BEAUTY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BEAUTY
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.28
0.01 (3.45%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7343 out_tok=2819 at=2026-07-25T11:43:13 --> BEAUTY Q2/2565 ขาดทุนลดลง YoY รับกำไรขั้นต้นพุ่ง แต่รายได้รวมยังหดตัว ฝ่ายจัดการ BEAUTY ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะขาดทุนสุทธิลดลง 26.64% เป็น (25.80) ล้านบาท แต่ก็ยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการในรอบนี้มาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลง คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของบริษัทดีขึ้นคือ **การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น 61.18% YoY** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 35.00% ใน Q2/2564 เป็น 54.16% ใน Q2/2565** อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันหลักยังคงอยู่ที่ **รายได้รวมที่ลดลง 0.93% YoY** และ **ผลขาดทุนสุทธิที่ยังคงมีอยู่ (25.80) ล้านบาท** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นมาจากหลายปัจจัยประการแรก **ต้นทุนขายลดลงถึง 26.56% YoY** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนการจัดหาสินค้าที่ดีขึ้น ประการที่สอง **การตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพที่ลดลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตัวเลขกำไรขั้นต้นดูดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการทำ Promotion Clearance Sales เพื่อระบายสินค้า ทำให้ตัวเลขกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้สูงกว่าปกติ โดยหากไม่นับรวมรายการนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 58.37% ส่วนการที่รายได้รวมลดลงนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจาก **สภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค** และ **ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่** นอกจากนี้ **ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์** ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายในช่องทางต่างประเทศ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ มีลักษณะเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพที่ลดลงจากปีก่อน และการทำ Promotion Clearance Sales อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอาจมีโอกาสต่อเนื่องได้บ้าง แต่การฟื้นตัวของรายได้ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2565 อยู่ที่ 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% YoY** และลดลง 28.15% QoQ * **กำไรขั้นต้น Q2/2565 เพิ่มขึ้น 61.18% YoY เป็น 43.30 ล้านบาท** ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นเป็น 54.16% จาก 35.00% ในปีก่อน * **ขาดทุนสุทธิ Q2/2565 ลดลง 26.64% YoY เป็น (25.80) ล้านบาท** * **Same Store Sales Growth (SSSG) 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 16.95%** * **ค่าใช้จ่ายในการขาย Q2/2565 เพิ่มขึ้น 5.65% YoY** จากการทำการตลาดมากขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/2565 ลดลง 8.11% YoY** จากการปรับโครงสร้างองค์กร ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 80.98 ล้านบาท ลดลง 0.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงอย่างมากถึง 26.56% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 61.18% เป็น 43.30 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 54.16% แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 5.65% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเพียง 8.11% ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 25.80 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนลดลง 26.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 193.69 ล้านบาท ลดลง 11.62% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.13% เป็น 97.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.14% เพิ่มขึ้นจาก 45.68% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 19.30% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 14.07% ทำให้ผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 42.90% YoY เป็น (28.73) ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** หากภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและรายได้ของบริษัท * **การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในจีน:** การที่ทางการจีนเริ่มอนุญาตให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ จะช่วยกระตุ้นยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน * **Same Store Sales Growth (SSSG) ที่เป็นบวก:** SSSG ที่ 16.95% ใน 6 เดือนแรก บ่งชี้ว่าสาขาเดิมของบริษัทเริ่มมีการเติบโตของยอดขาย * **การปรับกลยุทธ์และแผนดำเนินงาน:** การปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพและปรับโครงสร้างองค์กร อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **สภาพเศรษฐกิจซบเซาและอัตราเงินเฟ้อ:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามมีการแข่งขันสูง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลาย แต่การระบาดระลอกใหม่ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อมาตรการควบคุมโรคระบาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้รวม:** จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้หรือไม่ ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ * **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ผลกระทบจากการทำการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างไร * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค:** จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในระยะต่อไป * **สถานการณ์ในตลาดจีน:** การกลับมาเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ในส่วนของรายได้รวมที่ลดลง 0.93% YoY นั้น แม้จะดูไม่มากนัก แต่เมื่อพิจารณาการลดลง 28.15% QoQ แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ สัดส่วนรายได้จากช่องทางต่างๆ ยังคงกระจายตัว โดยร้านค้าปลีกมีสัดส่วน 41.09% และต่างประเทศ 37.50% ซึ่งเป็นสองช่องทางหลักที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างชัดเจน การที่ SSSG เป็นบวก 16.95% ใน 6 เดือนแรก เป็นสัญญาณที่ดีว่าสาขาที่มีอยู่เริ่มกลับมาสร้างยอดขายได้ แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากปัจจัยอื่นได้ทั้งหมด ในด้านค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้มีการปรับกลยุทธ์โดยการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าพนักงานและค่าเช่าลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 นี้ มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพื่อโปรโมทสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ก็ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 926.41 ล้านบาท ลดลง 4.90% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 48.50 ล้านบาท และมีเงินลงทุนชั่วคราว (เงินฝากระยะสั้น) จำนวนมากถึง 350.00 ล้านบาท สินค้าคงเหลืออยู่ที่ 132.65 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 181.52 ล้านบาท ลดลง 9.46% จากสิ้นปี 2564 หนี้สินหลักคือหนี้สินตามสัญญาเช่า 104.33 ล้านบาท (ตามมาตรฐาน TFRS16) และเจ้าหนี้การค้า 32.00 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 744.88 ล้านบาท ลดลง 3.71% กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ติดลบ 1.96 ล้านบาท แต่ได้มาจากการลงทุน 12.29 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดรวม ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 48.50 ล้านบาท อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญแสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 5.34 สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ดี อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ยังคงติดลบ (-7.57% และ -6.05% ตามลำดับ) บ่งชี้ถึงผลประกอบการที่ยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ แต่ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.24 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย BEAUTY ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่ยังคงหดตัว แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ แม้ว่าปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรสูงขึ้นจะมีลักษณะเป็นครั้งคราว แต่การปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารต้นทุนที่ต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผลประกอบการโดยรวมยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่สำคัญ เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกำลังซื้อผู้บริโภค และการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEAUTY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
63.63 ล้านบาท
↓ 40.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.23 ล้านบาท
↓ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.36 %
กำไรสุทธิ
-12.16 ล้านบาท
↓ 82.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.12 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
64
↓ -40.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -29.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -82.7% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
63.63
-40.93%
107.73
+10.74%
97.28
-4.89%
102.27
-23.51%
133.72
+122.03%
-606.87
-226.27%
กำไรขั้นต้น —
28.23
-29.93%
40.29
+7.44%
37.50
-22.18%
48.18
+11.63%
43.16
+110.12%
-426.66
-247.95%
ค่าใช้จ่ายรวม —
41.82
-29.11%
58.99
+3.17%
57.17
-11.15%
64.35
+233.01%
-48.38
-341.01%
20.07
-90.42%
กำไรสุทธิ —
-12.16
+82.69%
-70.27
-175.34%
-25.52
-107.23%
-12.32
-526.77%
-1.97
+99.43%
-346.29
-629.40%
กำไรต่อหุ้น —
0.00
+82.61%
-0.02
-155.56%
-0.01
-125.00%
0.00
-300.00%
0.00
+99.14%
-0.12
-627.27%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
44.36
+18.61%
37.40
-2.98%
38.55
-18.17%
47.11
+45.94%
32.28
-54.09%
70.31
+17.18%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
65.71
+20.00%
54.76
-6.82%
58.77
-6.58%
62.91
+273.88%
-36.18
-993.05%
-3.31
-107.59%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-19.12
+70.69%
-65.23
-148.59%
-26.24
-117.94%
-12.04
-719.05%
-1.47
-102.58%
57.06
+319.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-11.46
+40.37%
-19.22
-187.29%
-6.69
+26.89%
-9.15
+8.13%
-9.96
+8.62%
-10.90
+0.27%
ROA(%) —
-8.25
-54.49%
-5.34
-59.88%
-3.34
+60.05%
-8.36
+8.93%
-9.18
+8.20%
-10.00
-97.63%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.19
-29.63%
0.27
0.27
0.27
+3.85%
0.26
-7.14%
0.28
+3.70%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
-100.00%
P/BV —
3.01
+99.34%
1.51
-24.88%
2.01
-65.28%
5.79
-2.69%
5.95
+3.84%
5.73
+15.06%
BV —
0.17
-19.05%
0.21
-8.70%
0.23
-4.17%
0.24
-7.69%
0.26
-7.14%
0.28
-17.65%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.49
-74.86%
ราคาหุ้น —
0.50
+61.29%
0.31
-32.61%
0.46
-66.91%
1.39
-9.74%
1.54
-2.53%
1.58
-5.95%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-11.46
ROA (%)
-8.25
Book Value/หุ้น
0.15

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
407.36
-12.99%
—
285.96
-6.73%
306.60
-49.05%
601.73
-13.30%
694.03
-22.98%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
170.44
-23.01%
—
553.62
-6.29%
590.77
+58.65%
372.37
-4.08%
388.23
-6.41%
รวมสินทรัพย์ —
577.81
-16.21%
—
839.58
-6.44%
897.37
-7.88%
974.10
-9.99%
1,082.26
-17.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47.92
-43.48%
—
94.40
-3.85%
98.18
-16.53%
117.62
-27.15%
161.46
-21.59%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
44.18
-26.41%
—
84.92
-8.94%
93.26
+12.53%
82.87
+13.70%
72.89
+117.52%
รวมหนี้สิน —
92.10
-36.40%
—
179.32
-6.33%
191.44
-4.52%
200.49
-14.45%
234.35
-2.12%
รวมส่วนของเจ้าของ —
485.70
-10.84%
—
660.26
-6.47%
705.93
-8.75%
773.61
-8.76%
847.90
-21.23%
D/E —
0.19
—
0.27
0.27
0.26
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-11.46
—
-6.69
-9.15
-9.96
-10.90
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-8.25
—
-3.34
-8.36
-9.18
-10.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
8.50
—
3.03
3.12
5.12
4.30
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.51
—
1.69
1.95
3.94
3.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
44.87
—
0.00
0.00
44.27
35.64
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
194.11
—
0.00
0.00
284.18
291.30
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
125.29
—
0.00
0.00
131.06
137.03
วงจรเงินสด —
113.69
—
0.00
0.00
197.38
189.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEAUTY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
21.90
-141.39%
-52.91
-642.67%
9.75
-20.92%
12.33
-110.37%
-118.92
-174.49%
159.64
-53.59%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-9.49
-152.09%
18.22
+513.47%
2.97
-134.74%
-8.55
-112.22%
69.98
-26.71%
95.48
+3.27%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
10.99
-32.37%
16.25
-21.35%
20.66
+0.15%
20.63
-68.09%
64.65
-127.65%
-233.83
-54.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
23.41
-226.88%
-18.45
-155.29%
33.37
+36.71%
24.41
+55.48%
15.70
-26.26%
21.29
-271.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
64.56
-25.85%
87.07
+37.10%
63.51
+9.54%
57.98
-67.05%
175.94
+13.76%
154.66
-33.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
145.23
+124.95%
64.56
-25.85%
87.07
+37.10%
63.51
+9.54%
57.98
-67.05%
175.94
+13.76%