บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6807 out_tok=2698 at=2026-07-25T13:19:11 -->
# BTW กำไร Q1/2565 พลิกบวก 235% รับรายได้งานผลิตถัง-โครงสร้างเหล็กพุ่ง
## รายได้โต 82% หนุนกำไรสุทธิ 18.76 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนพุ่งตามการผลิต
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 235% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 13.86 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTW ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.76 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 235% YoY) มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 82%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง จากที่เคยขาดทุนในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **การรับรู้รายได้จากงานประเภท Modularization และงานโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure)** ซึ่งเป็นงานหลักของบริษัท โดยเฉพาะจากลูกค้าในประเทศออสเตรเลียและลูกค้าในประเทศ ประการที่สองคือ **มูลค่างานในบางโครงการมีการปรับเพิ่มขึ้น** และประการสุดท้ายคือ **การได้รับงานโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม** ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการดำเนินงานได้มากขึ้น
แม้ว่าต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการจะสูงขึ้น 13% มาอยู่ที่ 386.87 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนพนักงาน ค่าล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้ **อัตราส่วนต้นทุนจากการรับจ้างผลิตต่อรายได้จากการรับจ้างผลิตดีขึ้นจาก 98% ในปีก่อน เหลือ 89%** ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.07 ล้านบาท เป็น 44.79 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการขายเศษเหล็กและค่าสินค้าอุปกรณ์ชำรุดเสียหายยังช่วยเสริมผลประกอบการให้ดีขึ้นอีกด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าหลายประเทศเริ่มผ่อนปรนมาตรการเดินทาง ทำให้บริษัทมีโอกาสในการพบปะลูกค้าเดิมและหาลูกค้ารายใหม่ในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการได้รับงานจากลูกค้าในประเทศออสเตรเลียในช่วงไตรมาสแรก นอกจากนี้ มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ยังคงมีจำนวนสูงถึง 1,607.66 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประเภท Modularization และงานโครงสร้างเหล็กที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในอนาคต สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบวกที่สนับสนุนการรับรู้รายได้และผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 235% YoY:** จากขาดทุน 13.86 ล้านบาท เป็นกำไร 18.76 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการพุ่ง 82% YoY:** อยู่ที่ 431.66 ล้านบาท จาก 349.66 ล้านบาท ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 6.07 ล้านบาท เป็น 44.79 ล้านบาท
* **อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ดีขึ้น:** จาก 98% เหลือ 89%
* **Backlog คงเหลือ 1,607.66 ล้านบาท:** สนับสนุนรายได้ในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทรายงานรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 จำนวน 431.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานประเภท Modularization และงานโครงสร้างเหล็ก ซึ่งเป็นงานที่มาจากลูกค้าในประเทศและออสเตรเลีย นอกจากนี้ มูลค่างานบางโครงการที่เพิ่มขึ้นและการได้รับงานใหม่ๆ ยังส่งผลให้รายได้รวมเติบโตขึ้น
ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการเพิ่มขึ้น 13% เป็น 386.87 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพนักงาน ค่าล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 98% เป็น 89% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 96% เป็น 14.49 ล้านบาท จากการขายเศษเหล็กและค่าสินค้าอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 51% เป็น 36.09 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา และค่าเช่า
ต้นทุนทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น 35% เป็น 3.50 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตั๋วสัญญาใช้เงิน
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 18.84 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 13.96 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการเดินทาง:** เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถพบปะลูกค้าเดิมและหาลูกค้ารายใหม่ในต่างประเทศได้มากขึ้น
* **งานจากลูกค้าออสเตรเลีย:** การได้รับงานจากลูกค้าในประเทศออสเตรเลียแสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** มูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต 1,607.66 ล้านบาท เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** ยังคงมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันสูงจากบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อแย่งชิงลูกค้าภาครัฐและเอกชน
* **ภาคแรงงาน:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อภาคแรงงาน ทำให้เกิดการแข่งขันด้านค่าแรงและการขาดแคลนแรงงานในบางช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าในการดำเนินงานและส่งมอบโครงการที่อยู่ใน Backlog
* **การหาลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ:** ความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนพนักงาน ค่าล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันด้านแรงงาน
* **แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19:** ผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การบริหารลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการด้านโครงสร้างเหล็กและงาน Modularization ของ BTW ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการดังนี้:
* **มูลค่าโอน/รับรู้รายได้:** รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 82% เป็น 431.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากงานประเภท Modularization และ Steel Structure เป็นหลัก โดยเฉพาะจากลูกค้าในออสเตรเลียและลูกค้าในประเทศ การที่มูลค่างานในบางโครงการเพิ่มขึ้นและการได้รับงานใหม่ๆ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **Backlog:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมี Backlog คงเหลือ 1,607.66 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จำนวน 320 ล้านบาท โดยงานส่วนใหญ่เป็นประเภท Modularization และ Steel Structure ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ แสดงให้เห็นถึงปริมาณงานที่รอรับรู้รายได้ในอนาคต
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนจากการรับจ้างผลิตและบริการเพิ่มขึ้น 13% เป็น 386.87 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพนักงาน ค่าล่วงเวลา และค่าจ้างทำของ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 98% เป็น 89% ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **อัตรากำไรโครงการ:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.07 ล้านบาท เป็น 44.79 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 1,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นประมาณ 154.26 ล้านบาท ซึ่งแปรผันตามการรับรู้รายได้จากงานโครงการ รวมถึงสินค้าและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 816.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นประมาณ 100.93 ล้านบาท และรายได้ค่าก่อสร้างรับล่วงหน้าประมาณ 63.73 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1,023.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จากการรับรู้กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรก
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.80 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.64 เท่า ในสิ้นปี 2564
* **ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้นเป็น 7.53 เท่า จากผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรก
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าบ่งชี้ถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ BTW พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.76 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยงานประเภท Modularization และ Steel Structure จากลูกค้าในประเทศและออสเตรเลีย แม้ต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนต่อรายได้ที่ดีขึ้นทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Backlog ที่มีอยู่สูงถึง 1,607.66 ล้านบาท และโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการแข่งขันและภาวะแรงงานที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-3.91
ล้านบาท
↓ 102.1% YoY
กำไรขั้นต้น
131.60
ล้านบาท
↓ 938% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-8.49
%
กำไรสุทธิ
73.15
ล้านบาท
↑ 703.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.92
%
D/E Ratio
2.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-4
↓ -102.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -938%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 703.4%
YoY
D/E Ratio
2.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.80
ROE (%)
-50.61
ROA (%)
-13.90
Book Value/หุ้น
0.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.51
-89.90%
|
-163.48
+97.34%
|
-82.84
-7.08%
|
-89.15
-210.61%
|
80.60
-31.10%
|
116.98
-192.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.81
-99.17%
|
98.14
-4,910.78%
|
-2.04
-52.78%
|
-4.32
-142.31%
|
10.21
-246.28%
|
-6.98
-80.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27.41
-71.36%
|
95.69
+13.36%
|
84.41
-42.48%
|
146.75
-895.39%
|
-18.45
-51.94%
|
-38.39
-138.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.71
-61.42%
|
30.35
-6,557.45%
|
-0.47
-100.88%
|
53.27
-26.40%
|
72.38
+1.08%
|
71.61
-217.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.62
-18.65%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|
30.32
-32.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.01
-80.28%
|
15.26
-20.52%
|
19.20
-77.65%
|
85.89
+114.24%
|
40.09
-58.92%
|
97.60
+221.90%
|