บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8069 out_tok=3210 at=2026-07-25T11:13:03 -->
BEAUTY Q4/2564 พลิกขาดทุนหนัก รับผลกระทบโควิด-19-ปรับโครงสร้างธุรกิจ
ฝ่ายบริหาร BEAUTY ชี้รายได้และกำไรขั้นต้นหดตัวแรงในไตรมาส 4/2564 และทั้งปี จากผลกระทบโควิด-19 และการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BEAUTY ในไตรมาส 4 ปี 2564 และทั้งปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้รายได้รวมลดลงอย่างมาก และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ BEAUTY คือ **รายได้รวมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง** โดยไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 117.30 ล้านบาท ลดลง 39.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทั้งปี 2564 อยู่ที่ 411.82 ล้านบาท ลดลง 47.66% เมื่อเทียบกับปี 2563 นอกจากนี้ **กำไรขั้นต้น** ก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 43.16 ล้านบาท ลดลง 57.78% และทั้งปี 2564 อยู่ที่ 164.62 ล้านบาท ลดลง 60.43% ซึ่งส่งผลให้บริษัทมี **ผลขาดทุนสุทธิ** ในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ (8.44) ล้านบาท และขาดทุนทั้งปี 2564 อยู่ที่ (80.77) ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ผลกระทบจากโควิด-19** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ลดลง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ การระบาดระลอกที่ 3 และ 4 ในประเทศไทยยังส่งผลให้ต้องมีการล็อกดาวน์และปิดร้านค้าปลีกหลายสาขา ส่งผลกระทบต่อช่องทางการขายโดยตรง สำหรับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมานิยมสินค้าแบรนด์จีนมากขึ้น และเข้มงวดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ
ส่วน **กำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากการที่บริษัทต้องทำโปรโมชั่นมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายและแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางที่มีการแข่งขันรุนแรง รวมถึงการทำโปรโมชั่นระบายสินค้าที่อาจหมดอายุหรือค้างสต็อก ทำให้ต้องมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision)
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ** จำนวน 21.49 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นรายการพิเศษ (Non-routine expenses) เช่น ค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายและด้อยค่าสินทรัพย์ของสาขาที่ปิด ค่าชดเชยจากการปรับลดจำนวนพนักงาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้ผลประกอบการขาดทุนหนักขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการฟื้นตัว แต่ปัจจัยลบหลักๆ มีแนวโน้มเป็นครั้งคราว ฝ่ายจัดการระบุว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นจากแนวโน้มยอดขายไตรมาส 4 ที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง (รักสวยรักงาม) สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทได้พัฒนาโมเดลการขายใหม่ "Product License" ในประเทศจีน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การออกสินค้าใหม่รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย และตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้นในปี 2565
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 ด้านหลัก คือ การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ (Re Model), การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Refresh Branding) และการปรับโครงสร้างบริหารจัดการ (Re Structuring) ซึ่งการปรับโครงสร้างธุรกิจนี้ แม้จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษในปี 2564 แต่คาดว่าหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น โครงสร้างธุรกิจใหม่นี้จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานในระยะยาว ทั้งในแง่การจำหน่าย การบริหารจัดการ และการลดต้นทุน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 47.66%** ในปี 2564 อยู่ที่ 411.82 ล้านบาท โดยไตรมาส 4/2564 ลดลง 39.57% YoY
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น** ในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ (8.44) ล้านบาท แต่ **ขาดทุนทั้งปีลดลง 22.99%** อยู่ที่ (80.77) ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** ในปี 2564 อยู่ที่ 42.47% จาก 54.08% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการทำโปรโมชั่นและการตั้ง Stock Provision
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** สะท้อนการควบคุมต้นทุนและปรับลดขนาดองค์กร
* **มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ 21.49 ล้านบาท** ในปี 2564 ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว
* **Same Store Sales Growth (SSSG) ปี 2564 ติดลบ 4.90%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 และทั้งปี 2564 ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้รวม 117.30 ล้านบาท ลดลง 39.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทั้งปี 2564 มีรายได้รวม 411.82 ล้านบาท ลดลง 47.66% เมื่อเทียบกับปี 2563 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 43.16 ล้านบาท ลดลง 57.78% และทั้งปี 2564 อยู่ที่ 164.62 ล้านบาท ลดลง 60.43%
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงอย่างมากจากการควบคุมต้นทุนและปรับลดขนาดองค์กร แต่การลดลงของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ (8.44) ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิทั้งปี 2564 อยู่ที่ (80.77) ล้านบาท ลดลง 22.99% เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งสะท้อนความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** มาตรการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและส่งสัญญาณที่ดีต่อยอดขาย
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่:** การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ (Re Model), การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Refresh Branding) และการปรับโครงสร้างบริหารจัดการ (Re Structuring) รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายแบบ O2O เต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **โมเดล "Product License" ในจีน:** การพัฒนาโมเดลการขายใหม่ในตลาดจีนคาดว่าจะช่วยให้การออกสินค้าใหม่รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า-ส่งออก และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
* **พฤติกรรมผู้บริโภค:** ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง (รักสวยรักงาม) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดเครื่องสำอางมีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทต้องมีการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดจีน:** นโยบายส่งเสริมสินค้าแบรนด์จีนและการเข้มงวดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดจีน
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและค่าครองชีพ:** สภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้:** การฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะจากช่องทางค้าปลีกในประเทศและตลาดต่างประเทศ
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Re Model, Refresh Branding, Re Structuring:** การนำกลยุทธ์ใหม่ไปปฏิบัติและการวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน
* **ผลตอบรับของโมเดล "Product License" ในจีน:** ความสามารถในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดในจีน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันและการทำโปรโมชั่น
* **การบริหารจัดการสต็อก:** การลดปัญหาการค้างสต็อกและการตั้ง Stock Provision
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 411.82 ล้านบาท ลดลง 47.66% YoY โดยสัดส่วนรายได้มาจากร้านค้าปลีก 40.50%, ต่างประเทศ 38.78%, อีคอมเมิร์ช 10.89%, โมเดิร์นเทรด 4.01%, เจเนอรัลเทรด 2.33% และอื่นๆ 3.48% Same Store Sales Growth (SSSG) ปี 2564 อยู่ที่ -4.90%
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 อยู่ที่ 42.47% ลดลงจาก 54.08% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายและการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการตั้ง Stock Provision หากไม่นับ Stock Provision อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 54.19%
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 54.86% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 34.08% ในปี 2564 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายตามโครงการ Cost saving program และการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ
**การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** บริษัทได้บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Non-routine expenses) จำนวน 21.49 ล้านบาทในปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 974.10 ล้านบาท ลดลง 9.99% จากปีก่อนหน้า โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 57.98 ล้านบาท, เงินลงทุนชั่วคราว 370.12 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือสุทธิ 138.25 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 145.39 ล้านบาท
**หนี้สินรวม:** ณ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 200.49 ล้านบาท ลดลง 14.45% จากปีก่อนหน้า หนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่า 115.42 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้า 38.90 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 773.61 ล้านบาท ลดลง 8.76% จากปีก่อนหน้า
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานปี 2564 เป็นบวก 76.67 ล้านบาท แต่ใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 130.02 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BEAUTY เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้ดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และได้วางกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและกลยุทธ์ใหม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นโอกาสให้ผลประกอบการของบริษัทกลับมาฟื้นตัวได้ในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEAUTY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
63.63
ล้านบาท
↓ 40.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.23
ล้านบาท
↓ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.36
%
กำไรสุทธิ
-12.16
ล้านบาท
↓ 82.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.12
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
64
↓ -40.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -82.7%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEAUTY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-11.46
ROA (%)
-8.25
Book Value/หุ้น
0.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEAUTY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEAUTY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.90
-141.39%
|
-52.91
-642.67%
|
9.75
-20.92%
|
12.33
-110.37%
|
-118.92
-174.49%
|
159.64
-53.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.49
-152.09%
|
18.22
+513.47%
|
2.97
-134.74%
|
-8.55
-112.22%
|
69.98
-26.71%
|
95.48
+3.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.99
-32.37%
|
16.25
-21.35%
|
20.66
+0.15%
|
20.63
-68.09%
|
64.65
-127.65%
|
-233.83
-54.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
23.41
-226.88%
|
-18.45
-155.29%
|
33.37
+36.71%
|
24.41
+55.48%
|
15.70
-26.26%
|
21.29
-271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|
154.66
-33.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.23
+124.95%
|
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|