เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AMA กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 63.59% รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ปริมาณขนส่งเรือวูบ
ข่าวสาร

AMA กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 63.59% รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ปริมาณขนส่งเรือวูบ

AMA P/E 10.15 YIELD 7.65
54 นาที 17:43 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหดตัว 1.98% กำไรขั้นต้นทรุด 33.41% จับตาค่าเงินบาท-ต้นทุนเชื้อเพลิง

บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 23.07 ล้านบาท ลดลง 63.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวมของกลุ่มบริษัท

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ AMA ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือที่หดตัวลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 25.90 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกดดันจาก ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเรือที่สูงขึ้น: ราคา CPO ในตลาดมาเลเซียปรับตัวสูงขึ้น 9.2% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 44.42% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แม้บริษัทจะปรับเพิ่มอัตราค่าระวางเฉลี่ยขึ้น 15.74% แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้

ปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือหดตัว: ปริมาณการขนส่งลดลง 19.47% เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดชะลอตัว และมีเรือ 2 ลำเข้าอู่ซ่อมบำรุง (Dry Dock) ในไตรมาสนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่ไม่มีการเข้าอู่ ส่งผลให้อัตราการใช้งานกองเรือเฉลี่ย (Fleet Utilization) ลดลงเหลือ 95.28%

ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน: ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 4.88 ล้านบาท จาก 0.22 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่มีปัจจัยบรรเทา: สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพในช่วงปลายไตรมาส อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานได้บ้าง ส่วนการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแปลงค่ารายได้ (FX Translation) ได้บางส่วน

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 63.59% YoY: อยู่ที่ 23.07 ล้านบาท จาก 63.38 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมลดลง 1.98% YoY: อยู่ที่ 715.68 ล้านบาท จาก 730.11 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้นลดลง 33.41% YoY: อยู่ที่ 91.03 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.72% เหลือ 12.72%
  • ธุรกิจเรือพลิกขาดทุนสุทธิ: 25.90 ล้านบาท จากเดิมมีกำไร เนื่องจากปริมาณขนส่งลดลงและต้นทุนเชื้อเพลิงสูง
  • ธุรกิจรถยังคงมีกำไร: 49.77 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิและตู้คอนเทนเนอร์เติบโตดี
  • ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น: เป็น 4.88 ล้านบาท จาก 0.22 ล้านบาทในปีก่อน

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าจำนวน 715.68 ล้านบาท ลดลง 1.98% YoY โดยรายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือลดลง 4.90% เนื่องจากปริมาณการขนส่งหดตัวลง 19.47% และการเข้าอู่ซ่อมบำรุงเรือ ขณะที่รายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.31% โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และรถยนต์ที่เติบโตดี ชดเชยกลุ่มขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง

กำไรขั้นต้นรวมลดลง 33.41% YoY อยู่ที่ 91.03 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.72% เหลือ 12.72% โดยธุรกิจเรือมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนธุรกิจรถมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย

กำไรสุทธิรวมลดลง 63.59% YoY อยู่ที่ 23.07 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.68% เหลือ 3.22% โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากผลประกอบการธุรกิจเรือที่พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ และการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน แม้ว่าธุรกิจรถจะยังคงมีกำไรสุทธิก็ตาม

โอกาส

  • การเติบโตของอุตสาหกรรม Cold Chain: ความต้องการสินค้าอาหารแปรรูป สินค้าแช่เย็น-แช่แข็ง และเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนธุรกิจขนส่งควบคุมอุณหภูมิ
  • การเร่งส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม: ก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ช่วยหนุนการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์
  • การขยายฐานลูกค้าใหม่: ในกลุ่มขนส่งก๊าซและตู้คอนเทนเนอร์
  • โครงการนำร่อง Drone Logistics: สำหรับการขนส่งเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ค่าเงินบาทอ่อนค่า: ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแปลงค่ารายได้ธุรกิจขนส่งทางเรือ

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาน้ำมัน: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงเรือและรถ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภค
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ในตะวันออกกลางส่งผลต่อราคาพลังงานและชะลอการทำธุรกรรมของคู่ค้า
  • มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนรถยนต์ และสิ่งทอ
  • กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม IMO: ข้อบังคับ EEXI และ CII อาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: โดยเฉพาะในตลาด Cold Chain

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ทิศทางราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิง: จะส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานโดยตรง
  • ปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือ: การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดจีนและอินเดีย
  • ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ: ต่อภาคการส่งออกของไทยและปริมาณขนส่งตู้คอนเทนเนอร์
  • การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
  • การเติบโตของธุรกิจ Cold Chain: และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มขนส่งทางรถ
  • ความคืบหน้าโครงการ Drone Logistics: และการนำไปใช้เชิงพาณิชย์

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือ: ลดลง 4.90% YoY โดยปริมาณขนส่งหดตัว 19.47% แม้ค่าระวางเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15.74% อัตราการใช้งานกองเรือลดลงเหลือ 95.28%
  • รายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถ: เพิ่มขึ้น 0.31% YoY โดยกลุ่มขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและ Cold Chain (AMAL) ลดลง 5.58% แต่กลุ่มขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และรถยนต์ (TSSK และ Auto) เติบโตแข็งแกร่ง
  • รายได้จากการขนส่งสินค้าเหลว: ลดลง 7.75% YoY จากปริมาณการขนส่งน้ำมันที่ลดลง
  • รายได้จากการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ: เติบโต 72.53% YoY จากอุปสงค์ที่ขยายตัว
  • รายได้จากการขนส่งก๊าซและตู้คอนเทนเนอร์: เพิ่มขึ้น 21.83% YoY จากการเร่งส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและการขยายฐานลูกค้า
  • อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจเรือ: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15.22% เหลือ 3.05%
  • อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจรถ: ลดลงจาก 21.46% เหลือ 19.88%

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: 4,236.75 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.06% จากสิ้นปีก่อน จากเงินสดที่ลดลง
  • หนี้สินรวม: 1,229.24 ล้านบาท ลดลง 4.05% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืม
  • ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม: 3,007.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.67% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
  • กระแสเงินสดดำเนินงาน: 239.73 ล้านบาท ลดลง 31.11% YoY
  • กระแสเงินสดลงทุน: ใช้ไป 84.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • กระแสเงินสดจัดหาเงิน: ใช้ไป 272.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.45% YoY (จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายปันผล)
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวด: 208.66 ล้านบาท ลดลง 37.06% YoY

สรุปท้าย

AMA ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นและปริมาณการขนส่งทางเรือที่หดตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจขนส่งทางรถจะยังคงเติบโตได้ดีในบางกลุ่ม และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แต่ปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น