VL โชว์รายได้ Q2/2566 พุ่ง 4.1% รับแรงหนุนบริการขนส่งในประเทศ
บริการขนส่งในประเทศฟื้นตัวดันรายได้รวมโต 4.1% ขณะที่กำไรสุทธิลดลง YoY เหตุต้นทุนบางส่วนสูงขึ้น
บริษัท วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 179.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนอยู่ที่ 4.4 ล้านบาท ลดลง 57.9% YoY และสำหรับงวดหกเดือนมีกำไรสุทธิ 7.1 ล้านบาท ลดลง 31.1% YoY
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ VL ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.9% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลักที่ช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโตได้ถึง 4.1% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 57.9% YoY สาเหตุหลักมาจากต้นทุนบางส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 1.5% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 5.2% รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายตราต่างประเทศที่ลดลงอย่างมาก
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
การฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การรับรู้รายได้จากเรือ VL 24 ที่ซื้อเข้ามาใหม่ประมาณ 12 ล้านบาท และการที่เรือ VL 23 ปรับเปลี่ยนจากการให้บริการในต่างประเทศมาสู่การให้บริการภายในประเทศอีกประมาณ 3 ล้านบาท นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีเรือขนส่งเข้าอู่เพื่อซ่อมบำรุงถึง 2 ลำ (VL 11 และ VL 19) ทำให้มีรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นประมาณ 16 ล้านบาท ในทางกลับกัน รายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศลดลงประมาณ 7 ล้านบาท เนื่องจากเรือ VL 14 และ VL 17 ไม่สามารถดำเนินงานได้
ส่วนการลดลงของกำไรสุทธิมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งเอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุชัดเจน ประการที่สอง ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5.2% เนื่องจากบริษัทมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อเรือขนส่งลำใหม่จำนวน 115.0 ล้านบาท และมีการเบิกเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินตามสัญญาอีกจำนวน 77.2 ล้านบาท ประการสุดท้าย กำไรจากการขายตราต่างประเทศลดลงอย่างมาก จาก 6.1 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือเพียง 0.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่ารายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศจะฟื้นตัว แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและการลดลงของกำไรพิเศษจากการขายตราต่างประเทศเป็นปัจจัยกดดันที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนซื้อเรือใหม่และการกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งต้องพิจารณาถึงความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากสินทรัพย์ใหม่เหล่านี้ในระยะยาว ส่วนการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศอาจมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและอุปสงค์การขนส่ง
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2566 เพิ่มขึ้น 4.1% YoY แตะ 179.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากบริการขนส่งในประเทศ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 ลดลง 57.9% YoY อยู่ที่ 4.4 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 31.1% YoY อยู่ที่ 7.1 ล้านบาท
- รายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ Q2/2566 เติบโต 23.9% จากการรับรู้รายได้เรือใหม่และการปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการ
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5.2% จากการกู้ยืมเพื่อซื้อเรือใหม่และเสริมสภาพคล่อง
- กำไรจากการขายตราต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 6.1 ล้านบาท เหลือ 0.8 ล้านบาท
- มูลค่าสินทรัพย์รวมลดลง 4.4% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 1,964.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 179.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้ค่าบริการขนส่ง 172.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือ 4.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 คิดเป็นการลดลง 57.9% YoY
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 340.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% YoY แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 10.3 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน เหลือ 7.1 ล้านบาทในปีนี้ คิดเป็นการลดลง 31.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 14.0% ลดลงจาก 17.6% ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ค่าบริการขนส่งรวมที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โอกาส
- การฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ: เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้รวมของบริษัท
- การซื้อเรือขนส่งลำใหม่: เป็นการเพิ่ม Capacity และโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
- การปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการ: การนำเรือ VL 23 กลับมาให้บริการในประเทศช่วยเพิ่มรายได้
ความเสี่ยง
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การกู้ยืมเพื่อซื้อเรือใหม่และการเสริมสภาพคล่อง ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
- ความผันผวนของรายได้จากต่างประเทศ: การลดลงของกำไรพิเศษจากการขายตราต่างประเทศส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
- การลดลงของสินทรัพย์รวม: สินทรัพย์รวมลดลง 4.4% จากสิ้นปี 2565 อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไป
- การพึ่งพิงปัจจัยภายนอก: การดำเนินงานของเรือบางลำที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การซ่อมบำรุง หรือการไม่สามารถดำเนินงานได้
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ: จะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ และมีปัจจัยใดสนับสนุน
- ประสิทธิภาพการสร้างรายได้จากเรือใหม่: เรือ VL 24 ที่ซื้อเข้ามาใหม่จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
- การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น: จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
- สถานการณ์การซ่อมบำรุงเรือ: การกลับมาดำเนินงานของเรือที่เคยเข้าอู่ซ่อมบำรุง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้ค่าบริการขนส่ง:
- ในประเทศ: เพิ่มขึ้น 23.9% YoY ใน Q2/2566 เป็น 145.9 ล้านบาท จาก 122.0 ล้านบาทใน Q2/2565 โดยมีปัจจัยบวกจากการรับรู้รายได้จากเรือ VL 24 ที่ซื้อเข้ามาใหม่ และการปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการของเรือ VL 23 จากต่างประเทศมาในประเทศ อย่างไรก็ตาม มีการลดลงของรายได้จากเรือ VL 14 และ VL 17 ที่ไม่สามารถดำเนินงานได้
- ระหว่างประเทศ: ลดลง 34.1% YoY ใน Q2/2566 เป็น 30.5 ล้านบาท จาก 46.3 ล้านบาทใน Q2/2565 สาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของเรือ VL 23 จากการขนส่งระหว่างประเทศมาสู่ภายในประเทศ
ต้นทุนและอัตรากำไร:
- ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 1.5% YoY ใน Q2/2566 เป็น 66.0 ล้านบาท จาก 65.0 ล้านบาทใน Q2/2565
- ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 5.2% YoY ใน Q2/2566 เป็น 9.5 ล้านบาท จาก 9.0 ล้านบาทใน Q2/2565
- กำไรขั้นต้น: ลดลงจาก 17.6% ใน Q2/2565 เป็น 14.0% ใน Q2/2566
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,964.8 ล้านบาท ลดลง 4.4% จาก 2,057.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน 100.6 ล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ทางการเงินบางส่วน และการลดลงของมูลค่าของสินค้าคงเหลือและอุปกรณ์ที่อยู่ในบัญชีหนี้สิน 140.9 ล้านบาท จากการซื้อเรือขนส่งลำใหม่และมูลค่าของสินค้าคงเหลือและอุปกรณ์ที่ลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 967.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จาก 944.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 38.6 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อเรือขนส่งลำใหม่ 115.0 ล้านบาท และการเบิกเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินตามสัญญา 77.2 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 997.7 ล้านบาท ลดลง 6.4% จาก 1,066.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
สรุปท้าย
VL ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถพลิกฟื้นรายได้จากการบริการขนส่งในประเทศได้ดี แต่ผลกำไรสุทธิกลับถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงการลดลงของกำไรพิเศษ ซึ่งเป็นความท้าทายที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การลงทุนในเรือใหม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป