บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7798 out_tok=2910 at=2026-07-27T08:25:58 -->
# BEAUTY Q2/2564 ขาดทุนลดลง 42.67% รับแรงกดดันรายได้วูบ-กำไรขั้นต้นหด
## รายได้-กำไรปรับตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 35.18 ล้านบาท ลดลง 42.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะหดตัว 36.60% และกำไรขั้นต้นลดลงถึง 64.23% โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนลดลงแต่ยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้รวมลดลง 36.60% YoY:** สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่มีนโยบายส่งเสริมสินค้าแบรนด์จีนและเข้มงวดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวยังส่งผลให้ความนิยมสินค้าต่างประเทศลดลง ทำให้ยอดขาย Same Store Sales Growth (SSSG) ในงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ -19.20%
2. **กำไรขั้นต้นลดลง 64.23% YoY และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เหลือ 31.89%:** การลดลงของ GPM เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
* **การทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย:** เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดเครื่องสำอางที่มีการแข่งขันสูง
* **การระบายสินค้า:** เนื่องจากยอดขายชะลอตัว ทำให้สินค้าบางส่วนค้างสต็อกและอาจหมดอายุ บริษัทจึงต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรง
* **หากไม่รวม Stock Provision:** ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ในไตรมาส 2 ปี 2564 จะอยู่ในระดับปกติที่ 52% บ่งชี้ว่าปัจจัย Stock Provision มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
3. **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 56.12% YoY:** เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานตามโครงการประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost saving program) เช่น การลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย รวมถึงการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพในการทำกำไร
4. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15.52% YoY:** เกิดจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพตามโครงการประหยัดค่าใช้จ่าย และการปรับลดขนาดองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์
5. **ค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Non-routine expenses):** ในไตรมาส 2 ปี 2564 มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 7.06 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร เช่น ค่าตัดจำหน่ายและด้อยค่าสินทรัพย์ของสาขา, ค่าชดเชยจากการปรับลดจำนวนพนักงาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับ Stock Provision และ Non-routine expenses) / ยังไม่ชัดเจน (สำหรับรายได้และ GPM ปกติ)**
* **Stock Provision และ Non-routine expenses:** มีลักษณะเป็นครั้งคราว โดย Stock Provision เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อยอดขายและอายุสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเพื่อลดภาระในอนาคต
* **รายได้และ GPM ปกติ:** ความต่อเนื่องของรายได้และ GPM ปกติยังคง **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงผันผวน และการปรับตัวของผู้บริโภคในตลาดจีน รวมถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Business Re-engineering ที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินงานหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 42.67% YoY:** จาก 61.36 ล้านบาทใน Q2/2563 เป็นขาดทุน 35.18 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้รวมลดลง 36.60% YoY:** อยู่ที่ 81.74 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19 และพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดจีน
* **กำไรขั้นต้นลดลง 64.23% YoY:** อยู่ที่ 23.36 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เหลือ 31.89% จาก 52.05%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** ตามโครงการประหยัดค่าใช้จ่ายและการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ
* **มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้าง 7.06 ล้านบาท:** เป็นรายการครั้งเดียว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 81.74 ล้านบาท ลดลง 36.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 40.51% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 64.23% YoY อยู่ที่ 23.36 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 31.89% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 52.05% ใน Q2/2563 และ 51.32% ใน Q1/2564
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลง 56.12% YoY และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15.52% YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงและ GPM ที่หดตัว ทำให้บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิ 35.18 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลง 42.67% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 219.15 ล้านบาท ลดลง 45.11% YoY และขาดทุนสุทธิ 50.31 ล้านบาท ลดลง 50.21% YoY
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์ Business Re-engineering:** บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ 3 ด้านหลัก ได้แก่ Re-structure (ปรับโครงสร้างบริหารจัดการ), Re-model (พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่) และ Re-new (ขยายช่องทางการจำหน่าย) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การขยายช่องทางการจำหน่าย:** มุ่งเน้นช่องทางที่มีศักยภาพในการเข้าถึงฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะร้านค้าปลีก เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากฐานลูกค้าในประเทศและสร้างตลาดที่ครอบคลุม
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดที่รุนแรงและต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดจีน:** นโยบายส่งเสริมสินค้าแบรนด์จีนและการเข้มงวดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดจีนในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง:** สภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทต้องทำโปรโมชั่นเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **สินค้าเสื่อมสภาพ:** การชะลอตัวของยอดขายอาจทำให้สินค้าบางส่วนหมดอายุและต้องตั้งสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งกระทบต่อ GPM
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้:** การฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาสถัดไป จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพกลยุทธ์ Re-new และ Re-model
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและโปรโมชั่น เพื่อรักษาระดับ GPM ให้กลับสู่ภาวะปกติ (หากไม่รวม Stock Provision)
* **ผลกระทบจาก Stock Provision:** ความถี่และความรุนแรงของการตั้งสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ
* **ความคืบหน้าของกลยุทธ์ Business Re-engineering:** ประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่
* **สถานการณ์โควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการควบคุมโรคและการเปิดเมือง/ประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม Q2/2564 อยู่ที่ 81.74 ล้านบาท ลดลง 36.60% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากร้านค้าปลีก 44.87%, ต่างประเทศ 35.89%, อีคอมเมิร์ซ 9.61% และอื่นๆ
* **Same Store Sales Growth (SSSG):** งวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ -19.20% สะท้อนถึงผลกระทบต่อยอดขายสาขาเดิม
* **ต้นทุนขาย:** ลดลง 17.07% YoY อยู่ที่ 49.89 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 46.66% เป็น 61.04% เนื่องจากรายได้ลดลงมากกว่าต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ลดลง 56.12% YoY อยู่ที่ 45.49 ล้านบาท จากการปรับแผนและปิดสาขา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 15.52% YoY อยู่ที่ 28.65 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและปรับขนาดองค์กร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2564 อยู่ที่ 986.10 ล้านบาท ลดลง 8.88% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 104.28 ล้านบาท และเงินลงทุนชั่วคราว 330.00 ล้านบาท สินค้าคงเหลือสุทธิ 158.99 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2564 อยู่ที่ 188.51 ล้านบาท ลดลง 19.56% จากสิ้นปี 2563 หนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่า 111.60 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 797.59 ล้านบาท ลดลง 5.93% จากสิ้นปี 2563
* **กระแสเงินสด:** ไตรมาส 2 ปี 2564 ได้รับจากกิจกรรมดำเนินงาน 57.33 ล้านบาท แต่ใช้ไปกับกิจกรรมลงทุน 89.93 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวจากการตั้งสำรองสินค้าเสื่อมสภาพและโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้น แม้จะสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและมีรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจเพียงครั้งเดียว แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการยังคงขึ้นอยู่กับทิศทางสถานการณ์โควิด-19 และความสำเร็จของกลยุทธ์ Business Re-engineering ที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการเพื่อสร้างการเติบโตและลดความเสี่ยงในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEAUTY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
63.63
ล้านบาท
↓ 40.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.23
ล้านบาท
↓ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.36
%
กำไรสุทธิ
-12.16
ล้านบาท
↓ 82.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.12
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
64
↓ -40.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -82.7%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEAUTY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-11.46
ROA (%)
-8.25
Book Value/หุ้น
0.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEAUTY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEAUTY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.90
-141.39%
|
-52.91
-642.67%
|
9.75
-20.92%
|
12.33
-110.37%
|
-118.92
-174.49%
|
159.64
-53.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.49
-152.09%
|
18.22
+513.47%
|
2.97
-134.74%
|
-8.55
-112.22%
|
69.98
-26.71%
|
95.48
+3.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.99
-32.37%
|
16.25
-21.35%
|
20.66
+0.15%
|
20.63
-68.09%
|
64.65
-127.65%
|
-233.83
-54.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
23.41
-226.88%
|
-18.45
-155.29%
|
33.37
+36.71%
|
24.41
+55.48%
|
15.70
-26.26%
|
21.29
-271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|
154.66
-33.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.23
+124.95%
|
64.56
-25.85%
|
87.07
+37.10%
|
63.51
+9.54%
|
57.98
-67.05%
|
175.94
+13.76%
|