SK เผยผลงาน Q2/2569 กำไรสุทธิ 5.35 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้จากการขายและงานก่อสร้างหนุนต่อเนื่อง
รายได้รวมไตรมาส 2 แตะ 135.73 ล้านบาท เติบโตตามแผนงานก่อสร้างและคำสั่งซื้อลูกค้าเอกชน ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 135.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 5.35 ล้านบาท แม้จะมีการปรับตัวลดลงร้อยละ 18.69 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 แต่ในภาพรวมครึ่งปีแรกบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 11.63 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึงร้อยละ 91.91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งมอบสินค้าและการเร่งงานก่อสร้างตามแผนงานที่วางไว้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการเติบโตในรอบครึ่งปีแรกคือ "การเร่งส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าภาคเอกชนและการตรวจรับงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค" ควบคู่ไปกับ "การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่" ที่มีอัตรากำไรดีกว่างานก่อสร้างในปี 2568
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
กลไกหลักเกิดจากการบริหารจัดการงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงานก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าหาดใหญ่ 2 และงานฐานรากเสาเหล็กในจังหวัดสงขลา ซึ่งงานเปิดใหม่เหล่านี้มีเปอร์เซ็นต์ต้นทุนที่ต่ำกว่างานเดิม ทำให้กำไรขั้นต้นในงวด 6 เดือนแรกพุ่งขึ้นถึง 42.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การเร่งจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อยังช่วยผลักดันรายได้จากการขายให้เติบโตขึ้นร้อยละ 39.73 ในช่วงครึ่งปีแรก
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง เนื่องจากบริษัทมีโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2569 เช่น งานก่อสร้างฐานรากและเสาเหล็กชนิด 8 เหลี่ยม และงานก่อสร้างระบบจำหน่ายในจังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของกำไรยังคงขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักและราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการควบคุมต้นทุนการผลิต แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม 6 เดือน: อยู่ที่ 270.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.47 (YoY)
- กำไรสุทธิ 6 เดือน: อยู่ที่ 11.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 91.91 (YoY)
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): งวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ร้อยละ 15.91
- สถานะการเงิน: บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับต่ำเพียง 0.35 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569
- กลยุทธ์สีเขียว: มุ่งเน้นการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก) ซึ่งในไตรมาส 2/2569 มีสัดส่วนการใช้สูงถึงร้อยละ 35.62 ของปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ทั้งหมด
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 135.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.94 จากไตรมาส 1/2569 โดยต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 114.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.05 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.54 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า
โอกาส
- การขยายฐานการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในโรงงานสาขาต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืน
- การมีงานในมือ (Backlog) จากโครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงาน
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก ลวดพีซี และหินทราย
- ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งสินค้า
- ความเสี่ยงจากการที่ราคาขายสินค้าอาจไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งในภาวะเงินเฟ้อ
- ความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ (เช่น งานระบบจำหน่าย 22 เควี ใน จ.ชลบุรี) ว่าจะเป็นไปตามกำหนดการหรือไม่
- การขยายผลการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำไปยังโรงงานผลิตแห่งอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้คงความแข็งแกร่ง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทเน้นการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์งานเสร็จ โดยงานก่อสร้างสายส่งและฐานรากเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รายได้จากการขายสินค้าประเภทคอนกรีตยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่นวัตกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดและรองรับความต้องการของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 559.01 ล้านบาท และหนี้สินรวม 138.97 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 420.04 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกที่ 32.94 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและการจ่ายเงินปันผล
สรุปท้าย
SK แสดงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากรายได้งานก่อสร้างและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ แต่ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่มั่นคงในการรับงานโครงการใหม่ๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป