 ล้านบาท แม้รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 84% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ BTW ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยสัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 96.8% เทียบกับ 93.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมาก นอกจากนี้ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาขาดทุนเพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และต้นทุนค่าจ้างทำของที่สูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศในช่วงฤดูฝน ทำให้การทำงานภายนอกอาคารที่บริษัทส่วนใหญ่ดำเนินการอยู่ทำได้ยากขึ้นและต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ส่งผลต่อต้นทุนรับจ้างผลิตและบริการของบริษัทด้วย ส่วน **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดขึ้นจากความผันผวนของค่าเงินตราต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยด้านต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา และค่าจ้างทำของที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาวะอากาศ อาจมีลักษณะเป็นครั้งคราวตามฤดูกาล แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลต่อเนื่องได้ ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความไม่แน่นอนสูงและขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการ Q3/65 เติบโต 84%** มาอยู่ที่ 702.66 ล้านบาท จาก 380.99 ล้านบาทในปีก่อน * **พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 จำนวน 28.28 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 1.27 ล้านบาทใน Q3/64 * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/65 หดตัวเหลือ 3.2%** จาก 6.2% ในปีก่อนหน้า * **ค่าใช้จ่ายบริหาร Q3/65 เพิ่มขึ้น 96%** เป็น 48.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน * **งวด 9 เดือนแรกปี 65 พลิกมีกำไรสุทธิ 13.85 ล้านบาท** จากขาดทุน 99.14 ล้านบาทในปีก่อน แม้กำไรขั้นต้นจะต่ำลง * **มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog) ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 570 ล้านบาท** คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 ปี ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการรวม 702.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 380.99 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยอยู่ที่ 680.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 22.22 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 3.2% ลดลงจาก 6.2% ในปีก่อนหน้า เมื่อรวมกับรายได้อื่นที่ 5.01 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 96% เป็น 48.88 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 21.66 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ บริษัทจึงมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 28.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.27 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการรวม 1,719.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 983.24 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 7.10% ลดลงจาก 10.77% ในปีก่อน แต่ด้วยการบริหารต้นทุนในช่วงฤดูฝน และการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนเมื่อเทียบสัดส่วนต่อยอดขาย ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนได้ 13.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากที่ขาดทุน 99.14 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การได้รับงานโครงการใหม่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายบริหารมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีโอกาสที่จะได้โครงการใหม่เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากการเดินทางพบลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าเป้าหมาย * **พื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและประสบการณ์ยาวนาน:** บริษัทมีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมายาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **คดีความฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย:** บริษัทย่อยแห่งหนึ่งถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายประมาณ 70.6 ล้านบาท แม้ฝ่ายบริหารจะพิจารณาแล้วว่าไม่มีมูลและจะไม่มีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง:** ต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และต้นทุนพนักงาน ค่าแรงล่วงเวลา รวมถึงค่าจ้างทำของที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางต้นทุนการรับจ้างผลิต:** การบริหารจัดการต้นทุนพนักงาน ค่าแรง และวัตถุดิบ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป * **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน * **การได้รับงานโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการเจรจาและได้รับงานโครงการใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ * **ความคืบหน้าของคดีความ:** ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีความที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog):** ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีมูลค่ารวม 570 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประเภทงานติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) และงานประเภทติดตั้งอุปกรณ์ (Equipment Installation) คาดว่าจะแล้วเสร็จในอนาคตหรือภายในระยะเวลา 1-2 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง * **ต้นทุนก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบในภาพรวมของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการรับจ้างผลิตและบริการ * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงงานที่ทำเสร็จแต่ยังไม่เรียกชำระเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,934.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงงานที่ทำเสร็จแต่ยังไม่เรียกชำระ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 41% เป็น 915.85 ล้านบาท มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงรายได้ค่าก่อสร้างรับล่วงหน้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 1,018.32 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน 13.86 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.90 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.64 เท่าในสิ้นปี 2564 อัตราส่วนสภาพคล่องรวมอยู่ที่ 1.50 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.64 เท่าในสิ้นปี 2564 ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยดีขึ้นเป็น 0.90 เท่า จาก (3.97) เท่าในสิ้นปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ BTW พลิกกลับมาขาดทุนหนัก แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนพนักงาน ค่าแรง และวัตถุดิบ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การได้รับงานโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงจากคดีความและผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTW ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
-3.91 ล้านบาท
↓ 102.1% YoY
กำไรขั้นต้น
131.60 ล้านบาท
↓ 938% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-8.49 %
กำไรสุทธิ
73.15 ล้านบาท
↑ 703.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.92 %
D/E Ratio
2.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-4
↓ -102.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -938% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 703.4% YoY
D/E Ratio
2.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
-3.91
-102.11%
184.92
+238.25%
-133.76
-125.80%
518.46
+93.10%
268.50
-25.73%
361.52
+8.39%
กำไรขั้นต้น —
131.60
+937.98%
-15.70
+96.09%
-401.64
-1,301.25%
33.44
+227.58%
-26.21
-174.54%
35.16
+185.80%
ค่าใช้จ่ายรวม —
-25.06
-320.05%
11.39
-60.72%
28.99
+302.02%
7.21
-28.05%
10.02
-31.23%
14.58
-9.83%
กำไรสุทธิ —
73.15
+703.37%
9.11
+101.63%
-560.00
-2,771.37%
20.96
+148.38%
-43.33
-364.43%
16.39
+129.17%
กำไรต่อหุ้น —
0.10
+708.33%
0.01
+101.62%
-0.74
-2,746.43%
0.03
+149.12%
-0.06
-359.09%
0.02
+129.73%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) — —
-8.49
-102.83%
300.27
+4,555.35%
6.45
+166.09%
-9.76
-200.31%
9.73
+179.17%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) — —
6.16
+128.41%
-21.68
-1,659.71%
1.39
-62.73%
3.73
-7.44%
4.03
-16.91%
อัตรากำไรสุทธิ(%) — —
4.92
-98.82%
418.66
+10,262.87%
4.04
+125.03%
-16.14
-456.29%
4.53
+126.88%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
2,453.67
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
-50.61
-238.08%
-14.97
+87.12%
-116.24
-3,549.26%
3.37
+125.61%
-13.16
-450.93%
3.75
+104.47%
ROA(%) —
-13.90
-255.50%
-3.91
+92.99%
-55.76
-1,881.47%
3.13
+142.76%
-7.32
-277.24%
4.13
+111.85%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.80
+68.67%
1.66
-7.26%
1.79
+118.29%
0.82
+28.13%
0.64
+20.75%
0.53
-73.50%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
P/BV —
0.42
-41.67%
0.72
+71.43%
0.42
-6.67%
0.45
-34.78%
0.69
+35.29%
0.51
+6.25%
BV —
0.26
-16.13%
0.31
-58.11%
0.74
-45.19%
1.35
-2.88%
1.39
-7.95%
1.51
-3.21%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
2.11
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น —
0.11
-50.00%
0.22
-29.03%
0.31
-48.33%
0.60
-36.84%
0.95
+23.38%
0.77
+2.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.80
ROE (%)
-50.61
ROA (%)
-13.90
Book Value/หุ้น
0.04

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
201.21
-4.70%
215.22
-22.35%
277.17
-78.35%
1,280.03
+32.96%
962.73
-8.15%
1,048.18
-15.71%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
401.16
-4.53%
424.99
-14.39%
496.40
-20.30%
622.84
-9.60%
688.98
-6.41%
736.14
+8.70%
รวมสินทรัพย์ —
602.37
-4.58%
640.21
-17.24%
773.57
-59.35%
1,902.87
+15.21%
1,651.71
-7.43%
1,784.31
-7.11%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
394.23
+14.15%
346.84
-25.39%
464.87
-42.70%
811.32
+37.83%
588.64
+5.99%
555.40
-27.01%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
49.44
-4.48%
52.60
+66.77%
31.54
-32.68%
46.85
-20.07%
58.62
-11.18%
66.00
+61.91%
รวมหนี้สิน —
443.67
+11.73%
399.44
-19.53%
496.41
-42.15%
858.18
+32.59%
647.26
+4.16%
621.39
-22.49%
รวมส่วนของเจ้าของ —
158.70
-32.24%
240.77
-13.13%
277.16
-73.47%
1,044.69
+4.01%
1,004.46
-13.63%
1,162.92
+3.92%
D/E —
2.80
1.66
1.79
0.82
0.64
0.53
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-50.61
-14.97
-116.24
3.37
-13.16
3.75
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-13.90
-3.91
-55.76
3.13
-7.32
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.51
0.62
0.60
1.58
1.64
1.89
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.15
0.17
0.25
0.54
0.40
0.60
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
34.30
70.16
0.00
0.00
62.49
82.40
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
52.48
80.54
0.00
0.00
69.99
72.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
112.08
168.45
0.00
0.00
42.71
49.76
วงจรเงินสด —
-25.29
-17.75
0.00
0.00
89.76
105.20
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-16.51
-89.90%
-163.48
+97.34%
-82.84
-7.08%
-89.15
-210.61%
80.60
-31.10%
116.98
-192.55%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.81
-99.17%
98.14
-4,910.78%
-2.04
-52.78%
-4.32
-142.31%
10.21
-246.28%
-6.98
-80.09%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
27.41
-71.36%
95.69
+13.36%
84.41
-42.48%
146.75
-895.39%
-18.45
-51.94%
-38.39
-138.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
11.71
-61.42%
30.35
-6,557.45%
-0.47
-100.88%
53.27
-26.40%
72.38
+1.08%
71.61
-217.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
15.62
-18.65%
19.20
-77.65%
85.89
+114.24%
40.09
-58.92%
97.60
+221.90%
30.32
-32.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3.01
-80.28%
15.26
-20.52%
19.20
-77.65%
85.89
+114.24%
40.09
-58.92%
97.60
+221.90%