ข่าวสาร
* Strategic Plan 2: Enterprise Integrated Data Platform: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Profitability & Efficiency โดยรวมข้อมูลเป็นแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบัน SG&A สูงกว่าเป้าหมาย โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะเร่งใช้ Dashboard จัดการ Master Data และเพิ่ม Data Visibility ใน SG&A [สไลด์]
* Strategic Plan 3: Market Demand Intelligence: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Growth & Profitability & Efficiency โดยใช้ AI Agents ในการวิเคราะห์ตลาดและกำหนดราคา ปัจจุบันสามารถลด Markdown Rate ได้ดีกว่าเป้าหมาย และมีแผนจะจัดสินค้าเป็น 3 ระดับราคา (Entry, Lifestyle, Premium) เพื่อลดการพึ่งพา Markdown [สไลด์]
* Strategic Plan 4: Brand-led Product Expansion & Monetization Program: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Revenue จาก Brand-led Products ปัจจุบันอยู่ในทิศทางที่ดี โดยยอดขายเติบโต 13.39% ในช่วงครึ่งปีหลังจะเสริมความแข็งแกร่ง Brand DNA และ Core Product รวมถึงขยาย Lifestyle Product เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและเทรนด์ตลาด [สไลด์]
* คำตอบ (คุณดวงใจ): ครึ่งปีแรก SG&A อยู่ที่ประมาณ 60% ของยอดขาย ครึ่งปีหลังมีการปรับ Budget ใหม่ให้ SG&A อยู่ที่ประมาณ 42% ของยอดขาย โดยจะมีการปิด Shop ที่ไม่ทำกำไร 4 สาขา และควบคุมค่าโฆษณาและ Marketing ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* คำตอบ (คุณพงศ์วรุฒน์): การขายต่างประเทศเป็นการขายเงินสด มีการโอนเงินมัดจำและโอนเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนส่งสินค้า บริษัทมีการ Monitor ลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และมีแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการขายที่รัดกุม
* คำตอบ (คุณดวงใจ): ทีมผู้บริหารได้จัดตั้งคณะทำงานบริหาร Aging Product และ Monitor ทุก 2 เดือน เพื่อติดตามการ Sell-through ของสินค้า
* คำตอบ (คุณดวงใจ): การบริหารคลังสินค้าเองทำให้บริษัทตัดสินใจได้ถูกต้อง และทำให้ยอดขายเติบโต โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เคยมีปัญหาในช่วงต้นปี (จากการย้ายคลัง) ตอนนี้ Break Even แล้ว
WARRIX: ขาดทุนสุทธิ 36 ล้านบาทใน Q2/2569 พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ Active & Lifestyle Business และใช้ Data/AI ขับเคลื่อน
เดือนที่แล้ว 03:48 น.
0 ความเห็น
WARRIX: ขาดทุนสุทธิ 36 ล้านบาทใน Q2/2569 พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ Active & Lifestyle Business และใช้ Data/AI ขับเคลื่อน
1. Highlights
- การเปลี่ยนผ่านสู่ Active & Lifestyle Business: บริษัท WARRIX ก่อตั้งในปี 2013 โดยคุณวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล เริ่มต้นจากการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลและได้รับลิขสิทธิ์ทีมชาติไทยในปี 2016 ปัจจุบันบริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจ Sportswear Apparel ไปสู่ Active Lifestyle Business โดยมีเป้าหมายเป็น Top of Mind Brand ทั้งในประเทศและต่างประเทศ [พูด] [สไลด์] การเปลี่ยนแปลงนี้รวมถึงการขยาย Portfolio จาก Sportswear ไปสู่ Active & Lifestyle เช่น Training, Footwear, Innerwear, Lifestyle (T-shirt, Jeans) และการเปิดธุรกิจ Health (Physiotherapy & Performance Studio) 2 สาขา รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรม Explorer เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ Active & Lifestyle Brand [พูด] [สไลด์]
- การขับเคลื่อนด้วย Data และ AI: WARRIX มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ AI (AI-First Company) โดยใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจ [พูด] [สไลด์] มีการใช้ Data Hub และ Real-time Dashboard เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและลด Markdown Rate ซึ่งทำได้ดีกว่าเป้าหมาย [พูด] [สไลด์] นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง Enterprise Integrated Data Platform เพื่อรวมข้อมูลเป็นแพลตฟอร์มเดียวและเพิ่ม Profitability & Efficiency [สไลด์]
- การบริหารจัดการต้นทุนและช่องทางการจัดจำหน่าย: Gross Profit Margin ดีขึ้นจากการขายผ่าน Own Channel และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น [พูด] [สไลด์] อย่างไรก็ตาม SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายแพลตฟอร์มออนไลน์, การขยาย Shop และพื้นที่ขาย, การตั้งสำรองลูกหนี้และค่าใช้จ่ายประมาณการที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง [พูด] [สไลด์] บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้ง Flagship Stores, Official Stores, Traditional Trade, Modern Trade, 7-Eleven และ E-commerce Platform [สไลด์] มีการปรับโครงสร้างราคาผลิตภัณฑ์เป็น 3 ระดับ (Entry, Lifestyle, Premium) เพื่อลด Markdown [พูด] [สไลด์]
- การพึ่งพาสินค้า Non-Licensed และการขยายตลาดต่างประเทศ: สัดส่วนผลิตภัณฑ์ Non-Licensed คิดเป็น 83% ของยอดขาย ซึ่งรวมถึง Classic Product, Collection Product, Made to Order และ Sport Equipment Product [สไลด์] บริษัทมีสูตรคำนวณว่าเมื่อสนับสนุน License ใหม่ๆ ยอดขาย Non-Licensed จะเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า [พูด] [สไลด์] นอกจากนี้ยังมีการขยายตลาดต่างประเทศผ่าน Trademark Licensing และ Cross-border products โดยเฉพาะในจีนที่มียอดขายรองเท้าเติบโตสูง [พูด] [สไลด์]
- การบริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงเหลือ: บริษัทกลับมาบริหารจัดการคลังสินค้าเอง ทำให้ Inventory Turnover ดีขึ้น [พูด] [สไลด์] มีการแบ่งสินค้าตามอายุและตั้งสำรอง 100% สำหรับสินค้าอายุ 4 ปีขึ้นไป โดยเน้นขายผ่าน Retail และจะขยายจุด Retail Store หรือ Pop-up Store เพื่อกระจายสินค้าเก่า [พูด] [สไลด์] มีการจัดตั้งคณะทำงานบริหาร Aging Product และติดตามผลทุก 2 เดือน [พูด] [สไลด์]
- การสร้าง Community และ Brand Building: WARRIX สนับสนุนฟุตบอลเยาวชนและจัดกิจกรรมวิ่ง Earth Trail ที่ประสบความสำเร็จ [พูด] [สไลด์] มีการจัด Run Club และให้ความรู้ด้านการออกกำลังกายที่ถูกต้องโดยทีม Physiotherapist [พูด] [สไลด์] นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการสร้างเสื้อผ้า Lifestyle และทำแคมเปญ "เด็กสมัยนี้" เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอายุน้อยลง [พูด] [สไลด์]
2. Hero Story
จุดเด่นที่ผู้บริหารเน้นคือ การเปลี่ยนผ่านจาก Sport Apparel เป็น Active & Lifestyle Business และการใช้ Data และ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจ [พูด] [สไลด์] ผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนโดยใช้ Data ในการตัดสินใจ และมีทิศทางที่จะเป็น AI First Company [พูด] การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนผ่านการขยาย Portfolio จาก Sportswear ไปสู่ Active & Lifestyle รวมถึงการเปิดธุรกิจ Health และ Explorer [สไลด์] นอกจากนี้ การใช้ Data และ AI ยังช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้า การลด Markdown Rate และการตัดสินใจทางธุรกิจ [พูด] [สไลด์] การที่บริษัทสามารถลด Markdown Rate ได้ดีกว่าเป้าหมายและมีการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ดีขึ้น เป็นผลมาจากการใช้ Data Hub และ Real-time Dashboard [พูด] [สไลด์]3. Outlook
- เป้าหมาย Net Profit ปี 2028: บริษัทตั้งเป้าหมาย Net Profit ที่ 200-250 ล้านบาทในปี 2028 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 14% [สไลด์]
- แผน Jump+ Business Plan:
* Strategic Plan 2: Enterprise Integrated Data Platform: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Profitability & Efficiency โดยรวมข้อมูลเป็นแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบัน SG&A สูงกว่าเป้าหมาย โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะเร่งใช้ Dashboard จัดการ Master Data และเพิ่ม Data Visibility ใน SG&A [สไลด์]
* Strategic Plan 3: Market Demand Intelligence: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Growth & Profitability & Efficiency โดยใช้ AI Agents ในการวิเคราะห์ตลาดและกำหนดราคา ปัจจุบันสามารถลด Markdown Rate ได้ดีกว่าเป้าหมาย และมีแผนจะจัดสินค้าเป็น 3 ระดับราคา (Entry, Lifestyle, Premium) เพื่อลดการพึ่งพา Markdown [สไลด์]
* Strategic Plan 4: Brand-led Product Expansion & Monetization Program: มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Revenue จาก Brand-led Products ปัจจุบันอยู่ในทิศทางที่ดี โดยยอดขายเติบโต 13.39% ในช่วงครึ่งปีหลังจะเสริมความแข็งแกร่ง Brand DNA และ Core Product รวมถึงขยาย Lifestyle Product เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและเทรนด์ตลาด [สไลด์]
- Q3/2569 Outlook: คาดการณ์ Top Line เติบโตในอัตราเดียวกับครึ่งปีแรก โดย SG&A จะถูกควบคุมให้ดีขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย Fixed Cost [พูด] ยอดขาย Offline จะกลับมาเป็น 3 เสาหลักของบริษัท และ Online จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเน้นสินค้า Exclusive Product ที่มี Margin สูง [พูด] Gross Profit Margin จะดีขึ้นจากการผสมผสาน Product Mix และ Channel Mix และ COGS จะลดลงได้อีก [พูด]
- แผนการบริหารคลังสินค้า: บริษัทจะแบ่งสินค้าตามอายุ (ไม่เกิน 2 ปี, 2-3 ปี, 3-4 ปี, 4 ปีขึ้นไป) โดยสินค้าอายุ 4 ปีขึ้นไปจะตั้งสำรอง 100% และเน้นขายผ่าน Retail [พูด] จะมีการขยายจุด Retail Store หรือ Pop-up Store เพื่อกระจายสินค้าเก่า [พูด] และมีการจัดตั้งคณะทำงานบริหาร Aging Product และติดตามผลทุก 2 เดือน [พูด]
4. ความเสี่ยง
- SG&A ที่สูงกว่าเป้าหมาย: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สูงกว่าเป้าหมายในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายแพลตฟอร์มออนไลน์ การขยาย Shop และพื้นที่ขาย [พูด] [สไลด์]
- ยอดขาย Offline ที่ลดลง: ยอดขาย Offline ลดลงกว่าแผนที่วางไว้ ซึ่งบริษัทกำลังปรับกลยุทธ์การขายใหม่โดยให้ Sales ลงพื้นที่ทำ Local Sales มากขึ้น [พูด]
- Inventory Turnover ที่ยังไม่เป็นไปตามแผน: แม้จะมีการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ดีขึ้น แต่ Inventory Turnover ยังไม่เป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ [พูด]
- การตั้งสำรองลูกหนี้ต่างประเทศ: ยังคงมีการตั้งสำรองลูกหนี้ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสิงคโปร์และมาเลเซีย [พูด]
- ค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ซับซ้อน: ค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น ค่าโฆษณาและ Marketing ยังคงซับซ้อนและต้องมีการควบคุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น [พูด]
5. Q&A Highlights
- คำถาม (36:10): ทิศทางผลประกอบการในไตรมาส 3 ทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยใดเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก?
* คำตอบ (คุณดวงใจ): ครึ่งปีแรก SG&A อยู่ที่ประมาณ 60% ของยอดขาย ครึ่งปีหลังมีการปรับ Budget ใหม่ให้ SG&A อยู่ที่ประมาณ 42% ของยอดขาย โดยจะมีการปิด Shop ที่ไม่ทำกำไร 4 สาขา และควบคุมค่าโฆษณาและ Marketing ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- คำถาม (37:50): รายได้กลุ่ม Non-Licensed และช่องทางออนไลน์ที่เติบโตสูง อัตรากำไรขั้นต้นแตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างไร และบริษัทมีกลยุทธ์ในการสร้าง Momentum นี้อย่างไร?
- คำถาม (39:00): ECL ลูกหนี้ต่างประเทศคือลูกหนี้ของประเทศใด และบริษัทตั้งสำรองหลังค้างชำระกี่วัน?
* คำตอบ (คุณพงศ์วรุฒน์): การขายต่างประเทศเป็นการขายเงินสด มีการโอนเงินมัดจำและโอนเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนส่งสินค้า บริษัทมีการ Monitor ลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และมีแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการขายที่รัดกุม
- คำถาม (40:30): สินค้าคงเหลือที่ถูกตั้งสำรองล้าสมัยในไตรมาส 2 บริษัทมีแผนการบริหารและระบายสต็อกอย่างไร และยังคงมีความเสี่ยงที่จะตั้งสำรองเพิ่มในครึ่งปีหลังอีกหรือไม่?
* คำตอบ (คุณดวงใจ): ทีมผู้บริหารได้จัดตั้งคณะทำงานบริหาร Aging Product และ Monitor ทุก 2 เดือน เพื่อติดตามการ Sell-through ของสินค้า
- คำถาม (42:00): การที่บริษัทกลับมาบริหารคลังสินค้าเอง คาดว่าจะเริ่มเห็นผลการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ในช่วงไหน?
* คำตอบ (คุณดวงใจ): การบริหารคลังสินค้าเองทำให้บริษัทตัดสินใจได้ถูกต้อง และทำให้ยอดขายเติบโต โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เคยมีปัญหาในช่วงต้นปี (จากการย้ายคลัง) ตอนนี้ Break Even แล้ว
- คำถาม (43:50): บริษัทมีแผนในการสร้างยอดขายในช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางออนไลน์หรือไม่ เนื่องจากยอดขายออนไลน์ทำให้ SG&A สูงขึ้น จนทำให้เกิดผลขาดทุน?
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น