NKT สรุปผลประกอบการ Q2/2569
NKT Q2/2569: รายได้ทรงตัว กำไรวูบ 80% รับต้นทุนโรงพยาบาลใหม่พุ่ง
NKT เผชิญแรงกดดันต้นทุนจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ ส่งผลกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ดิ่ง 80% แม้รายได้รวมทรงตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยาย Capacity และบริการเพื่อการเติบโตระยะยาว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NKT ในไตรมาส 2 ปี 2569 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการเปิดดำเนินการโรงพยาบาลนครธน 2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้รวมจะยังทรงตัวได้
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
การเปิดโรงพยาบาลนครธน 2 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 และเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาสนี้ ทำให้บริษัทต้องรับรู้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่สูงขึ้น 8% มาอยู่ที่ 752.9 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าแรงบุคลากร ค่าวิชาชีพแพทย์ และค่าเสื่อมราคาอาคารและอุปกรณ์ทางการแพทย์ใหม่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้นถึง 15% เป็น 162.2 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6% เป็น 27.1 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีมากกว่าการเติบโตของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ลดลงถึง 61% มาอยู่ที่ 50.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงถึง 80% มาอยู่ที่ 19.2 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น ฝ่ายจัดการระบุว่าโรงพยาบาลนครธน 2 ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน ซึ่งทำให้อัตราการเข้าใช้บริการยังอยู่ในระดับต่ำ และการรับรู้ต้นทุนต่างๆ ก็เป็นไปตามแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะทยอยเปิดใช้เตียงเพิ่มเติมและเร่งเพิ่มศักยภาพการให้บริการและขยายฐานผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อเพิ่มอัตราการใช้ทรัพยากร (Utilization) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและส่งผลให้กำไรค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อโรงพยาบาลใหม่เริ่มสร้างรายได้เต็มที่
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 80% YoY: จาก 98.2 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน เหลือ 19.2 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2569
- รายได้รวมทรงตัว: อยู่ที่ 993.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% YoY
- ต้นทุนรวมพุ่ง 9%: เป็น 942.2 ล้านบาท จากการเปิดโรงพยาบาลนครธน 2
- อัตราการครองเตียงรวมลดลงมาก: จาก 61.6% เป็น 32.4% เนื่องจากจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่
- รายได้เฉลี่ยต่อหน่วยเติบโต: รายได้ผู้ป่วยนอกเฉลี่ยต่อครั้งเพิ่ม 2% เป็น 3,128.6 บาท และรายได้ผู้ป่วยในเฉลี่ยต่อวันนอนเพิ่ม 12% เป็น 23,631.6 บาท
- การลงทุนในโรงพยาบาลใหม่: โรงพยาบาลนครธน 2 เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ เพิ่มจำนวนเตียงรวมเป็น 252 เตียง
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 993.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเติบโต 0.5% เป็น 979.6 ล้านบาท รายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 1% เป็น 630.5 ล้านบาท จากแคมเปญการตลาดที่กระตุ้นการใช้บริการ ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยในลดลง 1% เป็น 349.1 ล้านบาท ตามจำนวนวันนอนที่ลดลง 12% อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยด้วยการเพิ่มสัดส่วนการให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อน ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหน่วยยังเติบโตได้ดี
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 9% เป็น 942.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเปิดโรงพยาบาลนครธน 2 ทำให้ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 8% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15% และค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ลดลง 61% มาอยู่ที่ 50.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 80% มาอยู่ที่ 19.2 ล้านบาท
โอกาส
- การเติบโตของโรงพยาบาลนครธน 2: การเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบและการทยอยเพิ่มเตียงจะช่วยรองรับฐานลูกค้าที่ขยายตัว และสร้างรายได้ในระยะยาว
- การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ: การเพิ่มบริการเฉพาะทาง เช่น ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์สุขภาพสตรี ศูนย์ตรวจสุขภาพ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
- การขยายเครือข่ายพันธมิตร: การร่วมมือกับบริษัทประกัน นายจ้าง และพันธมิตรทางธุรกิจ จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและอัตราการใช้บริการ
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: คาดว่าความต้องการเข้ารับการรักษาจะกลับมาเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐ
- ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ: ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นโยบายการร่วมจ่าย (Co-payment) และการยกเลิกกรมธรรม์เหมาจ่าย อาจส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
- ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: การรับรู้ต้นทุนคงที่จากโรงพยาบาลใหม่ และต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
- ความล่าช้าของโครงการ: โครงการปรับปรุง VIP Ward มีความล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- อัตราการครองเตียง (Utilization Rate) ของโรงพยาบาลนครธน 2: จะสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
- กลยุทธ์การตลาดและการขยายฐานลูกค้า: จะสามารถดึงดูดผู้ป่วยใหม่และเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยได้ตามแผนหรือไม่
- แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยใน: จะฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ หลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
- การบริหารจัดการหนี้สิน: หนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืม จะส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยและโครงสร้างทางการเงินอย่างไร
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้ผู้ป่วยนอก: เติบโต 1% จากแคมเปญการตลาดที่กระตุ้นการเข้าใช้บริการ โดยรายได้เฉลี่ยต่อครั้งเพิ่มขึ้น 2% เป็น 3,128.6 บาท
- รายได้ผู้ป่วยใน: ลดลง 1% ตามจำนวนวันนอนที่ลดลง 12% แต่รายได้เฉลี่ยต่อวันนอนเพิ่มขึ้น 12% เป็น 23,631.6 บาท จากการเพิ่มสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อน
- จำนวนเตียง: เพิ่มขึ้น 68% เป็น 252 เตียง หลังเปิดโรงพยาบาลนครธน 2
- อัตราการครองเตียง: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 61.6% เป็น 32.4% เนื่องจากจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินงานช่วงแรกของโรงพยาบาลใหม่
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,790.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 10% จากการรับรู้ค่างานก่อสร้างโครงการใหม่และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของโรงพยาบาลนครธน 2 ขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 5% จากการจ่ายชำระเงินสดซื้อยาและเวชภัณฑ์เพื่อสำรองสต็อก
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44% เป็น 848.4 ล้านบาท โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 170% จากเงินประกันผลงานก่อสร้างและเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4% เป็น 1,942.0 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 151.0 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 424.9 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายค่างานก่อสร้างโครงการต่างๆ และการซื้อเครื่องมือแพทย์ ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 20.7 ล้านบาท มาอยู่ที่ 278.4 ล้านบาท
สรุปท้าย
NKT กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการลงทุนขยายธุรกิจด้วยการเปิดโรงพยาบาลนครธน 2 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้น กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้อย่างหนัก แม้รายได้จะยังทรงตัวได้ และมีสัญญาณบวกจากการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมีแผนงานที่ชัดเจนในการเร่งเพิ่ม Utilization Rate และขยายฐานลูกค้าของโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งหากทำได้ตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด