เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TVO สรุปผลประกอบการ Q2/2566
ข่าวสาร

TVO สรุปผลประกอบการ Q2/2566

TVO P/E 10.35 YIELD 7.16
8 วัน 10:56 น. 0 ความเห็น

TVO กำไร Q2/2566 ดิ่ง 96% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายหด

TVO เผชิญแรงกดดันต้นทุนถั่วเหลืองพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ฉุดกำไร Q2/2566 วูบ 96% ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ TVO ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.33% หรือ 918 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ถั่วเหลือง) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปริมาณการขายสินค้าหลักที่ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างรุนแรง

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองสูงขึ้น: ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงได้รับแรงหนุนจากสต็อกที่อยู่ในระดับต่ำของสหรัฐฯ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนของผลผลิตฤดูกาลใหม่จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในสหรัฐฯ รวมถึงความเสียหายจากปรากฏการณ์ลานิญาในอาร์เจนตินา แม้ผลผลิตจากบราซิลจะออกสู่ตลาดมากก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ต้นทุนขายของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปริมาณการขายสินค้าหลักลดลง:
    • กากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์: แม้ราคาขายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แต่ปริมาณการขายลดลงเนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรในช่วงต้นไตรมาส ทำให้สต็อกสินค้ามีระดับต่ำ ประกอบกับลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศชะลอคำสั่งซื้อ เนื่องจากราคาเนื้อหมูและไก่ปรับลดลงจากการลักลอบนำเข้า ส่งผลให้เกษตรกรลดการเลี้ยงสัตว์
    • น้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์: รายได้ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการแข่งขันด้านราคากับน้ำมันปาล์มที่ถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกน้ำมันปาล์มมากขึ้น บริษัทจึงหันไปเน้นขายให้กับกลุ่มโรงแรม อุตสาหกรรม และตลาดส่งออกแทน
    • วัสดุหีบห่อ: ปริมาณขายลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ลูกค้าลดคำสั่งซื้อ
  • ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 138 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกกำไร 256 ล้านบาท

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก

จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (กลับรายการ) เป็นจำนวน 247 ล้านบาท และการกลับรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายในรายได้อื่น เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่กดดันกำไร คือต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในระยะข้างหน้า แต่การที่บริษัทมุ่งเน้นการขายไปยังตลาดส่งออกและกลุ่มอุตสาหกรรม อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 96.33%: กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ใน Q2/2566 อยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 918 ล้านบาท จาก 953 ล้านบาท ใน Q2/2565
  • รายได้จากการขายหดตัว 4.77%: รวมอยู่ที่ 9,084 ล้านบาท จาก 9,539 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักลดลง 4.69%
  • ต้นทุนขายพุ่ง 7.31%: ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 8,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 611 ล้านบาท จาก 8,358 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้นวูบ 90.26%: เหลือเพียง 115 ล้านบาท จาก 1,181 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองสูงขึ้น
  • ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: บันทึกขาดทุน 138 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่กำไร 256 ล้านบาท
  • กลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือ: มีการกลับรายการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ จำนวน 247 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 9,084 ล้านบาท ลดลง 4.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 7.31% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.26% นอกจากนี้ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 96.33%

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 18,545 ล้านบาท ลดลง 1.66% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.06% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 87.45% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 89.91%

โอกาส

  • การมุ่งเน้นตลาดส่งออกและอุตสาหกรรม: บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์การขายน้ำมันถั่วเหลืองไปยังลูกค้ากลุ่มโรงแรม กลุ่มอุตสาหกรรม และตลาดส่งออกมากขึ้น เพื่อชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว
  • การกลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือ: การกลับรายการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ จำนวน 247 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านอุปทานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
  • กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อ: ส่งผลกระทบต่อการบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง และทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่า
  • การแข่งขันด้านราคา: การแข่งขันระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มยังคงอยู่ในระดับสูง
  • การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์: ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศ และทำให้เกษตรกรลดการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกระทบต่อปริมาณการขายกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาถั่วเหลืองในตลาดโลก และปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ส่งผลต่อผลผลิต
  • กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ และทิศทางเศรษฐกิจ
  • การแข่งขันด้านราคาน้ำมันพืชประเภทต่างๆ
  • สถานการณ์การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์
  • กลยุทธ์การขายไปยังตลาดส่งออกและกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัท
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ราคาถั่วเหลืองนำเข้าซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ขณะที่ราคาขายสินค้าหลักอย่างกากถั่วเหลืองปรับเพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แต่ปริมาณขายลดลง ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์เผชิญแรงกดดันด้านราคาจากการแข่งขันกับน้ำมันปาล์ม
  • Volume: ปริมาณการขายสินค้าหลัก ทั้งกากถั่วเหลือง วัตถุดิบอาหารสัตว์ และน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองที่ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากเกษตรกร
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 90.26% ในไตรมาสนี้ จาก 1,181 ล้านบาท เหลือเพียง 115 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่ลดลง
  • ช่องทางขาย: บริษัทพยายามกระจายช่องทางขายน้ำมันถั่วเหลืองไปยังกลุ่มโรงแรม อุตสาหกรรม และตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดในประเทศที่กำลังซื้อชะลอตัว
  • สต็อก: สต็อกสินค้าในช่วงต้นไตรมาส 2 อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 138 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นตลาดส่งออกอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในสกุลเงินต่างประเทศ
  • ฤดูกาลผลิต: การปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรในช่วงต้นไตรมาสส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและสต็อกสินค้า

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วน MD&A นี้)

สรุปท้าย

TVO เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงและกำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิจึงดิ่งลงกว่า 96% แม้จะมีการกลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด บริษัทจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและขยายช่องทางขายไปยังตลาดที่มีศักยภาพต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น