THCOM ผลงานไตรมาส 2 ปี 69 ขาดทุนน้อยกว่าคาด โบรกฯ ปรับเป้าหมายใหม่
สรุปภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท ซึ่งถือว่าขาดทุนน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไรสุทธิ 588 ล้านบาท (เนื่องจากมีรายได้พิเศษจากคดีความที่อินเดียและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) แต่หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ (Core Operation) บริษัทขาดทุนอยู่ที่ 88 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส และตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะขาดทุนราว 103 – 106 ล้านบาท
วิเคราะห์เจาะลึกและมุมมองโบรกเกอร์
สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า ผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าคาดเป็นผลมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมค้าน้อยลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ผลประกอบการยังคงอ่อนแอเนื่องจากรายได้ลดลง 7% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวลดลงเหลือ 19% จากเดิมที่ 32.5% เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการขาดทุนปกติปี 2569 จากเดิม 478 ล้านบาท เหลือ 393 ล้านบาท และปรับเพิ่มกำไรปี 2570 ขึ้น 12% เป็น 381 ล้านบาท พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 11.30 บาท โดยปรับคำแนะนำจาก "ขาย" เป็น "Trading" เพื่อเก็งกำไรการฟื้นตัว
ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
นักวิเคราะห์มีมุมมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 อาจยังคงมีความท้าทายและมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีลูกค้าใหม่เข้ามาทดแทน ในขณะที่กลุ่มลูกค้าเดิมโดยเฉพาะกลุ่ม Broadcasting มีการลดการใช้งานลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่นักลงทุนควรติดตาม โดยเฉพาะด้าน Governance (ธรรมาภิบาล) ในเรื่องความโปร่งใสของการตัดสินใจลงทุนโครงการดาวเทียมขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการอายุการใช้งานของดาวเทียม และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
บทสรุปการลงทุน
แม้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 จะยังคงมีผลขาดทุนปกติรวม 193 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนปัจจัยลบไปในระดับหนึ่งแล้ว การปรับคำแนะนำเป็น "Trading" ของ บล.เอเซียพลัส สะท้อนความคาดหวังต่อการพลิกกลับมามีกำไรในปี 2570 ภายใต้สมมติฐานสำคัญคือการชนะประมูลโครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 (USO 3) ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับบริษัทในอนาคต