เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ILM โชว์รายได้ Q2/2569 โต 12% กำไรสุทธิพุ่ง 21.1% รับแรงหนุนยอดขาย-เช่าพื้นที่
ข่าวสาร

ILM โชว์รายได้ Q2/2569 โต 12% กำไรสุทธิพุ่ง 21.1% รับแรงหนุนยอดขาย-เช่าพื้นที่

ILM P/E 9.36 YIELD 7.46
70 นาที 17:27 น. 0 ความเห็น

ยอดขายในประเทศ-ธุรกิจให้เช่าโตต่อเนื่อง หนุนผลประกอบการ ILM แกร่ง แม้เศรษฐกิจยังเปราะบาง

บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 2,563.8 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 21.1% เป็น 212.7 ล้านบาท การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย โดยเฉพาะการฟื้นตัวอย่างเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวช้า

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ILM ในไตรมาส 2/2569 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของรายได้ค่าเช่าและบริการ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • รายได้จากการขายภายในประเทศ: ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 สู่ระดับ 2,305.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก
    • ยอดขายหน้าร้านค้าปลีก: ได้รับแรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดเชียงราย การย้ายสาขาอุบลราชธานีไปยังทำเลใหม่ และการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของสาขาหาดใหญ่หลังการปรับปรุง
    • ช่องทางออนไลน์: ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
    • งานโครงการ: มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 52.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเร่งส่งมอบงานให้แก่ลูกค้ากลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์
  • รายได้ค่าเช่าและบริการ: เติบโต 19.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 สู่ระดับ 239.2 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจาก
    • การขยายพื้นที่ให้เช่า: โดยเฉพาะการเปิดโครงการ Little Walk รามคำแหง และ Little Walk พระปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล รวมถึงพื้นที่เช่าใหม่จากการปรับปรุงสาขา
    • อัตราการเช่าเฉลี่ย: ของสาขาเดิมที่ปรับตัวดีขึ้น
  • การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพ: แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 17.5% ตามการขยายสาขาและการดำเนินงานเพื่อรองรับการเติบโต รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนการให้เช่าได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 49.1% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าอยู่ที่ 54.8% นอกจากนี้ การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ยังช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ถึง 21.1%

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการประเมินว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่จำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตั้งเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ การบริหารสินค้าคงคลังและวัตถุดิบล่วงหน้า รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการบริหารส่วนลด นอกจากนี้ การขยายเครือข่ายสาขาใหม่ๆ ทั้ง Index Living Mall และธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่าง Flying Tiger Copenhagen รวมถึงการปรับปรุงสาขาเดิม จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการดำเนินงาน: เติบโต 5.0% YoY เป็น 2,563.8 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ: เพิ่มขึ้น 21.1% YoY เป็น 212.7 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย: ปรับดีขึ้นเป็น 49.1% จาก 47.5% ในปีก่อน
  • รายได้จากการขายภายในประเทศ: เติบโต 13.5% YoY โดยเฉพาะงานโครงการและช่องทางออนไลน์
  • รายได้ค่าเช่าและบริการ: เติบโต 19.8% YoY จากการขยายสาขาใหม่และอัตราการเช่าที่ดีขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 17.5% YoY ตามการขยายธุรกิจ

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานได้ 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,563.8 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 13.5% ซึ่งครอบคลุมทั้งยอดขายหน้าร้านค้าปลีก งานโครงการ และช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการก็เติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 19.8% จากการขยายสาขาใหม่และอัตราการเช่าที่ปรับดีขึ้น

ในด้านต้นทุน บริษัทฯ มีต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 8.3% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายเติบโต 16.0% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 49.1% จาก 47.5% ในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้น 17.5% ตามการขยายสาขาและกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 18.0% และเมื่อรวมกับการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 21.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 212.7 ล้านบาท

สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 5,005.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 398.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% YoY

โอกาส

  • การขยายเครือข่ายสาขา: ทั้งร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน (Index Living Mall) และธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Flying Tiger Copenhagen) เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น
  • การเติบโตของช่องทางออนไลน์: เป็นอีกช่องทางสำคัญในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้า
  • การพัฒนาโครงการใหม่: เช่น Little Walk สาขาใหม่ๆ และการย้ายสาขา Index Living Mall ไปยังทำเลที่ใหญ่ขึ้นและมีศักยภาพ
  • การลงทุนในเทคโนโลยี: การนำ AI มาใช้ในการบริหารจัดการส่วนลด การวิเคราะห์ข้อมูล และการวางแผนสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
  • การพัฒนาระบบอัตโนมัติในโรงงาน: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และควบคุมคุณภาพ

ความเสี่ยง

  • กำลังซื้อของผู้บริโภคที่จำกัด: จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวเปราะบางและภาระหนี้ครัวเรือน
  • การแข่งขันที่รุนแรง: ในอุตสาหกรรมค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและสินค้านำเข้า
  • ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ: ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง การผลิต และต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม
  • การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จำกัด: ส่งผลต่อยอดขายงานโครงการ
  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค: และผลกระทบต่อยอดขายในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมัน
  • ความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่: และการปรับปรุงสาขาเดิม รวมถึงผลตอบรับจากลูกค้า
  • ประสิทธิภาพของช่องทางออนไลน์: และการเติบโตของยอดขาย
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: และการสำรองวัตถุดิบเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการขาย: เติบโต 11.3% YoY ในไตรมาส 2/2569 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 13.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขาร้านค้าปลีกใหม่ การกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของสาขาที่ปรับปรุงแล้ว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายงานโครงการและช่องทางออนไลน์
  • รายได้จากการให้เช่าและบริการ: เติบโต 19.8% YoY ในไตรมาส 2/2569 จากการขยายพื้นที่ให้เช่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Little Walk ใหม่ๆ และการปรับปรุงสาขาเดิม ประกอบกับอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ปรับดีขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้น: มีการปรับตัวดีขึ้นทั้งจากการขาย (49.1%) และการให้เช่า (54.8%) ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการส่วนลดที่มีประสิทธิภาพ การจัดการปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้า และการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 17.5% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขา พื้นที่ให้บริการ และการดำเนินงานเพื่อรองรับการเติบโต รวมถึงค่าธรรมเนียมการขายผ่านช่องทางออนไลน์และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,495.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญคือ สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่

หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,060.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญคือ เงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนในกิจการ การเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าสินค้า และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6,434.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นผลจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น หักด้วยการจ่ายเงินปันผล

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.1 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

สรุปท้าย

ILM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโต 5.0% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 21.1% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งจากร้านค้าปลีก งานโครงการ และช่องทางออนไลน์ รวมถึงรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีและการขยายสาขาใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น