เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RSP พลิกทำกำไร Q2/2569 แตะ 7.6 ล้านบาท รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-กำไรจากตราสารอนุพันธ์หนุน
ข่าวสาร

RSP พลิกทำกำไร Q2/2569 แตะ 7.6 ล้านบาท รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-กำไรจากตราสารอนุพันธ์หนุน

RSP P/E 20.11 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 17:59 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายโต 9.6% พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 63.2% หลังคุมความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น

บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7.6 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่ 341.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% YoY ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่ยังคงรุนแรงและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ระมัดระวัง โดยบริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่องเพื่อประคองผลประกอบการให้ฟื้นตัว

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของการพลิกฟื้นกำไรในไตรมาสนี้ คือ "ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน" ซึ่งส่งผลโดยตรงให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ

1) หัวใจคืออะไร

ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรคือการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจาก 58.3% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 63.2% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการพลิกจาก "ขาดทุน" เป็น "กำไร" ในส่วนของค่าใช้จ่ายอื่น ซึ่งมาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและตราสารอนุพันธ์ รวมถึงการที่บริษัทไม่มีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวรเหมือนปีก่อน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การบริหาร FX: บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าลดลงและดันมาร์จินให้สูงขึ้น
  • การปรับโครงสร้างสาขา: การที่บริษัทปิดสาขาที่มีผลประกอบการไม่ดีไปตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ในงวดนี้ไม่มีภาระขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวรเข้ามากดดันกำไรเหมือนช่วงก่อนหน้า
  • รายการพิเศษ: การรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและตราสารอนุพันธ์ ช่วยเสริมกำไรสุทธิให้เป็นบวก

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

  • มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของการบริหารจัดการ: การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและการบริหารความเสี่ยง FX เป็นกลยุทธ์เชิงโครงสร้างที่บริษัทดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะช่วยรักษาฐานมาร์จินได้ในระดับหนึ่ง
  • ยังไม่ชัดเจนในส่วนของกำไรจากตราสารอนุพันธ์: กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและตราสารอนุพันธ์เป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาด ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นในลักษณะเดิมทุกไตรมาส จึงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: พลิกเป็นกำไร 7.6 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 2.2%) จากที่เคยขาดทุนใน Q2/2568
  • รายได้จากการขาย: 341.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% YoY
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นเป็น 63.2% จาก 58.3% ในปีก่อน
  • ค่าใช้จ่าย SG&A: เพิ่มขึ้น 13.8% YoY อยู่ที่ 208.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากค่าเช่า ค่าการตลาด และการขยายช่องทางออนไลน์
  • สถานะการเงิน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.5% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 2,282.1 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 37.3 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมเติบโต 5.0% และได้รับอานิสงส์จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ถาวร

โอกาส

  • การเติบโตของช่องทางขายออนไลน์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค
  • การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงด้านการจมของเงินทุน

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
  • ความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อาจกระทบต่อยอดขาย
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในอนาคต

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้คงอยู่ในระดับสูง
  2. การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ไม่ให้เติบโตเร็วกว่ารายได้จากการขาย
  3. ความผันผวนของกำไร/ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และสินทรัพย์ทางการเงิน
  4. ทิศทางยอดขายในช่องทางออนไลน์ว่าสามารถชดเชยต้นทุนการตลาดที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการสาขาอย่างเข้มงวด โดยในไตรมาสนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 60.9% เพิ่มขึ้นจาก 58.6% ในปีก่อน สะท้อนถึงต้นทุนการตลาดและค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังคงควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 159.1 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจปกติ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 6.0% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่า

สรุปท้าย

RSP สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมาเป็นกำไรได้ในไตรมาส 2/2569 ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและ FX ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตัดภาระขาดทุนจากสาขาที่ไม่ทำกำไรออกไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติท่ามกลางการแข่งขันที่สูง และความผันผวนของรายการกำไรจากตราสารอนุพันธ์ที่อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในรอบถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น