TQM กำไรสุทธิบริษัทใหญ่โต 9.5% Q2/66 รับแรงหนุนยอดขายประกันพุ่ง
รายได้รวม TQM Q2/66 โต 5.4% ฝ่ายจัดการชี้ทีมขายใหม่-บริหารต้นทุนหนุนกำไรขั้นต้น
บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 920.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจนายหน้าประกันภัย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 9.5%
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TQM ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้ค่าบริการที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการ บริหารต้นทุนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่เติบโตถึง 9.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ค่าบริการมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
- การลงทุนเพิ่มจำนวนบุคลากรในสายงานขาย ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการขายผลิตภัณฑ์ประกันโดยรวมให้เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของประกันรถยนต์ (ทั้งลูกค้าใหม่และต่ออายุ) ประกันอุบัติเหตุ สุขภาพ และประกันบ้าน
- การฟื้นตัวของกิจกรรมการเดินทาง ส่งผลดีต่อยอดขายประกันการเดินทาง
- ธุรกิจ Easy Lending ที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อการซื้อประกัน เติบโตต่อเนื่องตามยอดขายประกันที่เพิ่มขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจร
ในด้านการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการเติบโตของรายได้ เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรใหม่ และการควบคุมบริหารต้นทุนบริการที่ดี ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนการบริการต่อรายได้รวมลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนบริการที่ดียังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจประกันและธุรกิจการเงิน ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:
- การขยายธุรกิจด้านการเงิน และการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
- แนวโน้มความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยผลักดันยอดขายประกันรถยนต์ให้เติบโตขึ้น เนื่องจากเบี้ยประกันรถยนต์ EV สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป
- การเพิ่มจำนวนบุคลากรในสายงานขาย ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นต่อเนื่อง
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/66 เติบโต 5.4% YoY แตะ 920.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ประกันโดยรวม
- กำไรขั้นต้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 7.8% YoY แตะ 475.4 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 52.9% จากการบริหารต้นทุนบริการที่มีประสิทธิภาพ
- กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q2/66 เพิ่มขึ้น 9.5% YoY แตะ 196.9 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิรวมลดลงเล็กน้อย 1.2%
- ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.7% YoY ในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.4% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้และแผนขยายธุรกิจ
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TQM มีรายได้รวม 920.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 6.3% เป็น 898.1 ล้านบาท แม้จะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจนายหน้าประกันภัย แต่การลงทุนเพิ่มบุคลากรในสายงานขายและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 475.4 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 52.9% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมลดลงเล็กน้อย 1.2% เป็น 192.2 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กลับเติบโตได้ถึง 9.5% เป็น 196.9 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
โอกาส
- การเติบโตของตลาดประกัน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน
- การขยายตัวของธุรกิจประกันรถยนต์ จากแนวโน้มความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น
- การเติบโตของธุรกิจประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ จากสังคมผู้สูงอายุและความตระหนักถึงความสำคัญของการมีประกัน
- การขยายธุรกิจด้านการเงิน และการสร้าง Ecosystem ผ่าน Easy Lending เพื่อต่อยอดฐานลูกค้ากว่า 4 ล้านคน
- การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต
ความเสี่ยง
- ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น ความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และคุณภาพหนี้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- ปัจจัยทางการเมืองในประเทศ และนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย ที่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ
- ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจด้านการเงิน และการร่วมมือกับพันธมิตร
- ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อยอดขายประกันรถยนต์
- ประสิทธิภาพของทีมงานขายใหม่ ในการสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TQM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเติบโตของรายได้ค่าบริการที่ 6.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายทีมขายและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ สุขภาพ และประกันบ้าน การบริหารต้นทุนการให้บริการที่ทำได้ดีขึ้น ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 46.2% ในปีก่อน เป็น 52.9% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 9.4% ตามแผนการขยายธุรกิจ แต่การเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ยังคงเติบโตได้ 9.5%
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้ จึงขอข้ามการวิเคราะห์ในหัวข้อนี้)
สรุปท้าย
TQM สามารถสร้างผลประกอบการที่น่าพอใจในไตรมาส 2 ปี 2566 ด้วยการเติบโตของรายได้ค่าบริการที่แข็งแกร่งจากการขยายทีมขายและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้กำไรสุทธิรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ที่เติบโตได้ถึง 9.5% สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โอกาสในการเติบโตในครึ่งปีหลังยังคงมีอยู่ จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจากตลาดประกันที่ฟื้นตัว การขยายธุรกิจการเงิน และแนวโน้มตลาดรถยนต์ EV อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด