ศุภาลัยเผชิญแรงกดดันระยะสั้น คาดกำไรไตรมาส 3 ชะลอตัวก่อนเร่งตัวแรงในไตรมาส 4
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เตรียมรับมือกับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 ที่คาดว่าจะชะลอตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และไตรมาสก่อนหน้า (q-q) โดยมีสาเหตุหลักจากปัจจัยด้านวันหยุดราชการที่ส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมต้องเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์มองว่าเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น และคาดการณ์ว่าผลงานจะกลับมาโดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 ปี 2569
วิเคราะห์ผลประกอบการและมุมมองโบรกเกอร์
บทวิเคราะห์จาก PST (Phillip Securities) ประเมินกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ไว้ที่ 850 ล้านบาท ลดลง 27.2% y-y และ 48.4% q-q เนื่องจากแผนการโอนโครงการ SUPALAI Parc Ekkamai Pattanakarn มูลค่า 4,600 ล้านบาท ถูกเลื่อนจากปลายไตรมาส 3 ไปเป็นไตรมาส 4 แทน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากยอดโอนในออสเตรเลียที่ลดลงตามฤดูกาล (Off-season) ทั้งนี้ PST คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาพื้นฐานปี 2570 ลงมาอยู่ที่ 18.00 บาท อิงค่า P/E ที่ 8.4 เท่า โดยใช้วิธีคำนวณจากค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 5 ปี บวก 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ข้อสังเกตและสถานะโครงการ
ในด้านยอดขายไตรมาส 3 คาดว่าจะอยู่ที่ 5,571 ล้านบาท ลดลง 35.2% y-y จากยอดขายแนวราบที่ชะลอตัว แต่ยังเห็นสัญญาณบวกจากการเปิดตัวโครงการแนวสูงใหม่ 2 แห่ง ซึ่งส่งผลให้ยอดขายแนวสูงเติบโตขึ้น 6% q-q สำหรับประเด็นเรื่องน้ำท่วมที่หลายฝ่ายกังวล PST ระบุว่าโครงการของ SPALI ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการวางแผนป้องกันอย่างรัดกุมโดยอ้างอิงระดับน้ำท่วมปี 2554 และมีการยกระดับโครงการให้สูงขึ้นเพื่อความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
สรุปภาพรวมการลงทุน
แม้กำไรไตรมาส 3 จะดูอ่อนแอ แต่ถือเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นสำหรับผู้ที่มองภาพการเติบโตในไตรมาส 4 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ พีคที่สุดของปี จากการรับรู้รายได้คอนโดมิเนียมที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 ลงเหลือ 22 โครงการ มูลค่ารวม 2.9 หมื่นล้านบาท เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะที่ราคาหุ้นย่อตัว หรือเข้าลงทุนหลังการประกาศงบไตรมาส 3 เพื่อรับภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในช่วงโค้งสุดท้ายของปี