WARRIX ขาดทุนสุทธิ 35.82 ล้านบาทใน Q2/2569 แม้รายได้โตแรง 37.57% จากยอดขายสินค้ากลุ่ม Non-Licensed
รายได้พุ่งรับอานิสงส์ Polo Campaign และการปรับกลยุทธ์ช่องทางขาย แต่กำไรถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 435.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่ม Non-Licensed และสินค้าลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 35.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.77% จากไตรมาส 2/2568 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ รวมถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในรอบถัดไป
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจคืออะไร:
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การเติบโตของรายได้ที่สวนทางกับกำไรสุทธิ" โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 119.01 ล้านบาท YoY มาจากการรุกตลาดสินค้ากลุ่ม Non-Licensed (เช่น เสื้อโปโล, สินค้าวิ่ง) ผ่าน Polo Campaign ที่ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่กำไรกลับถูกกดดันอย่างหนักจาก "ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้น" และ "รายการตั้งสำรอง" ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: บริษัทมีการขยายสาขา (Shop) เพิ่มเป็น 26 แห่ง จาก 17 แห่งในปีก่อน รวมถึงการบริหารคลังสินค้าเองทั้งหมด ทำให้มีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียม E-commerce Platform ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามยอดขายออนไลน์
- รายการตั้งสำรอง: มีการบันทึกค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้า 5.79 ล้านบาท และค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) สูงถึง 14.84 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้ต่างประเทศ
- ผลกระทบจากเศรษฐกิจ: แม้รายได้รวมจะโต แต่รายได้จากช่องทางงานโครงการ (Project Based) และการขายต่างประเทศกลับลดลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้องค์กรต่างๆ จำกัดงบประมาณการสั่งซื้อ
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัด ต้องติดตาม เนื่องจากบริษัทมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือ เช่น การชะลอการเปิดสาขาใหม่และการชะลอการสั่งซื้อสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ในครึ่งปีหลัง เพื่อบริหารสต็อกให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออนไลน์และภาระค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายสาขาที่ผ่านมา ยังคงเป็นแรงกดดันที่บริษัทต้องบริหารจัดการให้สมดุลกับรายได้ในอนาคต
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 435.99 ล้านบาท (+37.57% YoY) จากความสำเร็จของ Polo Campaign และการเลื่อนเปิดตัวชุดทีมชาติไทย
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 49.14% (เพิ่มขึ้น 4.12% YoY) จากการเน้นขายสินค้าที่มีมาร์จินสูงและช่องทาง Owned Channel
- ผลขาดทุนสุทธิ: 35.82 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้น 68.77% YoY)
- ค่าใช้จ่าย ECL: มีการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 14.84 ล้านบาทในไตรมาสนี้
- การบริหารคลังสินค้า: ปรับมาบริหารเองทั้งหมดตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 รองรับคำสั่งซื้อได้ 10,000 ออเดอร์/วัน
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้เติบโตโดดเด่นจากช่องทางออนไลน์และสินค้ากลุ่มเสื้อโปโล แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 48.38% และ 69.85% ตามลำดับ รวมถึงรายการตั้งสำรองต่างๆ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2569
โอกาส
- Royalty Fee: เริ่มรับรู้รายได้ค่าสิทธิจาก Himaxx Outlet ในจีนตั้งแต่ Q1/2569 ซึ่งมีแผนขยายจุดขายต่อเนื่อง
- AI-Driven Organization: การนำ AI และระบบ Automation มาใช้ในงาน CRM และการบริหารคลังสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว
- ธุรกิจสุขภาพ: บริการทางการแพทย์และกายภาพบำบัดมีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำสูงขึ้น
ความเสี่ยง
- เศรษฐกิจชะลอตัว: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายช่องทางงานโครงการ (Project Based) และกำลังซื้อของผู้บริโภค
- หนี้เสีย (ECL): การตั้งสำรองลูกหนี้ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ค่าใช้จ่ายผันแปร: ค่าธรรมเนียม E-commerce Platform ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การบริหารจัดการสต็อกสินค้าและการชะลอการสั่งซื้อในครึ่งปีหลัง
- ความคืบหน้าของคดีฟ้องร้องที่บันทึกประมาณการหนี้สินไว้ 4.74 ล้านบาท
- การฟื้นตัวของรายได้จากช่องทางงานโครงการและต่างประเทศ
- ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
บริษัทเน้นการขายผ่านช่องทาง Owned Channel (67%) และ Non-owned (33%) โดยช่องทางออนไลน์ผ่าน TikTok Live และ E-commerce เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่มีต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น สำหรับสินค้ากลุ่ม Licensed ทีมชาติไทยได้รับอานิสงส์จากการเลื่อนเปิดตัวชุดใหม่เร็วขึ้น ส่วนสินค้าสโมสรฟุตบอลมียอดขายลดลงเนื่องจากกำหนดการส่งมอบสินค้าเปลี่ยนไป
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,810.87 ล้านบาท ลดลง 5.44% จากสิ้นปี 2568 จากการใช้เงินสดหมุนเวียนในกิจการ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.49% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อนำเข้าสินค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.57% จากการจ่ายเงินปันผลและผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
สรุปท้าย
WARRIX เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 จากการเร่งขยายธุรกิจที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้นและการตั้งสำรอง แม้รายได้จะเติบโตแข็งแกร่งจากความสำเร็จของแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ แต่ความสามารถในการทำกำไรยังคงถูกกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวสู่การเป็น AI-Driven Organization และการคุมเข้มสต็อกสินค้าในครึ่งปีหลังจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวก