บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8072 out_tok=2719 at=2026-07-25T11:32:24 -->
# BEAUTY Q3/2564 พลิกขาดทุนลดลง รับแรงกดดันรายได้หดตัวจากโควิด-19
## ฝ่ายจัดการเผยรายได้รวมวูบ 61% เหตุล็อกดาวน์-กำลังซื้ออ่อนแอ ขณะคุมค่าใช้จ่ายช่วยลดผลขาดทุน
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 75.37 ล้านบาท ลดลง 61.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะขาดทุนสุทธิ 22.02 ล้านบาท แต่เป็นการขาดทุนที่ลดลง 3.23% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ร้านค้าปลีกต้องปิดชั่วคราวและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ BEAUTY ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวม** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยตรง แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในตลาดในประเทศ ทำให้ต้องปิดร้านค้าปลีก 31 สาขาในช่วงไตรมาส 3 นอกจากนี้ การล็อกดาวน์ยังส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการติดต่อประสานงานและการเจรจาทางการค้า ทำให้การกระจายสินค้าล่าช้า และผู้บริโภคมีแนวโน้มจับจ่ายใช้สอยน้อยลง
สำหรับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นตามนโยบายส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นของรัฐบาลจีน ประกอบกับการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ความนิยมในสินค้าต่างประเทศลดลง ส่งผลให้ยอดขายในตลาดต่างประเทศปรับตัวลดลงเช่นกัน
แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงจาก 52.88% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 43.49% ในไตรมาสนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายและการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เนื่องจากสินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ แต่หากไม่รวม Stock Provision อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ระดับปกติที่ 53%
ในด้านการควบคุมค่าใช้จ่าย บริษัทได้ดำเนินโครงการประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost saving program) อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย การปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ และการปรับลดขนาดองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 59.47% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Non-routine expenses) จำนวน 5.48 ล้านบาท เช่น ค่าชดเชยจากการปรับฐานกำลังคน ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ (22.02) ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ ขณะที่ตลาดต่างประเทศในจีนคาดว่าคำสั่งซื้อจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเทศกาลโปรโมชั่น 11 เดือน 11 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ Business Re-engineering ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Re-structure, Re-model และ Re-new โดยมุ่งเน้นขยายช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากสภาวะต่างๆ และคาดว่าหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น โครงสร้างธุรกิจใหม่จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานทั้งในแง่การจำหน่าย การบริหารจัดการ และการลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปรับตัวของผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 61.05% YoY:** อยู่ที่ 75.37 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ร้านค้าปลีกต้องปิดและกำลังซื้อลดลง
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 3.23% YoY:** อยู่ที่ (22.02) ล้านบาท แม้รายได้ลดลง แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายช่วยลดผลขาดทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 43.49% จาก 52.88% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการทำโปรโมชั่นและการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** ลดลง 59.47% และ 20.61% ตามลำดับ จากการปรับกลยุทธ์ Cost saving program และการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ
* **มีค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ 5.48 ล้านบาท:** เป็นรายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 75.37 ล้านบาท ลดลง 61.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 7.80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 294.52 ล้านบาท ลดลง 50.31% YoY
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 30.62 ล้านบาท ลดลง 68.83% YoY และเพิ่มขึ้น 31.08% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 43.49% ลดลงจาก 52.88% ในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 59.47% YoY และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.61% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและโครงการประหยัดต้นทุน
ส่งผลให้ไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ (22.02) ล้านบาท ขาดทุนลดลง 3.23% YoY และขาดทุนลดลง 43.04% QoQ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ (72.33) ล้านบาท ขาดทุนลดลง 41.57% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการเปิดประเทศ:** นโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ คาดว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจในช่วงไฮซีซั่น
* **การพัฒนาโมเดลการขายใหม่ในต่างประเทศ:** การนำเสนอโมเดล "Product License" ในประเทศจีน เพื่อความสะดวกในการพัฒนาสินค้าใหม่และการบริหารจัดการ
* **การปรับกลยุทธ์ Business Re-engineering:** การปรับโครงสร้างบริหารจัดการ, พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และขยายช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย จะช่วยลดผลกระทบจากสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการฟื้นตัวของกำลังซื้อ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดจีน:** การหันไปนิยมสินค้าออนไลน์และสินค้าท้องถิ่นมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าต่างประเทศ
* **การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง:** อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นจากการต้องทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้:** โดยเฉพาะจากตลาดในประเทศหลังการเปิดประเทศ และจากเทศกาลโปรโมชั่น 11 เดือน 11 ในตลาดจีน
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Business Re-engineering:** การปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานและการลดต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** เพื่อลดผลกระทบจากการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การรักษาประสิทธิภาพของ Cost saving program อย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวมลดลง 61.05% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากร้านค้าปลีก 42.39%, ต่างประเทศ 36.27%, อีคอมเมิร์ซ 11.47% และอื่นๆ
* **Same Store Sales Growth (SSSG):** งวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ -18.85% บ่งชี้ถึงยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 43.49% ลดลงจากปีก่อนหน้า (52.88%) แต่หากไม่รวม Stock Provision จะอยู่ที่ 53%
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ลดลง 59.47% YoY จากการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพและ Cost saving program
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 20.61% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและปรับลดขนาดองค์กร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 980.80 ล้านบาท ลดลง 9.37% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 81.15 ล้านบาท และเงินลงทุนชั่วคราว 350 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 205.23 ล้านบาท ลดลง 12.43% จากสิ้นปี 2563 หนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่า 110.61 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้า 40.16 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 775.58 ล้านบาท ลดลง 8.53% จากสิ้นปี 2563
* **กระแสเงินสดดำเนินงาน:** ไตรมาส 3 ปี 2564 ได้รับสุทธิ 57.52 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดลงทุน:** ใช้ไป 110.09 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.26 ลดลงจาก 0.28 ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
BEAUTY ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่หดตัวอย่างหนักถึง 61% YoY อันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดีขึ้น และมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างองค์กร ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการปรับกลยุทธ์ใหม่และการเปิดประเทศที่อาจเป็นปัจจัยหนุนในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEAUTY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
63.63
ล้านบาท
↓ 40.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.23
ล้านบาท
↓ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.36
%
กำไรสุทธิ
-12.16
ล้านบาท
↓ 82.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.12
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
64
↓ -40.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -82.7%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEAUTY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-11.46
ROA (%)
-8.25
Book Value/หุ้น
0.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEAUTY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEAUTY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.90
-141.39%
|
-52.91
-642.67%
|
9.75
-20.92%
|
12.33
-110.37%
|
-118.92
-174.49%
|
159.64
-53.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.49
-152.09%
|
18.22
+513.47%
|
2.97
-134.74%
|
-8.55
-112.22%
|
69.98
-26.71%
|
95.48
+3.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.99
-32.37%
|
16.25
-21.35%
|
20.66
+0.15%
|
20.63
-68.09%
|
64.65
-127.65%
|
-233.83
-54.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
23.41
-226.88%
|
-18.45
-155.29%
|
33.37
+36.71%
|
24.41
+55.48%
|
15.70
-26.26%
|
21.29
-271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|
154.66
-33.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.23
+124.95%
|
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|