PL กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 27.8% YoY รับผลกระทบปริมาณขายสินทรัพย์ลด
รายได้จากการขายสินทรัพย์หดตัวแรง กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่กำไรจากสัญญาเช่าทรงตัว
บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 14.43 ล้านบาท ลดลง 12.97% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 27.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้และกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้เช่าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากสัญญาเช่าดำเนินงานและสัญญาเช่าเงินทุนยังคงทรงตัวได้ดี
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PL ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือ การลดลงอย่างมากของกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้เช่า ซึ่งหดตัวถึง 36.70% YoY คิดเป็น 11.17 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายสินทรัพย์ลดลง 39.63% YoY ขณะที่กำไรจากสัญญาเช่าและการขายสินทรัพย์ให้เช่าโดยรวม (รวม OL, FL, Sale Assets) ลดลง 12.21% YoY
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรจากการขายสินทรัพย์ให้เช่าลดลง มาจาก ปริมาณสินทรัพย์ที่ครบสัญญาตามกำหนดในไตรมาสนี้มีจำนวนลดลง ทำให้มีสินทรัพย์พร้อมจำหน่ายน้อยลง ประกอบกับภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่ยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ในทางตรงกันข้าม กำไรจากสัญญาเช่าดำเนินงานและสัญญาเช่าเงินทุน (OL และ FL) ยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 2.03% YoY คิดเป็น 5.05 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนทางตรงของสัญญาเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมุ่งเน้นการคัดเลือกลูกค้าด้วยหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย และการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระเงินดี
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 17.07% YoY จากการบริหารความเสี่ยงด้านโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวน 24.63 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้กำไรจากการดำเนินงานโดยรวมลดลง 19.56% YoY
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรในไตรมาสนี้คือการลดลงของปริมาณสินทรัพย์ที่ครบสัญญาและพร้อมจำหน่าย ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามรอบการหมดสัญญาของสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ามีแผนขยายธุรกิจสู่ช่องทางและอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและกระจายฐานรายได้ ซึ่งอาจช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงของปริมาณสินทรัพย์ในอนาคตได้
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 14.43 ล้านบาท ลดลง 12.97% QoQ และ 27.80% YoY
- รายได้จากการขายสินทรัพย์ให้เช่าลดลง 39.63% YoY ส่งผลให้กำไรจากการขายสินทรัพย์ลดลง 36.70% YoY
- กำไรจากสัญญาเช่าดำเนินงานและสัญญาเช่าเงินทุน (OL & FL) เพิ่มขึ้น 2.03% YoY จากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุน
- ต้นทุนทางการเงินลดลง 17.07% YoY จากการบริหารโครงสร้างเงินทุน
- สินทรัพย์รวมลดลง 2.30% จาก 11,838.88 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 11,566.42 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2569
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 31.01 ล้านบาท ลดลง 27.80% YoY จาก 42.95 ล้านบาท โดยมีรายได้จากสัญญาเช่าและการขายสินทรัพย์ให้เช่ารวม 1,173.32 ล้านบาท ลดลง 12.21% YoY ขณะที่ต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าและจากการขายลดลง 14.85% YoY ส่งผลให้กำไรจากสัญญาเช่าและการขายสินทรัพย์ให้เช่ารวมอยู่ที่ 272.49 ล้านบาท ลดลง 2.20% YoY
ในส่วนของงวดสามเดือน (Q2/2569) บริษัทมีกำไรสุทธิ 14.43 ล้านบาท ลดลง 12.97% QoQ และ 27.80% YoY โดยมีรายได้จากสัญญาเช่าและการขายสินทรัพย์ให้เช่า 597.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.81% QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย 4.32% YoY ในส่วนของกำไรจากสัญญาเช่าฯ
โอกาส
- การขยายพอร์ตทรัพย์สินสีเขียว (Green Asset Growth): บริษัทมุ่งเน้นการให้เช่าทรัพย์สินในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัล (Digital Transformation & Paperless): การเปลี่ยนไปใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และขั้นตอนการอนุมัติแบบดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
- การพัฒนาบุคลากรและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและต่อยอดศักยภาพของบุคลากร
- การเสริมสร้างสุขภาพทางการเงินของพนักงาน: การให้ความรู้ทางการเงินแก่พนักงานจะช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาว
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
- สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง: ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ต้นทุน และการบริโภค
- ตลาดรถยนต์กระบะชะลอตัวต่อเนื่อง: เป็นสินค้าหลักของบริษัท
- ข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค: ส่งผลต่อกำลังซื้อ
- การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์: กดดันราคาและปริมาณการขาย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์มือสอง: และผลกระทบต่อปริมาณและราคาการขายสินทรัพย์
- การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์: โดยเฉพาะลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเงินทุนที่เกินกำหนดชำระ
- การขยายธุรกิจสู่ช่องทางและอุตสาหกรรมใหม่: เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโต
- ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ: ต่อเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์
- ความคืบหน้าในการขยายพอร์ตทรัพย์สินสีเขียว: และการตอบรับจากลูกค้า
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนที่ถูกกดดัน ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- รายได้และกำไรจากสัญญาเช่า (OL & FL): ยังคงเป็นรายได้หลักที่ช่วยประคองผลประกอบการ โดยมีกำไรจากสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.03% YoY เป็น 253.22 ล้านบาท จากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนทางตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมุ่งเน้นการคัดเลือกลูกค้าอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์
- รายได้และกำไรจากการขายสินทรัพย์ (Sale Assets): เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยกำไรลดลง 36.70% YoY เหลือเพียง 19.27 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณสินทรัพย์ที่ครบสัญญาและพร้อมจำหน่ายลดลง ประกอบกับภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต: ในปี 2568 มีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนจำนวน 24.63 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรปี 2568 สูงกว่าปกติ ในปี 2569 มีค่าใช้จ่ายค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวน 0.06 ล้านบาท
- ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 17.07% YoY เป็น 147.52 ล้านบาท จากการบริหารความเสี่ยงด้านโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- NPLs: ณ 30 มิถุนายน 2569 ลูกหนี้ค่าเช่าตามสัญญาเช่าดำเนินงานที่เกินกำหนดชำระเกิน 90 วัน (จัดชั้นที่ 3) มีจำนวน 78.46 ล้านบาท และสัญญาเช่าเงินทุน 297.79 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนฯ ไว้ตามมาตรฐาน TFRS 9
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 11,566.42 ล้านบาท ลดลง 2.30% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากสินทรัพย์ให้เช่าที่ลดลงตามการทยอยสิ้นสุดสัญญา
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 8,507.48 ล้านบาท ลดลง 3.06% จากสิ้นปี 2568 จากการชำระคืนหนี้สินที่ครบกำหนด
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 3,058.94 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.13% จากสิ้นปี 2568
- กระแสเงินสด: สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2569 มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 495.53 ล้านบาท ขณะที่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 9.80 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 489.72 ล้านบาท บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว
สรุปท้าย
บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PL ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลง 27.80% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้เช่าที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณสินทรัพย์ที่ครบสัญญาและภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาเช่าดำเนินงานและสัญญาเช่าเงินทุนยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง ฝ่ายจัดการมีแผนขยายธุรกิจสู่กลุ่มทรัพย์สินสีเขียวและอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด