ส่องกล้อง IVL คาดกำไร Q3/26 อ่อนตัวระยะสั้น แต่พื้นฐานแกร่งพร้อมโตต่อ
ไฮไลท์สำคัญ
โบรกเกอร์ InnovestX (INVX) ออกบทวิเคราะห์หุ้น IVL (อินโดรามา เวนเจอร์ส) โดยยังคงคำแนะนำ "OUTPERFORM" พร้อมเคาะราคาเป้าหมายที่ 33 บาท อิงค่า PBV ที่ 1.5 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี แม้คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 3/26 จะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ภาพรวมการดำเนินงานยังคงได้รับแรงหนุนจากโมเดลธุรกิจครบวงจรและการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้ม
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/26 คาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท ลดลง 42% QoQ เนื่องจากฐานที่สูงมากในไตรมาส 2/26 โดยมีปัจจัยกดดันจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ที่อ่อนตัวลงหลังจากภาวะอุปทานตึงตัวชั่วคราวคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม Adjusted EBITDA ต่อตัน ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 53% YoY และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี ทั้งนี้บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและเงินทุนหมุนเวียนอย่างเข้มงวดเพื่อเพิ่มกระแสเงินสด แม้ในไตรมาส 3 จะมีปัจจัยชั่วคราวจากปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้องสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นจนส่งผลต่อกระแสเงินสดอิสระบ้าง แต่บริษัทได้ดำเนินการลดหนี้สุทธิไปแล้วกว่า 1.0 หมื่นล้านบาทในครึ่งปีแรก และตั้งเป้าลดเพิ่มอีก 1.0 หมื่นล้านบาทในครึ่งปีหลัง เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดอัตราส่วนหนี้สุทธิต่อ EBITDA ให้ต่ำกว่า 3 เท่าภายในปี 2028
ข้อสังเกตและปัจจัยความเสี่ยง
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ความยืดหยุ่นทางการเงินของ IVL กำลังดีขึ้น จากการปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงการ IVL 2.0 ที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์มากกว่าการพึ่งพาเพียงการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1) อุปสงค์ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยเฉพาะในยุโรปที่เศรษฐกิจชะลอตัว 2) การรับรู้ประโยชน์จากสินทรัพย์ใหม่ที่อาจล่าช้า และ 3) ความผันผวนของกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินงานในระยะยาว
สรุปภาพรวมการลงทุน
โดยรวมแล้ว InnovestX ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ IVL เนื่องจากบริษัทมีฐานการผลิตแบบ local-for-local ที่แข็งแกร่งและเป็นผู้นำในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ PET รีไซเคิล ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น การที่บริษัทสามารถลดภาระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องและมีแผนเพิ่ม EBITDA เป็นสองเท่าภายในปี 2028 ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว แม้กำไรในไตรมาส 3/26 จะมีการชะลอตัวลงบ้างตามวัฏจักรอุตสาหกรรม แต่ถือเป็นจังหวะที่บริษัทกำลังปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงินและผลตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต