BEAUTY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BEAUTY
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.35
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7343 out_tok=2819 at=2026-07-25T11:43:13 --> BEAUTY Q2/2565 ขาดทุนลดลง YoY รับกำไรขั้นต้นพุ่ง แต่รายได้รวมยังหดตัว ฝ่ายจัดการ BEAUTY ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะขาดทุนสุทธิลดลง 26.64% เป็น (25.80) ล้านบาท แต่ก็ยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการในรอบนี้มาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลง คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของบริษัทดีขึ้นคือ **การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น 61.18% YoY** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 35.00% ใน Q2/2564 เป็น 54.16% ใน Q2/2565** อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันหลักยังคงอยู่ที่ **รายได้รวมที่ลดลง 0.93% YoY** และ **ผลขาดทุนสุทธิที่ยังคงมีอยู่ (25.80) ล้านบาท** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นมาจากหลายปัจจัยประการแรก **ต้นทุนขายลดลงถึง 26.56% YoY** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนการจัดหาสินค้าที่ดีขึ้น ประการที่สอง **การตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพที่ลดลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตัวเลขกำไรขั้นต้นดูดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการทำ Promotion Clearance Sales เพื่อระบายสินค้า ทำให้ตัวเลขกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้สูงกว่าปกติ โดยหากไม่นับรวมรายการนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 58.37% ส่วนการที่รายได้รวมลดลงนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจาก **สภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค** และ **ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่** นอกจากนี้ **ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์** ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายในช่องทางต่างประเทศ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ มีลักษณะเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพที่ลดลงจากปีก่อน และการทำ Promotion Clearance Sales อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอาจมีโอกาสต่อเนื่องได้บ้าง แต่การฟื้นตัวของรายได้ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2565 อยู่ที่ 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% YoY** และลดลง 28.15% QoQ * **กำไรขั้นต้น Q2/2565 เพิ่มขึ้น 61.18% YoY เป็น 43.30 ล้านบาท** ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นเป็น 54.16% จาก 35.00% ในปีก่อน * **ขาดทุนสุทธิ Q2/2565 ลดลง 26.64% YoY เป็น (25.80) ล้านบาท** * **Same Store Sales Growth (SSSG) 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 16.95%** * **ค่าใช้จ่ายในการขาย Q2/2565 เพิ่มขึ้น 5.65% YoY** จากการทำการตลาดมากขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/2565 ลดลง 8.11% YoY** จากการปรับโครงสร้างองค์กร ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงอย่างมากถึง 26.56% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 61.18% เป็น 43.30 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 54.16% แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 5.65% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเพียง 8.11% ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 25.80 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนลดลง 26.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 193.69 ล้านบาท ลดลง 11.62% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.13% เป็น 97.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.14% เพิ่มขึ้นจาก 45.68% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 19.30% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 14.07% ทำให้ผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 42.90% YoY เป็น (28.73) ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** หากภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและรายได้ของบริษัท * **การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในจีน:** การที่ทางการจีนเริ่มอนุญาตให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ จะช่วยกระตุ้นยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน * **Same Store Sales Growth (SSSG) ที่เป็นบวก:** SSSG ที่ 16.95% ใน 6 เดือนแรก บ่งชี้ว่าสาขาเดิมของบริษัทเริ่มมีการเติบโตของยอดขาย * **การปรับกลยุทธ์และแผนดำเนินงาน:** การปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพและปรับโครงสร้างองค์กร อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **สภาพเศรษฐกิจซบเซาและอัตราเงินเฟ้อ:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามมีการแข่งขันสูง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลาย แต่การระบาดระลอกใหม่ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อมาตรการควบคุมโรคระบาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้รวม:** จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้หรือไม่ ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ * **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ผลกระทบจากการทำการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างไร * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค:** จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในระยะต่อไป * **สถานการณ์ในตลาดจีน:** การกลับมาเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ในส่วนของรายได้รวมที่ลดลง 0.93% YoY นั้น แม้จะดูไม่มากนัก แต่เมื่อพิจารณาการลดลง 28.15% QoQ แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ สัดส่วนรายได้จากช่องทางต่างๆ ยังคงกระจายตัว โดยร้านค้าปลีกมีสัดส่วน 41.09% และต่างประเทศ 37.50% ซึ่งเป็นสองช่องทางหลักที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างชัดเจน การที่ SSSG เป็นบวก 16.95% ใน 6 เดือนแรก เป็นสัญญาณที่ดีว่าสาขาที่มีอยู่เริ่มกลับมาสร้างยอดขายได้ แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากปัจจัยอื่นได้ทั้งหมด ในด้านค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้มีการปรับกลยุทธ์โดยการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าพนักงานและค่าเช่าลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 นี้ มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพื่อโปรโมทสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ก็ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 926.41 ล้านบาท ลดลง 4.90% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 48.50 ล้านบาท และมีเงินลงทุนชั่วคราว (เงินฝากระยะสั้น) จำนวนมากถึง 350.00 ล้านบาท สินค้าคงเหลืออยู่ที่ 132.65 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 181.52 ล้านบาท ลดลง 9.46% จากสิ้นปี 2564 หนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่า 104.33 ล้านบาท (ตามมาตรฐาน TFRS16) และเจ้าหนี้การค้า 32.00 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 744.88 ล้านบาท ลดลง 3.71% กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ติดลบ 1.96 ล้านบาท แต่ได้มาจากการลงทุน 12.29 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดรวม ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 48.50 ล้านบาท อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญแสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 5.34 สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ดี อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ยังคงติดลบ (-7.57% และ -6.05% ตามลำดับ) บ่งชี้ถึงผลประกอบการที่ยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ แต่ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.24 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่ยังคงหดตัว แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ แม้ว่าปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรสูงขึ้นจะมีลักษณะเป็นครั้งคราว แต่การปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารต้นทุนที่ต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผลประกอบการโดยรวมยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่สำคัญ เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกำลังซื้อผู้บริโภค และการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEAUTY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
63.63 ล้านบาท
↓ 40.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.23 ล้านบาท
↓ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.36 %
กำไรสุทธิ
-12.16 ล้านบาท
↓ 82.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.12 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
64
↓ -40.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -29.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -82.7% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
63.63
-40.93%
107.73
+10.74%
97.28
-4.89%
102.27
-23.51%
133.72
+122.03%
-606.87
-226.27%
กำไรขั้นต้น
28.23
-29.93%
40.29
+7.44%
37.50
-22.18%
48.18
+11.63%
43.16
+110.12%
-426.66
-247.95%
ค่าใช้จ่ายรวม
41.82
-29.11%
58.99
+3.17%
57.17
-11.15%
64.35
+233.01%
-48.38
-341.01%
20.07
-90.42%
กำไรสุทธิ
-12.16
+82.69%
-70.27
-175.34%
-25.52
-107.23%
-12.32
-526.77%
-1.97
+99.43%
-346.29
-629.40%
กำไรต่อหุ้น
0.00
+82.61%
-0.02
-155.56%
-0.01
-125.00%
0.00
-300.00%
0.00
+99.14%
-0.12
-627.27%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
44.36
+18.61%
37.40
-2.98%
38.55
-18.17%
47.11
+45.94%
32.28
-54.09%
70.31
+17.18%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
65.71
+20.00%
54.76
-6.82%
58.77
-6.58%
62.91
+273.88%
-36.18
-993.05%
-3.31
-107.59%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-19.12
+70.69%
-65.23
-148.59%
-26.24
-117.94%
-12.04
-719.05%
-1.47
-102.58%
57.06
+319.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
-11.46
+40.37%
-19.22
-187.29%
-6.69
+26.89%
-9.15
+8.13%
-9.96
+8.62%
-10.90
+0.27%
ROA(%)
-8.25
-54.49%
-5.34
-59.88%
-3.34
+60.05%
-8.36
+8.93%
-9.18
+8.20%
-10.00
-97.63%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.19
-29.63%
0.27
0.27
0.27
+3.85%
0.26
-7.14%
0.28
+3.70%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
3.01
+99.34%
1.51
-24.88%
2.01
-65.28%
5.79
-2.69%
5.95
+3.84%
5.73
+15.06%
BV
0.17
-19.05%
0.21
-8.70%
0.23
-4.17%
0.24
-7.69%
0.26
-7.14%
0.28
-17.65%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.49
-74.86%
ราคาหุ้น
0.50
+61.29%
0.31
-32.61%
0.46
-66.91%
1.39
-9.74%
1.54
-2.53%
1.58
-5.95%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-11.46
ROA (%)
-8.25
Book Value/หุ้น
0.16

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
407.36
-12.99%
285.96
-6.73%
306.60
-49.05%
601.73
-13.30%
694.03
-22.98%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
170.44
-23.01%
553.62
-6.29%
590.77
+58.65%
372.37
-4.08%
388.23
-6.41%
รวมสินทรัพย์
577.81
-16.21%
839.58
-6.44%
897.37
-7.88%
974.10
-9.99%
1,082.26
-17.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
47.92
-43.48%
94.40
-3.85%
98.18
-16.53%
117.62
-27.15%
161.46
-21.59%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
44.18
-26.41%
84.92
-8.94%
93.26
+12.53%
82.87
+13.70%
72.89
+117.52%
รวมหนี้สิน
92.10
-36.40%
179.32
-6.33%
191.44
-4.52%
200.49
-14.45%
234.35
-2.12%
รวมส่วนของเจ้าของ
485.70
-10.84%
660.26
-6.47%
705.93
-8.75%
773.61
-8.76%
847.90
-21.23%
D/E
0.19
0.27
0.27
0.26
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-11.46
-6.69
-9.15
-9.96
-10.90
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-8.25
-3.34
-8.36
-9.18
-10.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
8.50
3.03
3.12
5.12
4.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.51
1.69
1.95
3.94
3.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
44.87
0.00
0.00
44.27
35.64
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
194.11
0.00
0.00
284.18
291.30
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
125.29
0.00
0.00
131.06
137.03
วงจรเงินสด
113.69
0.00
0.00
197.38
189.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
21.90
-141.39%
-52.91
-642.67%
9.75
-20.92%
12.33
-110.37%
-118.92
-174.49%
159.64
-53.59%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-9.49
-152.09%
18.22
+513.47%
2.97
-134.74%
-8.55
-112.22%
69.98
-26.71%
95.48
+3.27%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
10.99
-32.37%
16.25
-21.35%
20.66
+0.15%
20.63
-68.09%
64.65
-127.65%
-233.83
-54.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
23.41
-226.88%
-18.45
-155.29%
33.37
+36.71%
24.41
+55.48%
15.70
-26.26%
21.29
-271.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
64.56
-25.85%
87.07
+37.10%
63.51
+9.54%
57.98
-67.05%
175.94
+13.76%
154.66
-33.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
145.23
+124.95%
64.56
-25.85%
87.07
+37.10%
63.51
+9.54%
57.98
-67.05%
175.94
+13.76%